Domain HostingDomain HostingDomain Hosting


ผ่าทางตัน “ร้านหนังสือ” ด้วย “Omni-Channel”

  Atthachai Phongsuwan
  อัพเดทเมื่อ 2018-05-10 06:31:21



Omni-Channel-Bookstore3__1_-min.png

 

ทุกวันนี้ “อินเทอร์เน็ต” เข้ามาอยู่ในวิถีชีวิตของคนเราตลอด 24 ชั่วโมง และเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของคนมากขึ้น ทำให้แทบทุกธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ใครปรับตัวได้ทัน ก็อยู่รอด ส่วนใครที่ฝืนกระแส ไม่ยอมปรับตัวตามทิศทางของโลก นั่นก็เท่ากับว่ารอวันที่จะล้มหายไป

 

“ธุรกิจร้านหนังสือ” ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต้องปรับตัวอย่างหนัก จากเมื่อก่อนที่เคยรุ่งเรือง มาวันนี้หลายร้านต้องทยอยปิดลง ยิ่งธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์อย่างนิตยสาร และหนังสือพิมพ์ ที่อยู่สภาวะขาลง หลายเล่ม หลายหัว ต้องบอกลาจากตลาดไป ส่งผลต่อยอดขายของร้านหนังสือลดลงตาม ในขณะที่ต้นทุนการดำเนินธุรกิจสูงขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม อย่าคิดว่านี่จะเป็นจุดจบของ ‘ธุรกิจร้านหนังสือ’ !!

เพราะถึงอย่างไรก็ยังคงมี Demand จากผู้บริโภค เนื่องจากยังมีนักอ่านที่ชื่นชอบการได้อ่านหนังสือเล่ม ได้สัมผัสกับเนื้อกระดาษ ได้เดินเข้ามาในร้าน พลิกหน้าเลือกเล่มที่ชอบอย่างช้า ๆ  เพียงแต่ร้านที่จะอยู่รอดได้ในยุคดิจิทัล คือ ร้านที่ปรับตัวได้ทัน เข้าใจตลาด และความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงเร็ว และซับซ้อนขึ้น

 

โมเดลธุรกิจร้านหนังสือยุคใหม่

 

หนทางรอดของ “ร้านหนังสือ” คือ การปรับโมเดลธุรกิจเป็น Omni-Channel ที่เชื่อมโยงระหว่างโลกออนไลน์ และออฟไลน์ซึ่งเป็นช่องทางหน้าร้านเข้าด้วยกัน ทั้งในด้านสื่อสารประชาสัมพันธ์ เช่น แนะนำหนังสือใหม่ การนำเสนอโปรโมชั่น และการขาย ขณะเดียวกันช่องทาง Physical Store ต้องยกระดับให้เป็นมากกว่าการขายหนังสือ โดยปรับร้านให้เน้นขายไลฟ์สไตล์ มากขึ้น เพื่อสร้าง Customer Experience เช่น การเพิ่มร้านกาแฟ มุมอ่านหนังสือ มุมเด็ก และการจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับหนังสือภายในร้าน เช่น กิจกรรมพบปะนักเขียน “พื้นที่ขายประสบการณ์” เหล่านี้จะดึงดูดคนให้เข้ามาเดินในร้านมากขึ้น

 

ปัจจุบันคนอ่านหนังสือน้อยลง และธุรกิจหนังสืออยู่ในสภาวะ Down Trend ดังนั้นพอมีสื่อออนไลน์เข้ามา จึงทำให้หนังสือบางประเภทได้รับผลกระทบ อย่างแนวโน้มของแมกกาซีนลงแรงมาก เพราะสื่อออนไลน์อัพเดทเร็วกว่า ตอบโจทย์เรื่องเทรนด์ แฟชั่น เรื่องที่มาเร็วไปเร็วได้มากกว่า จึงทำให้แมกกาซีนได้รับผลกระทบ

 

