Microsoft มี Copilot สำหรับองค์กร 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ Copilot Chat และ Microsoft 365 Copilot โดยมีความแตกต่างดังนี้ Copilot Chat ( ฟรี ) Copilot Chat เป็น AI Chat สำหรับการทำงาน สามารถช่วยค้นหาข้อมูลจากเว็บ สรุปไฟล์ สร้างเนื้อหา และสร้างรูปภาพได้ โดยไม่ต้องซื้อ License Microsoft 365 Copilot เพิ่ม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน AI ทั่วไปในองค์กร Microsoft 365 Copilot ( มีค่าใช้จ่าย ) Microsoft 365 Copilot เป็น License แบบ Add-on ที่ต้องซื้อเพิ่มเติมจาก Microsoft 365 พื้นฐาน โดยสามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลภายในองค์กร เช่น Outlook, Teams, SharePoint และ OneDrive เพื่อช่วยสรุปอีเมล สรุปการประชุม สร้างเอกสาร และวิเคราะห์ข้อมูลจากงานจริงของผู้ใช้งานได้ สรุปสั้น ๆ ✅ Copilot Chat = AI Chat สำหรับการทำงาน ใช้งานฟรี ( สำหรับผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ใช้งาน Microsoft 365 ที่รองรับ ) ✅ Microsoft 365 Copilot = AI ผู้ช่วยที่เชื่อมกับข้อมูลในองค์กรและแอป Microsoft 365 อย่างเต็มรูปแบบ ต้องซื้อ License เพิ่ม อ้างอิงWhat is Microsoft 365 Copilot? | Microsoft LearnOverview of Microsoft 365 Copilot Chat | Microsoft LearnNetway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
🔐 DigiCert เพิ่มทางเลือกใหม่สำหรับการยืนยันโดเมนด้วย Persistent DNS TXT Domain Validation หมดปัญหาการสร้าง DNS TXT Record ใหม่ทุกครั้งที่ออกหรือต่ออายุ SSL/TLS Certificate 🎉 ✅ ตั้งค่า DNS TXT Record เพียงครั้งเดียว✅ ลดขั้นตอนการยืนยันโดเมนซ้ำ✅ ช่วยรองรับ Certificate Automation ได้ง่ายขึ้น✅ เหมาะสำหรับองค์กรที่มีหลายโดเมนหรือมีการต่ออายุใบรับรองเป็นประจำ เพียงคง TXT Record ที่ DigiCert กำหนดไว้ในระบบ DNS ก็สามารถนำกลับมาใช้สำหรับการยืนยันโดเมนในอนาคตได้ ช่วยลดภาระงานของทีม IT และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ Certificate Lifecycle มากยิ่งขึ้น Persistent DNS TXT domain validation คืออะไร Persistent DNS TXT domain validation คือวิธีการยืนยันความเป็นเจ้าของโดเมนผ่าน DNS TXT record โดยผู้ดูแลระบบสร้าง TXT record แบบถาวรไว้ที่ DNS ของโดเมน และใส่ค่า persistent URI ที่ได้รับจาก CertCentral ลงไป จากนั้นให้คง record และ URI ดังกล่าวไว้สำหรับการตรวจสอบในอนาคต ตามเอกสารของ DigiCert วิธีนี้ใช้ hostname ที่กำหนดไว้คือ _validation-persist หรือในบาง DNS provider อาจต้องใส่เป็นชื่อเต็ม เช่น _validation-persist.example.com และค่า TXT value จะเป็น persistent URI ที่คัดลอกจาก CertCentral เช่นรูปแบบ digicert.com; accounturi=https://digicert.com/account/{{your_persistent_uri_value}} จุดสำคัญคือ เมื่อเพิ่ม DNS TXT record แล้วและ record ดังกล่าวสามารถตรวจสอบได้แบบสาธารณะ DigiCert จะตรวจสอบ DNS TXT records ของโดเมนว่ามี hostname และ persistent URI ที่ถูกต้องหรือไม่ หากพบค่าที่ถูกต้อง ก็สามารถใช้ record เดิมในการยืนยันโดเมนซ้ำได้ เมื่อยังใช้วิธี Persistent DNS TXT record DCV สำหรับโดเมนนั้น DigiCert ระบุด้วยว่า persistent URI มีให้เลือก 2 รูปแบบ ได้แก่ Account URI ซึ่งใช้ค่าเดียวกันกับหลายโดเมนในบัญชี CertCentral เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ และ Unique URI ซึ่งเป็นค่าเฉพาะสำหรับโดเมนนั้น เหมาะกับกรณีที่ไม่ต้องการให้หลายโดเมนใช้ TXT value สาธารณะชุดเดียวกัน ฟีเจอร์ดังกล่าวสำคัญ หรือส่งผลต่อผู้ใช้งานยังไง ฟีเจอร์นี้สำคัญเพราะช่วยลดภาระการทำ DCV แบบซ้ำ ๆ โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องออกใบรับรองใหม่ ต่ออายุใบรับรอง หรือจัดการใบรับรองหลายโดเมนเป็นประจำ เดิมทีการยืนยันด้วย DNS TXT แบบทั่วไปมักต้องสร้างหรือเปลี่ยนค่า TXT record ใหม่ตามคำขอแต่ละครั้ง แต่ Persistent DNS TXT record ช่วยให้สามารถคง record เดิมไว้และให้ DigiCert ตรวจสอบซ้ำได้ในอนาคต DigiCert ระบุชัดว่า การคง persistent URI ไว้สามารถช่วยให้การยืนยันในอนาคตรวดเร็วขึ้น ลดการอัปเดต DNS ด้วยมือ และทำให้ workflow การขอใบรับรองง่ายขึ้น ข้อมูลภายในก็สรุปในทิศทางเดียวกันว่า DNS-PERSIST-01 เป็นแนวทางที่ช่วยลดภาระการอัปเดต DNS สำหรับองค์กรที่ต้องต่ออายุใบรับรองบ่อย และช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยน DNS record ซ้ำหลายครั้ง อีกประเด็นที่ควรสื่อสารกับลูกค้าคือ อย่าลบ TXT record หลังผ่านการยืนยันแล้ว เพราะ DigiCert ระบุว่า persistent DNS TXT record และ persistent URI ต้องคงอยู่ เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้กับการยืนยันแบบ Persistent DNS TXT record ในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม DigiCert ระบุว่า domain validation reuse period สำหรับวิธีนี้คือ 9 วัน ดังนั้น record แบบถาวรไม่ได้หมายความว่า validation status จะใช้ได้ตลอดไปโดยไม่ต้องตรวจสอบอีก แต่หมายความว่าเมื่อถึงเวลาต้อง revalidate DigiCert สามารถกลับมาตรวจ record เดิมได้ หากยังพบ hostname และ persistent URI ที่ถูกต้อง ก็สามารถดำเนินการยืนยันโดเมนได้โดยไม่ต้องให้ผู้ดูแลระบบสร้าง TXT record ใหม่ วิธีการตั้งค่า หรือการดำเนินการคร่าว ๆ โดยสังเขปหมายเหตุ หากท่านสั่งซื้อผ่านทีมงาน Netway ทางทีมงานจะเป็นคนส่งค่า DNS record ให้ท่านดำเนินการแทน ขั้นตอนที่ 1: เพิ่มโดเมนใน CertCentral และเลือกวิธียืนยันความเป็นเจ้าของโดเมน (DCV: Domain Control Validation) ใน CertCentral ให้ไปที่หน้า Domains แล้วเลือกเพิ่มโดเมนใหม่สำหรับ Enterprise, Partner และ legacy accounts ให้ไปที่เมนู Certificates > Domainsส่วน Subscription accounts ให้ไปที่ Validation > Domains จากนั้นกรอก domain name เลือก organization ที่ต้องการผูกกับโดเมน และเลือกวิธี Domain control validation เป็น Persistent DNS TXT Record แล้วกด Submit for validation ขั้นตอนที่ 2: คัดลอก persistent URI หลังเพิ่มโดเมนแล้ว ให้เข้าไปที่ domain details page ในส่วน Domain control validation method และดูที่ User actions ระบบจะแสดง Account URI ให้ใช้งานโดยผู้ดูแลระบบสามารถใช้ Account URI หรือเปลี่ยนเป็น Unique URI ได้ตามความเหมาะสม จากนั้นคัดลอก persistent URI เพื่อนำไปใส่ใน DNS TXT record ขั้นตอนที่ 3: สร้าง DNS TXT record ที่ DNS provider ให้เข้าไปที่ระบบจัดการ DNS ของโดเมน แล้วสร้าง TXT record ตามค่าที่ DigiCert กำหนดโดย Type เป็น TXT, Name หรือ Host เป็น _validation-persist หรือชื่อเต็มเช่น _validation-persist.example.com ตามรูปแบบที่ DNS provider ต้องการ และ Value เป็น persistent URI ที่คัดลอกจาก