มาใหม่อีกแล้วกับ new TLS eBook จาก DigiCert โดยทุกท่านสามารถดาวน์โหลดได้จากเอกสารแนบนะครับ View File
ในปัจจุบันนอกจาก Google Chrome แล้ว ยังมีค่ายของ Apple Inc ผู้พัฒนา Safari Web Browser ด้วยเช่นกันที่ออกมาประกาศเรื่องข้อจำกัดในความน่าเชื่อถือของอายุใบรับรอง SSL Certificate ซึ่งล่าสุด Apple Inc. ได้แจ้งชัดเจนว่าจะยอมรับความน่าเชื่อถือของใบรับรองเหลือเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น (https://support.apple.com/en-us/HT211025) องค์กรที่ถือครองใบรับรองนั้นจะต้องทำการ Re-issue ใหม่ทุกรอบปี เพื่อให้ระบบและอุปกรณ์ของ Apple Inc. ทั้งหมดยังคงเชื่อมต่อได้อยู่ สำหรับผู้ซื้อใบรับรองของ DigiCert เอง ที่เดิมเคยซื้อได้ใบละ 2 ปีนั้น จะสามารถสั่งซื้อได้เพียงใบละ1 ปีเท่านั้นซึ่งสำหรับผู้ที่เคยซื้อใบรับรองแบบ 2 ปีไว้ก่อนวันที่ 1 กันยายน 2563 นี้ก็จะยังคงใช้งานได้ปกติ แต่หากใบรับรองนั้นถูกสั่งซื้อแบบ Multi-year หลังจากวันที่ 1 กันยายน 2563 นี้เป็นต้นไปแล้ว จะเท่ากับว่าท่านซื้อแบบใบต่อใบเท่านั้น (เช่น ถ้าซื้อ 6 ปีก็แปลว่าจะได้ใบรับรอง 6 ใบ เหมือนซื้อล็อตเตอรรี่เลขเดียว แต่มี 6 ใบใช้ได้ 6 งวด เป็นต้น) ในฐานะตัวแทนจำหน่ายของ DigiCert เอง ทางบริษัทขอแนะนำให้ท่านสั่งซื้อแบบรายปีเพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการเพราะระบบการจัดการรอบบิลของ Netway.co.th นั้น รองรับการแจ้งเตือนแบบปีต่อปีอยู่แล้วและยืนยันได้ว่าจะแจ้งเตือนให้ท่านต่อใบรับรอง https:// ก่อนจะสิ้นอายุจริงๆ ได้อย่างแน่นอน ส่วนของข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่ออกโดย DigiCert นั้น สามารถดูได้จากลิงก์ต่อไปนี้ DigiCert EOL 2-Year Certificates DigiCert Multi-year Plans
ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา บริษัท Apple Inc. ออกมาประกาศว่าจะลดอายุการใช้งานสูงสุดสำหรับใบรับรองเซิร์ฟเวอร์ TLS หรือพูดง่ายๆ ก็คือจะยอมรับนับถือและเชื่อมั่นในมาตรฐานของ SSL Certificate ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์และระบบของ Apple สูงสุดแค่ 1 ปีเท่านั้น (่อ่านประกาศจาก Apple ที่นี่) ทำให้เหล่า Certificate Authority (CA) รายใหญ่ทั่วโลก ลุกขึ้นมาปรับตัวและอัพเกรดมาตรฐานของตัวใบรับรองกันเป็นการใหญ่ เหตุการณ์นี้ ก่อผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบต่อทั้งผู้ใช้เองและผู้ให้บริการทางด้านไอทีต่างๆ ด้วย ในทางบวกนั้นก็คือ ผู้ใช้จะได้รับความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าทั้งอุปกรณ์ ระบบ และผู้ออกใบรับรองเองมีการอัพเดทระบบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องทุกปี ทำให้ผู้ใช้วางใจได้มากขึ้นว่าจะไม่ถูกรบกวนเรื่องความปลอดภัยจากช่องโหว่ที่เกิดขึ้นจากการที่แฮกเกอร์ใช้ Certificate ที่มีอายุยาวมากเกินไปนั่นเอง ในทางลบนั้นก็คือว่า ผู้พัฒนาระบบต่างๆ จะต้องคอบ Re-issue ใบรับรองใหม่ทุกรอบปี แม้ว่าหลายๆ แบรนด์จะบอกว่ายังจำหน่ายแบบ Multi-year อยู่นั่นเอง แต่ไม่ว่าจะซื้อนานแค่ใด ผู้พัฒนาระบบให้แก่ End User ก็จะต้องติดต่อ CA เพื่อขอ Re-issue ใหม่ทุกปีอยู่ดี เพราะอย่างไรเสียแล้ว Apple Inc. ก็มีจุดยืนที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าจะ TRUST หรือเชื่อถือในตัวใบรับรองสูงสุดแค่ 1 ปีเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นหลังจากวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2563 