ขณะที่หนังสือเล่ม จะไม่ได้รับผลกระทบจากออนไลน์มากนัก เนื่องจาก Pocket Book เป็นเรื่องความรู้ มีเนื้อหาที่คนอ่านต้องการความน่าเชื่อถือ เช่น หนังสือเกี่ยวกับความงาม สุขภาพ การดูแลตัวเอง คอนเทนต์เหล่านี้คนยังเลือกอ่านหนังสือมากกว่า และการอ่านหนังสือให้ความสบายตากว่าการอ่านบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทดีไวซ์ต่าง ๆ

 

เห็นได้ชัดเจนว่าแนวโน้มของธุรกิจร้านหนังสือ หดตัวลง เพราะ 5 ปีมานี้ หนังสือในตลาดน้อยลงเยอะ ทำให้รายได้จากการขายหนังสือลดลง ประกอบกับพฤติกรรมคนอ่านเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้น ร้านหนังสือ ต้องปรับตัว ถ้ายังทำร้านแบบเดิมๆ ที่หนังสือตั้งอยู่นิ่ง ๆ คงอยู่ไม่ได้แน่ ๆ ดังนั้นการทำธุรกิจร้านหนังสือยุคนี้ ต้องมองแบบให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ หรือพฤติกรรมผู้บริโภค โดยร้านหนังสือต้องปรับตัวเป็นกึ่ง ๆ Living Library หรือ Lifestyle Shop ไม่ใช่แค่ขายหนังสืออย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องนำเสนอประสบการณ์ใหม่ เช่น ประสบการณ์จากคอนเทนต์ในหนังสือ ซึ่งคอนเทนต์ในหนังสือไม่จำเป็นต้องส่งผ่านหนังสืออย่างเดียว อาจทำในรูปแบบ Non-book ที่มีความเชื่อมโยงกับหนังสือ เช่น จัดกิจกรรมภายในร้าน จะช่วยดึงดูดคนเข้าร้านมากขึ้น พอคนเข้าร้าน ก็มีโอกาสซื้อหนังสือ

 

image1__1_.jpg

 

“นายอินทร์” ปรับโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบ 24 ปี

 

เรามาเจาะลึก ร้านนายอินทร์ ซึ่งบริหารโดยอมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ กันว่า พวกเขาได้ปรับรูปแบบธุรกิจครั้งใหญ่ไปอย่างไรบ้าง

 

  • ปรับสู่โมเดล Omni-Channel โดยผสานออฟไลน์ และออนไลน์เข้าด้วยกัน ใช้ความได้เปรียบทางการแข่งขันที่มี นั่นคือ เครืออัมรินทร์ ทำธุรกิจครบวงจรทั้ง “ต้นน้ำ” คือ ธุรกิจโรงพิมพ์ และสำนักพิมพ์, “กลางน้ำ” คือ ธุรกิจจัดจำหน่าย และ “ปลายน้ำ” คือ ร้านนายอินทร์, เว็บไซต์ naiin.com ที่ขณะนี้ได้พัฒนาเว็บไซต์ใหม่ให้ใช้งานง่ายขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มการทำ Book Talk ซึ่งเป็นการแนะนำหนังสือจากพนักงาน, รีวิวหนังสือจากผู้เชี่ยวชาญ และเพิ่ม SEO ค้นหาหนังสือให้เจอร้านได้ง่ายขึ้น แต่เครืออมรินทร์ไม่ได้ทำแค่หนังสือเท่านั้น เพราะมีธุรกิจสื่อทีวี “อมรินทร์ ทีวี” นำพลังในเครืออัมรินทร์มา Synergy โดยใช้ช่องทางต่าง ๆ ของกรุ๊ป ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้าน, เว็บไซต์, สื่อ Social Media, ทีวี และการจัดกิจกรรมในพื้นที่ เพื่อสื่อสารกับลูกค้า เช่น แนะนำหนังสือใหม่ และบอกข่าวโปรโมชั่น ผ่านทั้งสื่อออนไลน์ – สาขาร้าน – ทำรีวิวหนังสือบนเว็บไซต์ – สื่อทีวี และจัดกิจกรรมในร้าน เพื่อดึงผู้บริโภคมาใช้บริการ และซื้อหนังสือ ไม่ว่าจะซื้อจากร้าน หรือซื้อผ่านเว็บไซต์ของนายอินทร์ก็ตาม

 

______-min.jpg

 

