Windows 11 มาแล้วต้องทำอย่างไรบ้าง คงจะเห็นผ่านตากันแล้วว่า Windows 11 นั้นเปิดให้ upgrade อย่างเป็นทางการแล้ว ถ้าเราอยากจะใช้ Windows 11 ควรเริ่มยังไง? มาดูกัน.อันดับแรกเช็คก่อนว่าเครื่องของเรานั้นรองรับหรือเปล่า ไปโหลดโปรเกมตรวจสอบได้ที่นี่ PC Health Check App http://msft.it/6184XWPyI.ถ้าเครื่องที่เราใช้อยู่นั้นรองรับ Windows 11 ให้ไปต่อที่นี่.วิธีที่ 1 กด start --> settings --> Windows update แล้วกด check for updates.วิธีที่ 2 หรือจะไป download ไฟล์ ISO มาติดตั้งจากลิ้งค์นี้http://msft.it/6185XWPyL.ถ้าหากใช้ PC Health Check App แล้วแจ้งว่าเครื่องที่เราใช้อยู่นั้นไม่รองรับ Windows 11ไม่ต้องตกใจ หากเพิ่งซื้อเครื่องมาได้ไม่นาน ให้เข้าไปที่ bios แล้วเปิดการใช้งาน Trust Platform Module หรือไป enable TPM จาก bios (ถ้าเครื่องเรามี TPM).แต่ถ้าไม่แน่ใจจริงๆ ว่าต้องทำอย่างไร ลองเช็คสเปกเครื่องของคุณดูว่ามี TPM หรือไม่ หรือโทรสอบถามศูนย์บริการของเครื่องยี่ห้อนั้นๆ ได้เช่นกัน.ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ Windows 11 http://msft.it/6186XWPy0#Windows11 #Official #Release #Microsoft #แท้
ไมโครซอฟท์เปิดตัว Windows 11 สร้างประสบการณ์ใหม่ ให้คุณใกล้ชิดกับสิ่งที่รักยิ่งขึ้น ไมโครซอฟท์ ประกาศเปิดตัว Windows 11 สร้างประสบการณ์ใช้งานใหม่เพื่อให้ผู้ใช้ได้ใกล้ชิดกับสิ่งที่รักและคนที่รักมากยิ่งขึ้นWindows 11 พร้อมสำหรับทั้งการทำงาน เรียน และเล่น ส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและเอื้อให้ทำงานแบบ multitasking ได้อย่างลื่นไหล รวมถึง Microsoft Store โฉมใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าแอป เล่นเกม และชมภาพยนตร์ได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น“รูปแบบการใช้คอมพิวเตอร์พีซีของเราได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตลอดช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา จากการใช้เพื่อทำงานเน้นฟังก์ชันก็เปลี่ยนเป็นการใช้เพื่อตอบโจทย์เรื่องส่วนตัวและความรู้สึกมากยิ่งขึ้น และนี่คือแรงบันดาลใจของเราในการสร้างสรรค์ Windows เจเนอเรชันใหม่เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้คนกว่าพันล้านคนทั่วโลกไว้วางใจ โดยเราตั้งใจให้ Windows 11 เป็นเหมือนสถานที่ที่ทุกคนคุ้นเคยและพร้อมที่จะเข้าร่วมสร้างสรรค์ เรียนรู้ เล่นสนุก และที่สำคัญคือติดต่อกันได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น” พานอส พาเนย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ กล่าวWindows 11 จะพร้อมให้ติดตั้งในช่วงปลายปีนี้ ทั้งสำหรับพีซีเครื่องใหม่ และในรูปแบบของการอัปเกรดฟรีสำหรับพีซีที่ใช้ Windows 10 เร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมดีไซน์เรียบง่ายเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน Windows 11 มาพร้อมอินเตอร์เฟซที่ดูสบายตาและฟีเจอร์ใช้งานง่าย เพื่อตอบสนองผู้ใช้ให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นพร้อมจุดประกายความสร้างสรรค์ โดยผู้ใช้งานสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย เพียงคลิกที่ปุ่ม Start ซึ่งอยู่กลางจอ หลังจากนั้นระบบก็จะประมวลข้อมูลจากคลาวด์และ Microsoft 365 เพื่อแสดงผลให้ผู้ใช้งานได้ทราบว่าไฟล์ล่าสุดที่เปิดดูผ่านแพลตฟอร์มหรือดีไวซ์ต่างๆ มีอะไรบ้าง ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานต่อได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะใช้งานผ่านอุปกรณ์แอนดรอยด์หรือ iOS ก็ตาม ยกระดับให้การทำงานแบบ Multi-tasking หรือการทำงานหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน โดย Windows 11 จะมาพร้อมฟีเจอร์เด็ดๆ อย่าง Snap Layouts, Snap Groups และ Desktops ที่จะมาเป็นผู้ช่วยในการจัดการหน้าต่างแอปต่างๆ ให้คุณได้ใช้พื้นที่บนหน้าจออย่างคุ้มค่าที่สุด โดยผู้ใช้งานสามารถเปิดหลายหน้าจอเพื่อมาใช้กับแอปมากมายหลากหลายได้พร้อมกัน เพียงลากแอปไปวางไว้แต่ละด้านของหน้าจอ และยังสามารถแยกพื้นที่สำหรับทุกจังหวะของชีวิต ทั้งช่วงทำงาน เล่นเกม หรือใช้เรียน ด้วยเดสก์ท็อปที่ตั้งค่าแยกได้สำหรับทุกสถานการณ์และพร้อมให้ใช้งานสลับกันได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้งานยังสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สนใจได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นผ่าน Widgets ซึ่งรวบรวมข่าวสารที่คัดสรรมาเพื่อคุณโดยเฉพาะผ่านระบบ AI และเบราว์เซอร์ประสิทธิภาพสูงจาก Microsoft Edge โดยฟังก์ชัน Widgets นี้ นับเป็นพื้นที่ใหม่ภายใน Windows ที่นักสร้างสรรค์และนำเสนอคอนเทนต์สามารถเข้ามาเติมเต็มได้ด้วยคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้แต่ละคน Windows 11 ได้รับการออกแบบมาให้เป็นแพลตฟอร์มที่ปลอดภัย สามารถใช้งานแบบไฮบริดได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะทำงานหรือเรียน โดยใช้เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แบบล่าสุดโดยออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Zero Trust ในการปกป้องข้อมูลและคุ้มครองสิทธิการเข้าถึงการใช้งานบนทุกดีไวซ์ ประสบการณ์ที่เหนือกว่าสำหรับการเล่นเกม ความบันเทิง และการติดต่อสื่อสาร Windows 11 มาพร้อมกับการเปลี่ยนโฉม Microsoft store ที่เสริมทั้งความเร็ว ความหลากหลาย และความสะดวกสบายให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้น ยังมีแอปมากมายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้นซึ่งผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัยไว้ใจได้อุ่นใจสำหรับคนในครอบครัว ช่วยเสริมประสบการณ์แปลกใหม่ให้ผู้ใช้ได้เพลิดเพลิน สร้างแรงบันดาลใจ และเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างลงตัว โดยยังเป็นครั้งแรกของ Microsoft Store ที่จะมีแอปสำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์รวมอยู่ด้วย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอปได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้นผ่าน Amazon App store โดยเรื่องดีๆ เช่นนี้เกิดขึ้นได้แน่นอนว่าเกิดจากความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์กับ Amazonและรับรองได้ว่าทุกแอปที่ใช้งานบน Windows 10 จะสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์บน Windows 11 ผ่าน App Assure บริการที่ช่วยให้ลูกค้าองค์กรที่มีผู้ใช้งานแอปตั้งแต่ 