นี้เป็นต้นไป แต่อย่างไรก็ตาม SSL Certificates ที่เคยซื้อไว้แบบ 2 ปีก่อนหน้าวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2563 และยังไม่ได้ถูกระบุว่าหมดอายุ ก็จะยังคงได้รับสิทธิ์พิเศษในการได้รับความเชื่อถือต่อไป แต่หากว่าหมดอายุแล้ว ทางผู้ซื้อเองก็จะต้องสั่งซื้อใหม่แบบเป็นรายปีต่อไป ทั้งนี้ สำหรับแบรนด์ใหญ่อย่าง DigiCert แล้ว ได้ออกมาอำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อโดยการเสนอขายเป็นแบบ Multi-year Plans ที่ระยะเวลาครอบคลุมสูงสุด 6 ปี (แต่มองเป็นว่าได้ใบรับรองใหม่ 6 ใบ ที่จะต้องถูก Re-issue ใหม่เหมือนซื้อใหม่ทุกๆ ปี) อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.digicert.com/blog/position-on-1-year-certificates/ ส่วนทาง ENTRUST เอง ก็ได้ออกมาประกาศนโยบายการสั่งซื้อไว้ชัดเจนด้วยเช่นกัน โดยสามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.entrustdatacard.com/blog/2020/february/apple-announces-398-day-maximum-certificate-lifetime ส่วนทาง Sectigo (COMODO เดิม) เองนั้นก็มีนโยบายออกมาด้วยเช่นกัน อ่านต่อได้ที่ https://sectigo.com/resource-library/apple-to-limit-accepted-tls-certificate-duration-to-one-year ส่วน GlobalSign เองก็ได้อธิบายนโยบายการสั่งซื้อไว้ด้วยเช่นกัน อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่ https://www.globalsign.com/en/blog/apple-mandates-one-year-ssl-certificate-validity-limit สำหรับ GoDaddy SSL Certificate เองนั้น ในตอนนี้ยังไม่มีประกาศใดๆ ออกมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งหากมีการอัพเดทแล้วจะแจ้งให้ทราบโดยทันที ทั้งนี้ การสั่งซื้อ แบบ Multi-year Plan ตามที่ละรายกล่าวอ้างนั้น ยังต้องอาศัยกระบวนการในการทำ Automation อีกมากเพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ใช้ทำการ Re-issue และดำเนินการ Validate ตัวตนใหม่ในแต่ละครั้งในทุกๆ ปี ให้ลำบากน้อยที่สุด ดังนั้น จึงแนะนำที่การสั่งซื้อเป็นแบบรายปี โดยทาง SSL.IN.TH มีบริการแจ้งเตือนต่ออายุแบบรายปีอยู่แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อและผู้ใช้ในแต่ละราย หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้จากช่องทางหลักคือ Support@netway.co.th หรือ โทร. 02-055-1095 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Apple ได้ประกาศว่าจะทำการเปลี่ยนแปลงการรับรองความน่าเชื่อถือของ TLS/SSL Certificate ที่มีอายุเกิน 398 วัน จากเดิมที่ อายุของการรับรองความน่าเชื่อถือของ Certificate อยู่ที่ 825 วัน เริ่มบังคับใช้หลังจากวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2563 โดยจะส่งผลกระทบต่อให้ผู้ใช้งานที่เปิดการใช้งานผ่าน Browser Safari เท่านั้น ส่วน Browser หลักอื่นๆ เช่น Chrome IE &Edge Firefox จะยังไม่เกิดผลกระทบ จากการสำรวจการใช้งาน Web Browser ของ W3Counter พบว่า ผู้ใช้งานทั่วโลกมีการใช้งาน Browser Safari อยู่ถึง 17.7% ซึ่งเป็นอันดับสองรองจาก Chrome ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบค่อนข้างมาก ผลกระทบต่อ TLS/SSL Certificate ปัจจุบัน Certificate ที่ออกก่อนวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2563 จะไม่เกิดผลกระทบอะไร ยังสามารถใช้งานได้จนสิ้นสุดระยะสัญญา ยกเว้นกรณีมีการขออก Certificate ใหม่ที่ออกหลังจากวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2563 