  • พลิกโฉมสาขาที่อยู่ในโลเคชันสำคัญ เช่น สาขาสยามพารากอน ให้เป็น Lifestyle Bookstore ด้วยการเพิ่มกลุ่ม Non-book เพื่อให้ร้านมีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น เช่น เพิ่มร้านกาแฟ, มีมุมอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น, เพิ่มสินค้าใหม่ที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ และความบันเทิง เช่น บอร์ดเกมส์, เครื่องเขียนดีไซน์ทันสมัย ใส่ความเป็นแฟชั่นต่าง ๆ มากขึ้น

 

รวมทั้งให้ร้านเป็นเวทีสำหรับ Young Designer ที่สร้างสรรค์ผลงานแต่มีข้อจำกัดด้านสถานที่ขายสินค้า ได้มีโอกาสนำสินค้าดีไซน์มาจำหน่ายในร้าน และจัดกิจกรรมภายในร้าน เช่น พบปะนักเขียน, กิจกรรมจัดต้นแคคตัสใส่กระถาง สามารถเชื่อมโยงกับหนังสือเกี่ยวกับบ้านและสวน โดยจะมีกิจกรรมใหม่ ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนไปต่อเนื่อง

 

สินค้ากลุ่ม Non-book นอกจากช่วยดึงคนเข้าร้าน ทำให้ลูกค้าใช้เวลาในการเลือกหนังสือ และอยู่ในร้านนานขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้อีกทางให้กับร้านหนังสือด้วย

 

ต่อไปสาขาใหม่ของนายอินทร์ จะไม่ใช้ Standard Format เดียวกัน แต่จะปรับเปลี่ยนตามโลเคชัน และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเราต้องศึกษากลุ่มลูกค้าที่มาเดินศูนย์การค้านั้น ๆ ว่าเป็นแบบไหน เพื่อปรับ Product Assortment และคอนเซ็ปต์ร้านให้เข้ากับกลุ่มคนที่มาเดิน เช่น สาขาสยามพารากอน กลุ่มลูกค้าหลักเป็นกลุ่มวัยรุ่น นายอินทร์ก็เพิ่มหนังสือกับสินค้า Non-book สำหรับวัยรุ่น และปรับโฉมให้ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่

 

  • เริ่มดึงข้อมูลจากฐานสมาชิกร้านนายอินทร์ ที่ปัจจุบันมีสมาชิก 400,000 – 500,000 คน รวมทั้งเพิ่มฐานสมาชิกใหม่ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ จะได้สื่อสารด้านการตลาด และการขายกับสมาชิกได้แบบเหมาะสมกับแต่ละบุคคล (Personalization) และตรงใจลูกค้ามากขึ้น แตกต่างจากในอดีตที่การสื่อสาร และทำโปรโมชั่นแบบใช้ Content เดียวหว่านไปทั่ว

 

ทั้งหมดนี้เราคงเห็นแล้วว่าไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปอย่างไร ไม่ว่าเทคโนโลยีจะล้ำหน้าแค่ไหน ก็ไม่อาจลบเลือนเสน่ห์ของหนังสือให้จางหายไปได้ นี่จึงทำให้ธุรกิจร้านหนังสือยังไม่ตาย! แต่การจะเติบโตได้ในยุคดิจิทัล หัวใจสำคัญคือ ต้องผสานระหว่างออฟไลน์ กับออนไลน์เข้าด้วยกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า 



------------------------------------------------------------------------------------

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ติดต่อ Netway Group ได้ตลอด 24 ช.ม.

โทร 0-2912-2558

Live Chat ผ่าน www.netway.co.th

อีเมล support@netway.co.th




บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่
0 จาก 0 เห็นว่ามีประโยชน์

มีคำถามเพิ่มเติมหรือไม่ ส่งคำร้องขอ

ผ่าทางตัน “ร้านหนังสือ” ด้วย “Omni-Channel”

  Atthachai Phongsuwan
  อัพเดทเมื่อ 2018-05-10 06:31:21


Omni-Channel-Bookstore3__1_-min.png

 