150 คนขึ้นไป ได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับแอปต่างๆ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายWindows 11 ยังสามารถปลดล็อกฮาร์ดแวร์ให้ทำงานได้เต็มศักยภาพ ด้วยการใช้เทคโนโลยีล่าสุดในวงการเกม ให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์เล่นเกมที่เหนือชั้นและสมจริงยิ่งขึ้นผ่าน:DirectX 12 Ultimate มอบกราฟิกที่สมจริงอย่างน่าทึ่ง พร้อมเฟรทเรทที่ไหลลื่นDirectStorage ช่วยลดเวลาการโหลดเกม และปูทางไปสู่โลกในเกมที่มีรายละเอียดมากกว่าที่เคยAuto HDR เสริมสีสันและความมีชีวิตชีวาให้กับภาพจนสะกดทุกสายตาเล่นเกมพีซีคุณภาพสูงกว่า 100 เกม รวมถึงเกมใหม่ล่าสุดซึ่งจะเพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ใช้ Xbox Game Pass for PC หรือ Xbox Game Pass UltimateWindows 11 มอบประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อกับทุกคนที่สำคัญในชีวิตคุณได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยการติดตั้ง Microsoft Teams ไว้ที่ทาสก์บาร์ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดต่อกับทุกคนได้เลยผ่านข้อความแช็ต ภาพ เสียง หรือวิดีโอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลก และใช้ได้ทั้งกับ Windows Android และ iOS หรือถ้าใครที่ไม่มีแอป Teams ก็สามารถติดต่อกันได้ผ่านข้อความสั้น (two-way SMS) ซึ่งการนำฟีเจอร์ของ Teams มาผสมผสานกันเช่นนี้ยังทำให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการพรีเซนต์งานหรือปิดเสียงตัวเองในการประชุมได้ทันทีจากทาสก์บาร์ สร้างโอกาสที่เปิดกว้างมากขึ้น ให้กับนักพัฒนาและนักสร้างสรรค์ ไมโครซอฟท์ก้าวสู่ความล้ำหน้าที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นกว่าเดิม ปลดล็อกศักยภาพให้นักพัฒนาและนักสร้างสรรค์หรือ creator ด้วยระบบนิเวศที่เปิดกว้างใน Windows 11 ซึ่งจะมอบประโยชน์ให้แก่นักพัฒนาในการสร้างสรรค์ พร้อมๆ ไปกับการมอบแอปพลิเคชัน เกมส์ ภาพยนตร์ ซีรีส์ และคอนเทนต์ออนไลน์มากมายให้กับผู้ใช้งาน อาทินักพัฒนาแอปและผู้ผลิตซอฟต์แวร์อิสระ สามารถนำแอปมาลงใน Microsoft Store ได้ ไม่ว่าจะเป็นแอปที่พัฒนามาจากเฟรมเวิร์คไหนก็ตาม เช่น Win32 หรือ Progressive Web Appแนวทางใหม่ของไมโครซอฟท์ในการการแบ่งปันรายได้ให้กับนักพัฒนา จะช่วยให้พวกเขาได้รับรายได้จากการขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางของตนเองได้เต็ม 100% โดยนักพัฒนาแอปยังสามารถเลือกใช้ระบบรองรับการซื้อขายของไมโครซอฟท์ได้เช่นเดิม โดยมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 85/15ขอบคุณมากค่ะที่ไว้วางใจใช้บริการเน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น หากมีข้อเสนอแนะ หรือต้องการสอบถามใดๆ เจ้าหน้าที่ของเรายินดีให้บริการ 24 ชม. ผ่าน Line ID: @netway, FB: netway.official, Tel. 02 055 1095, support@netway.co.th We're Happy to Help You 👧🧔