จะถูกลดการรับรองความน่าเชื่อถือของ TLS/SSL Certificate เหลือเพียง 398 วัน ซึ่งหาก Certificate ที่ใช้งานยังไม่หมดระยะสัญญา ก็ต้องมีการขออก Certificate ใหม่อีกครั้งเพื่อให้สามารถใช้งานได้จนครบอายุสัญญา การสั่งซื้อ TLS/SSL Certificate ใหม่สามารถสั่งซื้อได้สูงสุดกี่ปี ตอนนี้ยังไม่มีประกาศลดอายุการสั่งซื้อ TLS/SSL Certificate จาก Certificate Authority ต่างๆ หากมีความคืบหน้า ทีมงานเน็ตเวย์ และ ssl.in.th จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ที่มา: https://support.apple.com/en-us/HT211025 https://www.digicert.com/position-on-1-year-certificates/ https://www.entrustdatacard.com/blog/2020/february/apple-announces-398-day-maximum-certificate-lifetime
#องค์กรต้องรู้ ☝️???? ☠☠☠ แฮกเกอร์ทำงานไม่มีวันหยุด อย่ามัวป้องกันแต่ไวรัส จนลืมเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและองค์กร ในช่วงที่ต้อง Work from Home กับสถานการณ์ COVID-19 แบบนี้ .☠☠☠ ถ้าคุณไม่อยากพลาดทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหล เหมือนบางโรงพยาบาลในต่างประเทศถูกแฮกข้อมูล จนเกิดความเสียหายมากกว่าไวรัสที่กำลังเผชิญ ????ลองใช้เวลาไม่กี่นาที อ่านบทความนี้สิคะ ช่วงนี้หลายๆบริษัทเริ่มให้พนักงานทำงานที่บ้านหรือ Work from Home กันแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจาก COVID-19 แล้ว สิ่งหนึ่งที่เราต้องป้องกันและรักษาความปลอดภัยในช่วงที่ทำงานที่บ้านก็คือความปลอดภัยจากโลกไซเบอร์นี่เอง ข้อมูลบริษัทเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องปกป้องดูแลไม่ให้รั่วไหลออกไป วันนี้เน็ตเวย์ฯ ขอนำเสนอ 9 ทริคดีๆที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยขององค์กร ตรวจสอบเว็บไซต์ที่เข้าใช้งานด้วย SSL: ทุกเว็บไซต์ที่เราเข้าไปดูข้อมูล จะต้องมี HTTPS:// และจะต้องปรากฎแม่กุญแจด้านหน้า Address Bar เว็บไซต์ที่เรียกด้วย HTTPS:// ได้ จะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเว็บไซต์ที่ไม่มี HTTPS:// ความปลอดภัยของเน็ตเวิร์ค: การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบปลอดภัย เราควรเลือกใช้อินเตอร์เน็ตส่วนตัวของเรา มากกว่าไปนั่งร้านกาแฟและใช้อินเตอร์เน็ตตามที่สาธารณะ เนื่องจากการใช้อินเตอร์เน็ตตามที่สาธารณะ เราอาจจะถูกเจาะข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของเรา นอกจากนั้น ควรตั้ง Password Wifi ของที่บ้านให้มีความยากต่อการคาดเดา เพราะหากตั้งง่ายๆ อย่างเช่น 12345678 อาจจะทำให้เป็นช่องโหว่ให้แฮคเกอร์เข้ามาเจาะระบบได้ ความปลอดภัยของอีเมล: มันอาจจะฟังดูพื้นฐานแต่เราควรแยกอีเมลขององค์กรกับอีเมลส่วนตัวของเราเอง เนื่องจากอีเมลส่วนตัวไม่ว่าจะเป็น Hotmail, Gmail, Outlook, Yahoo มักจะมีอีเมลแปลกปลอม ที่อาจจะแฝงด้วยไวรัสส่งเข้ามาอยู่เรื่อยๆ หากเราใช้เมลส่วนตัวและเมลองค์กรร่วมกัน เมลองค์กรอาจจะได้รับอีเมลสแปมเหล่านี้ด้วย ความปลอดภัยของอุปกรณ์: ตั้งรหัส Password ในการ Login เข้าคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต รวมแม้กระทั่งมือถือ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลบริษัท และทางที่ดีอย่าปล่อยให้เด็กๆเข้ามาใช้อุปกรณ์ของคุณในการเล่นเกม หรือเข้าเว็บจะดีกว่า ควรแยกเครื่องที่เป็นส่วนตัวสำหรับผู้ใช้งานในบ้านไป ระวังอีเมลหลอกลวง: Phishing Email หรืออีเมลหลอกลวง