ทุกวันนี้ “อินเทอร์เน็ต” เข้ามาอยู่ในวิถีชีวิตของคนเราตลอด 24 ชั่วโมง และเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของคนมากขึ้น ทำให้แทบทุกธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ใครปรับตัวได้ทัน ก็อยู่รอด ส่วนใครที่ฝืนกระแส ไม่ยอมปรับตัวตามทิศทางของโลก นั่นก็เท่ากับว่ารอวันที่จะล้มหายไป

 

“ธุรกิจร้านหนังสือ” ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต้องปรับตัวอย่างหนัก จากเมื่อก่อนที่เคยรุ่งเรือง มาวันนี้หลายร้านต้องทยอยปิดลง ยิ่งธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์อย่างนิตยสาร และหนังสือพิมพ์ ที่อยู่สภาวะขาลง หลายเล่ม หลายหัว ต้องบอกลาจากตลาดไป ส่งผลต่อยอดขายของร้านหนังสือลดลงตาม ในขณะที่ต้นทุนการดำเนินธุรกิจสูงขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม อย่าคิดว่านี่จะเป็นจุดจบของ ‘ธุรกิจร้านหนังสือ’ !!

เพราะถึงอย่างไรก็ยังคงมี Demand จากผู้บริโภค เนื่องจากยังมีนักอ่านที่ชื่นชอบการได้อ่านหนังสือเล่ม ได้สัมผัสกับเนื้อกระดาษ ได้เดินเข้ามาในร้าน พลิกหน้าเลือกเล่มที่ชอบอย่างช้า ๆ  เพียงแต่ร้านที่จะอยู่รอดได้ในยุคดิจิทัล คือ ร้านที่ปรับตัวได้ทัน เข้าใจตลาด และความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงเร็ว และซับซ้อนขึ้น

 

โมเดลธุรกิจร้านหนังสือยุคใหม่

 

หนทางรอดของ “ร้านหนังสือ” คือ การปรับโมเดลธุรกิจเป็น Omni-Channel ที่เชื่อมโยงระหว่างโลกออนไลน์ และออฟไลน์ซึ่งเป็นช่องทางหน้าร้านเข้าด้วยกัน ทั้งในด้านสื่อสารประชาสัมพันธ์ เช่น แนะนำหนังสือใหม่ การนำเสนอโปรโมชั่น และการขาย ขณะเดียวกันช่องทาง Physical Store ต้องยกระดับให้เป็นมากกว่าการขายหนังสือ โดยปรับร้านให้เน้นขายไลฟ์สไตล์ มากขึ้น เพื่อสร้าง Customer Experience เช่น การเพิ่มร้านกาแฟ มุมอ่านหนังสือ มุมเด็ก และการจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับหนังสือภายในร้าน เช่น กิจกรรมพบปะนักเขียน “พื้นที่ขายประสบการณ์” เหล่านี้จะดึงดูดคนให้เข้ามาเดินในร้านมากขึ้น

 

ปัจจุบันคนอ่านหนังสือน้อยลง และธุรกิจหนังสืออยู่ในสภาวะ Down Trend ดังนั้นพอมีสื่อออนไลน์เข้ามา จึงทำให้หนังสือบางประเภทได้รับผลกระทบ อย่างแนวโน้มของแมกกาซีนลงแรงมาก เพราะสื่อออนไลน์อัพเดทเร็วกว่า ตอบโจทย์เรื่องเทรนด์ แฟชั่น เรื่องที่มาเร็วไปเร็วได้มากกว่า จึงทำให้แมกกาซีนได้รับผลกระทบ

 

ขณะที่หนังสือเล่ม จะไม่ได้รับผลกระทบจากออนไลน์มากนัก เนื่องจาก Pocket Book เป็นเรื่องความรู้ มีเนื้อหาที่คนอ่านต้องการความน่าเชื่อถือ เช่น หนังสือเกี่ยวกับความงาม สุขภาพ การดูแลตัวเอง คอนเทนต์เหล่านี้คนยังเลือกอ่านหนังสือมากกว่า และการอ่านหนังสือให้ความสบายตากว่าการอ่านบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทดีไวซ์ต่าง ๆ

 