Hybrid Work คืออะไร Hybrid Work เป็นรูปแบบการทำงานที่เราหลายองค์กรเป็นอยู่ทุกวันนี้ ที่ 50% ทำงานที่ออฟฟิศ 50% ทำงานจากข้างนอก เช่นจากที่บ้าน หรือจากไซต์งาน พนักงานไม่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน หรือสามารถทำจากที่ไหนก็ได้ พนักงานอาจจะทำงานจากที่บ้าน (Work from Home—WFH) สลับกับเข้ามาที่ออฟฟิศ หรือบางที่ก็อาจจะออกนโยบายให้มีการสลับทีมเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศ Hybrid Work ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ Covid-19 แต่ Covid-19 เป็นตัวกระตุ้นให้คอนเซ็ปต์การทำงานแบบนี้เกิดขึ้น บางคนเรียกว่า Digital Disruption บางคนมองว่าเป็น Digital Transformation และเมื่อโรคระบาดนี้หายไป เราก็เชื่อว่า Hybrid Work จะยังคงอยู่เพราะเป็นรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของสังคมการทำงานยุคใหม่ ที่มีทั้ง Baby Boomer เกษียณที่ไม่อยากเกษียณ อาจจะกลับเข้ามาร่วมทำงานในรูปแบบที่ปรึกษา, Gen X ผู้นำองค์กรไฟแรงที่ไม่อยากเอ้าท์ สามารถปล่อยพลัง แชร์ไอเดียได้ทุกเมื่อ, Gen Y (Millennial) ที่ส่วนใหญ่ร้องขอการทำงานจากบ้าน ความยืดหยุ่นในการทำงาน และฟรีแลนซ์คุณภาพส่วนใหญ่ก็อยู่ในวัยนี้, รวมถึง Gen Z ที่กำลังเพิ่มจำนวนเข้ามาในตลาดงานมากขึ้นเรื่อยๆ จริงอยู่ว่า Hybrid Work คือสิ่งที่หลายองค์กรบนโลกกำลังมุ่งมั่นทำให้เกิดขึ้นจริง แต่มนุษย์ยังจำเป็นต้องเจอกันเพื่อมีบทสนทนาจริงๆ ที่กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และเป็นทีมเวิร์คเดียวกัน เรื่องที่กังวลหลักๆ ช่วง Hybrid Work คงหนีไม่พ้นความปลอดภัย ปัญหาหลักที่องค์กร หรือฝ่ายไอทีกังวลมากที่สุดคงหนีไม่พ้นความปลอดภัย (Security) ในช่วงที่พนักงานทำงานจากหลากหลายที่ เข้าถึงข้อมูลจากหลายทาง และมีการใช้งานเชื่อมโยงข้ามอุปกรณ์ ทั้งเครื่องส่วนตัว เครื่องขององค์กร หรืออาจจะออกไปใช้งาน device ที่เป็นของสาธารณะตามอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ บรรยากาศแบบนี้ทำให้ทีม IT นอนไม่หลับ แอบกังวลว่าจะมีช่องโหว่ อาจจะถูกโจมตีได้ทุกเมื่อเป้าหมายของการโจมตีบนโลกไซเบอร์ ไม่ได้มีแค่องค์กรใหญ่ ธนาคาร หน่วยงานรัฐบาล โรงพยาบาล หรือหน่วยงานที่เป็นที่รู้จักอีกต่อไป แต่การโจมตีอย่าง ransomeware, การขโมยข้อมูลส่วนบุคคล, หรืออีเมล phishing โดยอาชญากรบนโลกไซเบอร์หรือแฮคเกอร์ยังขยายวงมายังธุรกิจ SME ที่ไม่มีนโยบายด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ชัดเจน ไม่มีคนรับผิดชอบโดยตรง จึงทำให้เกิดช่องโหว่ ล่อตาล่อใจให้แฮคเกอร์โจมตีรายย่อยๆ หลายๆ รายที่อาจไม่รู้ตัว หรือไม่อยากเสียเวลาไปทำเรื่องร้องเรียน ปล่อยให้เรื่องมันผ่านไป น่าจะเป็นอะไรที่ง่ายมากกว่าการมุ่งเจาะระบบใหญ่ๆ ขององค์กรใหญ่ที่มีความรัดกุม และอาจจะถูกจับได้ง่าย 10 ขั้นตอนเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับธุรกิจ SME ในช่วงวิกฤต ไม่ว่าจะโควิด-19 น้ำท่วม หรือเหตุชุมนุมก็ไม่สามารถทำให้ธุรกิจของคุณเสี่ยงภัยกับ ransomeware, virus, cyber attack เพียงเช็คให้ดีว่าคุณทำตามขั้นตอนเหล่านี้หรือยัง