ยังคงพบเจอได้อยู่ทุกวัน แม้ว่าจะมีการออกมาเตือนกันอยู่มากมาย เราสามารถคัดกรองหรือตรวจสอบได้จากอีเมลผู้ส่ง ที่ส่งอีเมลหาเรา หากเป็นอีเมลที่ไม่คุ้นเคยหรือมีลักษณะให้โอนเงิน ให้คาดเดาไว้ก่อนเลยว่าเป็น Phishing Email การทำงานร่วมกัน: แน่นอนว่าในช่วง Social Distancing นี้ เราอาจจะไม่ได้เจอหน้ากันเหมือนแต่ก่อน การประชุมหรือการพูดคุยจะเป็นแบบ Call Conference ทั้งหมด เราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเวลาที่เปิดห้อง Conference ด้วย เช่น อาจจะตั้ง Authentication Code ในการเข้าร่วมประชุม หรือผู้ที่เป็นผู้นำประชุมให้เช็คจำนวนและชื่อผู้เข้าประชุมออนไลน์ทุกครั้ง หรือหากมีการเปิดให้ผู้อื่นสามารถรีโมทเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์เราได้ เราก็ต้องเช็คกับเพื่อนร่วมงานดีๆ จัดส่ง Password เพื่อทำการรีโมทในที่ที่ปลอดภัย หลังจากที่รีโมทเสร็จสิ้น ก็ให้ปิดโปรแกรมรีโมททุกครั้ง นโยบายบริษัท: ในสถานการณ์นี้ แนะนำเลยว่าพนักงานทุกคนควรคอยติดตามและทำตามนโยบายบริษัทอย่างเคร่งครัด หากมีสิ่งที่น่าสงสัยหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในระหว่างทำงาน ให้แจ้งทางฝ่าย IT ของบริษัทให้เร็วที่สุด อัพเดทข้อมูล: ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นล่าสุด ทั้งที่เป็นข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลของบุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน ทั้งเบอร์โทร ที่อยู่ ในกรณีเกิดเหตุเร่งด่วน ทางบริษัทจะสามารถติดต่อได้ทันที อย่าลืมกฎพื้นฐานทั่วไป: อย่าคลิกลิ้งก์ หรือเข้าเว็บอะไรจากคนที่เราไม่รู้จัก ใช้ VPN ในกรณีที่ต้องเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท อัพเดท Anti-Virus ของเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ บนมือถือก็เช่นกัน นี่เป็นเพียงคำแนะนำส่วนหนึ่งเท่านั้น เพื่อที่จะรักษาความปลอดภัยของการทำงานที่บ้าน การทำงานที่บ้านอาจจะเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยจากไซเบอร์มากกว่าการทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ แต่เราทุกคนควรเรียนรู้ วิธีการจัดการ วิธีการป้องกันและแก้ปัญหาเบื้องต้น เพื่อให้การทำงานที่บ้านนั้นปลอดภัยในช่วงการระบาดของ COVID-19 นี้ นอกจากนั้นรักษาความปลอดภัยของข้อมูลบริษัทแล้ว เราก็ต้องดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ credit: https://www.digicert.com/nine-tips-to-securely-work-from-home-during-coronavirus/ ----------------------------------------------------------------------- เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่นพร้อมช่วยคุณตลอด 24ชม. หลากหลายช่องทาง เราเข้าใจว่าคุณอาจไม่มีทีมไอที หรืออาจต้องทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) และเจอปัญหาใช้งานระบบไอทีต่างๆ หรือต้องการสอบถามเกี่ยวผลิตภัณฑ์หรือบริการใดๆ คุณสามารถทักเราเข้ามาได้เลยค่ะ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำตลอด 24 ชม. และยังมีบทความแนะนำเพื่อให้คุณเข้าใจขั้นตอนต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น ช่องทางติดต่อเน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netway Facebook : m.me/netway.offcial Tel : 02-055-1095 Email : support@netway.co.th Web Chat : https://netway.co.th/ #เน็ตเวย์ช่วยคุณได้ #Support24ชั่วโมง #เลี่ยงความเสี่ยง #Covid19