เห็นได้ชัดเจนว่าแนวโน้มของธุรกิจร้านหนังสือ หดตัวลง เพราะ 5 ปีมานี้ หนังสือในตลาดน้อยลงเยอะ ทำให้รายได้จากการขายหนังสือลดลง ประกอบกับพฤติกรรมคนอ่านเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้น ร้านหนังสือ ต้องปรับตัว ถ้ายังทำร้านแบบเดิมๆ ที่หนังสือตั้งอยู่นิ่ง ๆ คงอยู่ไม่ได้แน่ ๆ ดังนั้นการทำธุรกิจร้านหนังสือยุคนี้ ต้องมองแบบให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ หรือพฤติกรรมผู้บริโภค โดยร้านหนังสือต้องปรับตัวเป็นกึ่ง ๆ Living Library หรือ Lifestyle Shop ไม่ใช่แค่ขายหนังสืออย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องนำเสนอประสบการณ์ใหม่ เช่น ประสบการณ์จากคอนเทนต์ในหนังสือ ซึ่งคอนเทนต์ในหนังสือไม่จำเป็นต้องส่งผ่านหนังสืออย่างเดียว อาจทำในรูปแบบ Non-book ที่มีความเชื่อมโยงกับหนังสือ เช่น จัดกิจกรรมภายในร้าน จะช่วยดึงดูดคนเข้าร้านมากขึ้น พอคนเข้าร้าน ก็มีโอกาสซื้อหนังสือ

 

image1__1_.jpg

 

“นายอินทร์” ปรับโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบ 24 ปี

 

เรามาเจาะลึก ร้านนายอินทร์ ซึ่งบริหารโดยอมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ กันว่า พวกเขาได้ปรับรูปแบบธุรกิจครั้งใหญ่ไปอย่างไรบ้าง

 

  • ปรับสู่โมเดล Omni-Channel โดยผสานออฟไลน์ และออนไลน์เข้าด้วยกัน ใช้ความได้เปรียบทางการแข่งขันที่มี นั่นคือ เครืออัมรินทร์ ทำธุรกิจครบวงจรทั้ง “ต้นน้ำ” คือ ธุรกิจโรงพิมพ์ และสำนักพิมพ์, “กลางน้ำ” คือ ธุรกิจจัดจำหน่าย และ “ปลายน้ำ” คือ ร้านนายอินทร์, เว็บไซต์ naiin.com ที่ขณะนี้ได้พัฒนาเว็บไซต์ใหม่ให้ใช้งานง่ายขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มการทำ Book Talk ซึ่งเป็นการแนะนำหนังสือจากพนักงาน, รีวิวหนังสือจากผู้เชี่ยวชาญ และเพิ่ม SEO ค้นหาหนังสือให้เจอร้านได้ง่ายขึ้น แต่เครืออมรินทร์ไม่ได้ทำแค่หนังสือเท่านั้น เพราะมีธุรกิจสื่อทีวี “อมรินทร์ ทีวี” นำพลังในเครืออัมรินทร์มา Synergy โดยใช้ช่องทางต่าง ๆ ของกรุ๊ป ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้าน, เว็บไซต์, สื่อ Social Media, ทีวี และการจัดกิจกรรมในพื้นที่ เพื่อสื่อสารกับลูกค้า เช่น แนะนำหนังสือใหม่ และบอกข่าวโปรโมชั่น ผ่านทั้งสื่อออนไลน์ – สาขาร้าน – ทำรีวิวหนังสือบนเว็บไซต์ – สื่อทีวี และจัดกิจกรรมในร้าน เพื่อดึงผู้บริโภคมาใช้บริการ และซื้อหนังสือ ไม่ว่าจะซื้อจากร้าน หรือซื้อผ่านเว็บไซต์ของนายอินทร์ก็ตาม

 

______-min.jpg

 

  • พลิกโฉมสาขาที่อยู่ในโลเคชันสำคัญ เช่น สาขาสยามพารากอน ให้เป็น Lifestyle Bookstore ด้วยการเพิ่มกลุ่ม Non-book เพื่อให้ร้านมีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น เช่น เพิ่มร้านกาแฟ, มีมุมอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น, เพิ่มสินค้าใหม่ที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ และความบันเทิง เช่น บอร์ดเกมส์, เครื่องเขียนดีไซน์ทันสมัย ใส่ความเป็นแฟชั่นต่าง ๆ มากขึ้น