Hybrid Work ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ Covid-19 แต่ Covid-19 เป็นตัวกระตุ้นให้คอนเซ็ปต์การทำงานแบบนี้เกิดขึ้น บางคนเรียกว่า Digital Disruption บางคนมองว่าเป็น Digital Transformation และเมื่อโรคระบาดนี้หายไป เราก็เชื่อว่า Hybrid Work จะยังคงอยู่เพราะเป็นรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของสังคมการทำงานยุคใหม่ ที่มีทั้ง Baby Boomer เกษียณที่ไม่อยากเกษียณ อาจจะกลับเข้ามาร่วมทำงานในรูปแบบที่ปรึกษา, Gen X ผู้นำองค์กรไฟแรงที่ไม่อยากเอ้าท์ สามารถปล่อยพลัง แชร์ไอเดียได้ทุกเมื่อ, Gen Y (Millennial) ที่ส่วนใหญ่ร้องขอการทำงานจากบ้าน ความยืดหยุ่นในการทำงาน และฟรีแลนซ์คุณภาพส่วนใหญ่ก็อยู่ในวัยนี้, รวมถึง Gen Z ที่กำลังเพิ่มจำนวนเข้ามาในตลาดงานมากขึ้นเรื่อยๆ วันนเราได้รับเกียรติจากทางคุณ วรรณทิพา วงษ์สมุทร. ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ Modern Work Business & Security และคุณ นพชัย ตั้งไตรธรรม Regional Technology Specialist บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด นำเสนอแนวทางที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Microsoft 365 มาเสริมสร้างให้องค์กรปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Identity Protection, Digital Identity, พร้อมกับมี Demo และ Hands-On ที่เปิดโอกาสให้คุณถามตอบในตอนท้ายด้วย Webinar ของไมโครซอฟท์ของเดิมมีความยาวเกือบ 2 ชั่วโมง เราจึงขออนุญาตแบ่งเป็น 2 Part เพื่อความสะดวกในการรับชม สร้างความปลอดภัยทางดิจิทัล กับ 12 ขั้นตอนเพื่อรองรับการทำงานแบบ Hybrid Work - Part 1/2VDO > สร้างความปลอดภัยทางดิจิทัล กับ 12 ขั้นตอนเพื่อรองรับการทำงานแบบ Hybrid Work - Part 2/2VDO >
Microsoft Power Platform คืออะไร? Microsoft Power Platform คือเป็นเครื่องมือง่ายๆ ใช้สร้างแอปที่ทุกคน (ขอย้ำนะครับว่าผู้ใช้ทั่วไปเลย) สามารถทำได้ โดยไม่ต้องอ้อนวอนฝ่ายไอที เพียงแค่ Drag and Drop ให้เกิด workflow หรือกระบวนการทางธุรกิจ เช่นอนุมัติ แจ้งข่าว หรือใช้ AI โต้ตอบกับลูกค้า (ส่วนนี้อาจจะพึ่งพาทีมพัฒนาเข้ามาช่วยเรื่องเขียนโค้ด แต่ก็น้อยจะเรียกว่าเป็น low code platform) และเมื่อระบบที่คุณสร้างดำเนินการไปได้ มีคนใช้งาน ก็จะเกิดข้อมูลให้เราได้ใช้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการทำงานต่อไปในฐานะของคนที่ไม่ได้เรียนไอทีมา ขอผมขอยืนยันว่า มันง่ายมาก เพียงคุณแค่เข้าใจความต้องการของคุณ และเปิดโอกาสให้ตัวเองเรียนรู้คอนเซ็ปต์เบื้องต้น Microsoft Power Platform ก็จะพบว่ามันไม่ได้ยากแบบที่เราคิด จะดีไหม ถ้าทุกคนในองค์กร สามารถสร้างโซลูชันได้ แล้วธุรกิจก็จะเดินหน้าไปด้วยกันอย่างรวดเร็ว Microsoft Power Platform มัดรวม Office 365, Dynamics 365, Azure และแอปเริ่ดๆ แล้วรวมพลังเป็นโซลูชั่นเพื่อพัฒนาธุรกิจให้คุณ. Easyใครๆ ก็ทำได้เข้าใจได้ง่าย Agile เชื่อมต่อให้ธุรกิจเดินหน้าเร็วขึ้น Secured ปลอดภัย วิเคราะห์ ตรวจสอบได้ ไมโครซอฟท์ยืนยันว่า Microsoft Power Platform ช่วยลดค่าใช้จ่ายของการพัฒนาแอป 70%** The Total Economic Impact™ Of Power Apps, A Forrester Total Economic Impact™ Study Commissione ใช้ Microsoft Power Platform แล้วได้อะไร สำหรับผู้ใช้ สามารถออกแบบและใช้งานแอพที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องเสียเวลารอคนไอทีสร้างตั้งแต่เริ่มต้น สำหรับไอทีหรือนักพัฒนา สามารถโฟกัสงานเชิงไอที หรือเขียนโค้ดได้เต็มที่ เพราะผู้ใช้งานช่วยเหลือเบื้องต้นได้แล้ว สำหรับองค์กร งานเดินหน้าไว แต่ละฝ่ายทั้ง Operation, Business Development, HR, ฯลฯ สามารถสร้างแอปของตัวเองได้เลย ทำให้การรายงาน และวิเคราะห์ที่แม่นยำ และเรียลไทม์ยิ่งขึ้น บอกลาการดึงรายงานจากหลายที่ และการทำงานแบบไซโล Microsoft Power Platform ประกอบด้วย… 1. Power App Power Apps คือเครื่องมือสร้างแอปพลิเคชัน ด้วยวิธี Drag and Drop ช่วยให้ทั้งผู้ใช้ทั่วไปสามารถสร้างแอปขึ้นมาได้เอง ตามแนวคิด Low Code, No Code App development ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์ เพราะไมโครซอฟท์ได้จัดเทมเพลตหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเชิงธุรกิจ เช่นโปรแกรมขอลางาน มาสาย ทำงานนอกสถานที่ (Leave Request หรือ HR Request), ระบบขออนุมัติออนไลน์ (E-Approval), เป็นต้น ทำให้ธุรกิจเดินหน้าเร็วไปอีกขั้น โดนไม่จำเป็นต้องเสียเวลารอทีมพัฒนามาสร้างให้คลิ้กดู Power App Demo VDO ของไมโครซอฟท์ ได้ที่นี่ 2. Power Automate Power Automate มีเครื่องมือสร้างระบบอัตโนมัติที่ลงมือทำงานแทนเราได้ ทั้งยังเชื่อมต่อข้อมูลและเอกสารจากแอปฯ และบริการต่างๆ ให้ทำงานเชื่อมโยงกันโดยอัตโนมัติ ถือเป็นซอฟต์แวร์ประเภท RPA (Robotic Process Automation) สามารถควบคุมสั่งการ Application ต่าง ๆ หรือ บริการ (Service) ต่าง ๆ ได้มากมาย โดย มี Template ให้เลือกมากมาย โดยที่ผู้สร้าง Workflow ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการเขียนโปรแกรมมาก่อน ก็สามารถจะพัฒนา Workflow เพื่อการทำงานได้ จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่เข้าใจธุรกิจ และต้องการพัฒนาระบบงานให้ตอบโจทย์ ลดข้อผิดพลาดในการทำงานลงอันเนื่องจากงาน Manual หรือ Human Error เพิ่ม Productivity ให้กับธุรกิจของเราได้ 3. Power BIPower BI คือโปรแกรมที่ใช้ช่วย วิเคราะห์ สรุปผลข้อมูล จากหลายๆ แหล่งข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น Excel File, Microsoft Access Database, SQL Server, Oracle เป็นต้น ได้อย่างรวดเร็ว สามารถแสดงผลได้ทั้งรูปแบบ ตาราง สรุปผลให้เป็นภาพที่เข้าใจง่ายขึ้น ด้วย Visualization กราฟในรูปแบบต่างๆ และแผนที่ โดยสามารถแสดงผลผ่านหลายหลายอุปกรณ์ทั้งเว็บไซต์ มือถือและเทปเล็ต ทำให้เรา ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว พร้อมในการกำหนดกลยุทธ์ และตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและแม่นยำในทางธุรกิจ Power BI จัดอยู่ในกลุ่มผู้นำของ Gartner Magic Quadrant for Analytics มายาวนานถึง 14 ปีแล้ว กว่า 97% ของบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก 500 บริษัท (Fortune 500) ใช้งาน Power BIคลิ้กดู Demo VDO ของไมโครซอฟท์ ได้ที่นี่ 4. Power Vistual Agents Power Virtual Agents ใช้สำหรับการสร้าง Chatbot ด้วยแนว Graphic Interface ไม่จำเป็นต้นเป็น Developer มาก่อน โดย ผู้ใช้งานสามารถสร้างให้ chatbot ทำงานร่วมกับ Connector มากมาย (รายการ connector ทั้งหมด: https://docs.microsoft.com/en-us/connectors/connector-reference/ ) พร้อมสั่งการ Workflow ของ Power Automate ได้อีกด้วยคลิ้กดู Demo VDO ของไมโครซอฟท์ ได้ที่นี่ Microsoft Power Platform ใช้ประยุกต์ทำอะไรได้บ้าง Microsoft Power Platform มี