 

รวมทั้งให้ร้านเป็นเวทีสำหรับ Young Designer ที่สร้างสรรค์ผลงานแต่มีข้อจำกัดด้านสถานที่ขายสินค้า ได้มีโอกาสนำสินค้าดีไซน์มาจำหน่ายในร้าน และจัดกิจกรรมภายในร้าน เช่น พบปะนักเขียน, กิจกรรมจัดต้นแคคตัสใส่กระถาง สามารถเชื่อมโยงกับหนังสือเกี่ยวกับบ้านและสวน โดยจะมีกิจกรรมใหม่ ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนไปต่อเนื่อง

 

สินค้ากลุ่ม Non-book นอกจากช่วยดึงคนเข้าร้าน ทำให้ลูกค้าใช้เวลาในการเลือกหนังสือ และอยู่ในร้านนานขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้อีกทางให้กับร้านหนังสือด้วย

 

ต่อไปสาขาใหม่ของนายอินทร์ จะไม่ใช้ Standard Format เดียวกัน แต่จะปรับเปลี่ยนตามโลเคชัน และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเราต้องศึกษากลุ่มลูกค้าที่มาเดินศูนย์การค้านั้น ๆ ว่าเป็นแบบไหน เพื่อปรับ Product Assortment และคอนเซ็ปต์ร้านให้เข้ากับกลุ่มคนที่มาเดิน เช่น สาขาสยามพารากอน กลุ่มลูกค้าหลักเป็นกลุ่มวัยรุ่น นายอินทร์ก็เพิ่มหนังสือกับสินค้า Non-book สำหรับวัยรุ่น และปรับโฉมให้ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่

 

  • เริ่มดึงข้อมูลจากฐานสมาชิกร้านนายอินทร์ ที่ปัจจุบันมีสมาชิก 400,000 – 500,000 คน รวมทั้งเพิ่มฐานสมาชิกใหม่ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ จะได้สื่อสารด้านการตลาด และการขายกับสมาชิกได้แบบเหมาะสมกับแต่ละบุคคล (Personalization) และตรงใจลูกค้ามากขึ้น แตกต่างจากในอดีตที่การสื่อสาร และทำโปรโมชั่นแบบใช้ Content เดียวหว่านไปทั่ว

 

ทั้งหมดนี้เราคงเห็นแล้วว่าไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปอย่างไร ไม่ว่าเทคโนโลยีจะล้ำหน้าแค่ไหน ก็ไม่อาจลบเลือนเสน่ห์ของหนังสือให้จางหายไปได้ นี่จึงทำให้ธุรกิจร้านหนังสือยังไม่ตาย! แต่การจะเติบโตได้ในยุคดิจิทัล หัวใจสำคัญคือ ต้องผสานระหว่างออฟไลน์ กับออนไลน์เข้าด้วยกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า 



------------------------------------------------------------------------------------

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ติดต่อ Netway Group ได้ตลอด 24 ช.ม.

โทร 0-2912-2558

Live Chat ผ่าน www.netway.co.th

อีเมล support@netway.co.th


บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่

0 จาก 0 เห็นว่ามีประโยชน์

มีคำถามเพิ่มเติมหรือไม่ ส่งคำร้องขอ


Technical Knowledge

Website/Install Application & FTP
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเว็บไซต์ วิธี Install Applications และ FTP
Linux Technical Knowledge
ความรู้ทั่วไป และวิธีแก้ไขปัญหา OS Linux Server
Windows Technical Knowledge
ความรู้ทั่วไป และวิธีแก้ไขปัญหา OS Windows Server
Database
ความรู้ทั่วไป และวิธีแก้ไขปัญหา Database

Technical Knowledge

Website/Install Application & FTP
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเว็บไซต์ วิธี Install Applications และ FTP
Linux Technical Knowledge
ความรู้ทั่วไป และวิธีแก้ไขปัญหา OS Linux Server
Windows Technical Knowledge
ความรู้ทั่วไป และวิธีแก้ไขปัญหา OS Windows Server
Database
ความรู้ทั่วไป และวิธีแก้ไขปัญหา Database