connector หรือเชื่อมต่อกับแอปต่างๆ ได้กว่า 400 รายการ มีเทมเพลตให้เลือกใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ และเวิร์คสุดสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เป็น Remote Work หรือ Hybrid Work ตัวอย่างการประยุต์ใช้งาน มีประมาณนี้ HR Request, HR Approval, และ Employee Onboarding ลดเวลา ลดขั้นตอนจุกจิก ลดข้อผิดพลาด (Human Error) และยังลดโลกร้อนให้งานต่างๆ ด้าน HR ช่วยให้งาน HR Request—ระบบลงเวลาทำงาน แจ้งขาด ลา มาสาย งาน HR Approval—อนุมัติต่างๆ หรืองาน Employee Onboarding—เช็คลิสต์ที่พนักงานใหม่ต้องเรียนรู้ ต้องลงโปรแกรม หรือต้องมีหลายทีมเข้ามาเกี่ยวข้อง เดินหน้าได้ไวขึ้น ผู้ใช้สามารถสร้างแอปทางธุรกิจที่กำหนดเอง โดยมีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่ต้องเขียนโค้ด หรือพึ่งพาไอทีไปทุกเรื่อง Form & Workflow อื่นๆ เช่นงานอนุมัติทั่วไป งานตรวจสอบเอกสารบัญชี Automate Workflow ช่วยลดความล่าช้าในการขออนุมัติ เพราะทันทีที่มีการกรอกฟอร์มสำเร็จ หรือทันทีที่อนุมัติ ก็จะมีการแจ้งเตือนไปยังจุดต่อไปทันที ไม่จำเป็นต้องรอนาน หรือกังวลเรื่อง Human Error อีกต่อไป Room & Resource Reservation ช่วยจัดระบบจองทรัพยากรขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการจองห้องประชุม หรือจองรถตู้เพื่อใช้งาน ที่ผู้ใช้งานสามารถตรวจว่ามีห้องไหนว่าง และจองได้เอง โดยและแอดมินก็สามารถอัพเดทข้อมูลว่าแต่ละห้องสามารถจุคนได้เท่าไร ว่างเมื่อไร เป็นต้น Web Portal และ Internal Communication สามารถสร้างระบบอินทราเนทได้ด้วยตัวคุณเอง เพื่อทำเป็น web portal ภายในองค์กร ในการประกาศ แชร์ข้อมูล ข่าวสาร สร้างกระทู้ ทำ poll สำรวจต่างๆ หรือแจ้งปฏิทินวันสำคัญประจำปีให้พนักงานทราบตรงกันในที่เดียว อื่นๆ เช่น Social Listening for Marketing: ระบบแจ้งเตือนว่ามีใครคอมเม้นท์หรือเมนชั่นถึงองค์กรคุณในโลกออนไลน์ โดยสามารถเชื่อมกับ Typeform, Buffer, Mailchimp, Twitter, ฯลฯ Task Tracking for Team Work: ระบบติดตามสถานะงานที่เหมาะสำหรับทั้งงาน Frontline งาน Remote Work และ Hybrid Work หรือจะปรับใช้สำหรับการติดตามผลแบบทดสอบได้อีกด้วย New Lead Entry Notification for Sales: ระบบแจ้งเตือนว่ามีลูกค้ากรอกฟอร์มขอใบเสนอราคาเข้ามาให้ทุกคนในทีมรู้พร้อมกันทาง Microsoft Teams และ Outlook บริการ Microsoft Power Platform กับ Netway Communication แล้วดีอย่างไร? • ด้วย CSP Partnership ที่ได้รับความไว้วางใจจากไมโครซอฟท์มานับสิบปี จึงมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับบริการที่พิเศษสุด พร้อมประกันความพึงพอใจตลอดอายุการใช้งาน • เน็ตเวย์ฯ ให้บริการ 24 ชม. ผ่านช่องทางหลากหลาย เพื่อให้คุณมั่นใจว่าคุณจะได้รับคำตอบและคำแนะนำตรงความต้องการ ทุกครั้งที่คุณต้องการ • เน็ตเวย์ฯ ยินดีแนะนำวางโครงสร้าง Power Platform พร้อมการอบรมเสริม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สแกน QR Code ลงทะเบียนรับสิทธิ์ Microsoft Power Platform สนใจ Microsoft Power Platform ทดลองใช้งาน Microsoft Power Platform ฟรี!! 1 เดือน อบรม Microsoft Power Platform ฟรี!! 1 คลาส รับคำปรึกษา ฟรี!! ตลอดรายการ