CertCentralจากนั้นกำหนด TTL หรือใช้ค่า default ของ DNS provider แล้วบันทึก record ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบและยืนยันโดเมนใน CertCentral เมื่อ DNS TXT record ถูกเผยแพร่แล้ว สามารถกลับไปที่ CertCentral หน้า Domains เลือกโดเมนที่ต้องการ และกด Check TXT เพื่อให้ DigiCert ตรวจสอบ record ด้วยตนเอง หรือรอให้ระบบ automatic DCV check หรือ DCV polling ตรวจสอบให้อัตโนมัติ แนวทางแก้ไขเบื้องต้นหากตรวจไม่ผ่าน หาก validation ไม่สำเร็จแนะนำให้ตรวจสอบว่า DNS TXT record สามารถ resolve ได้แบบสาธารณะ และมีค่า persistent TXT value ตรงกับที่แสดงใน CertCentral หรือไม่โดยปัญหาที่พบบ่อยได้แก่ สร้าง TXT record ผิด hostname, ลืมใส่หรือสะกด hostname ผิด, คัดลอก persistent URI ผิด, ใส่อักขระเกินใน TXT value หรือ DNS propagation ยังไม่สมบูรณ์ สรุป Persistent DNS TXT domain validation เป็นวิธีการยืนยันโดเมนที่เหมาะกับองค์กรที่ต้องการลดงานซ้ำในการออกและต่ออายุ SSL/TLS certificate โดยเฉพาะกรณีที่มีหลายโดเมน มีการออกใบรับรองบ่อย หรือมี workflow ที่ต้องการความสม่ำเสมอในการจัดการ DNS และ certificate lifecycleการตั้งค่าเพียงครั้งเดียวและคง TXT record ไว้ช่วยให้ DigiCert ตรวจสอบซ้ำได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงจาก manual operation และช่วยให้การจัดการใบรับรองในระยะยาวเป็นระบบมากขึ้นอ้างอิงเพิ่มเติมAdd and validate a domain using Persistent DNS TXT recordNetway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
อัปเดต IT & Digital จากเน็ตเวย์ เพื่อธุรกิจที่เหนือกว่า ประจำเดือน สิงหาคม 2569 Google Chat คุยกลุ่มกับคนนอกองค์กรได้แล้ว! ทำงานร่วมกันง่ายขึ้น ไม่ต้องสร้าง Space ใหม่อ่านต่อ หมดปัญหาไมค์ดับ ลำโพงเงียบ! Microsoft Teams ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ ให้คุณทดสอบเสียงได้ก่อนกดเข้าประชุมอ่านต่อ ทำไม Local Cloud ถึงเริ่มเป็นกุญเเจสำคัญของธุรกิจ?อ่านต่อ DigiCert เปิดให้ใช้งาน Persistent DNS TXT Domain Validation อ่านต่อ ไม่พลาดทุกนัดสำคัญ! Google Meet ซิ่งสู่หน้าจอรถยนต์บน Android Auto เต็มรูปแบบอ่านต่อ บอกลา 11 สีเดิมๆ! Google Calendar อัปเดตใหญ่ เพิ่มสี Event ได้ตามใจชอบ มากถึง 200 สี!อ่านต่อ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือคำติชมใดๆ สามารถติดต่อ Netway Communication ได้ 24 ชม. Tel: 02 055 1095 Email: support@netway.co.th Web chat: [[URL]]/ Facebook Messenger: @netway.official หรือ https://www.facebook.com/netway.official Add Line ID: @netway, https://bit.ly/line-netway #Microsoft Teams #Google Chat #Google Meet #DigiCert #Google Meet #Google Calendar
ยุคนี้ใครๆ ก็ใช้ AI ช่วยทำงานกันทั้งนั้น แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่หลายคนเจอเมื่อใช้งาน Microsoft 365 Copilot ก็คือ "ไม่รู้จะพิมพ์ Prompt (คำสั่ง) อย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจและถูกต้องตามบริบทขององค์กร" บางครั้งการลองผิดลองถูกก็เสียเวลามากกว่าเดิม ล่าสุด Microsoft ได้อัปเดตฟีเจอร์ใหม่สุดมีประโยชน์สำหรับลูกค้าองค์กร นั่นคือ Organizational Prompts (คำสั่งที่สร้างขึ้นโดยองค์กร) ที่เปิดโอกาสให้ Admin หรือผู้ดูแลระบบสามารถสร้างและปล่อย Prompt สำเร็จรูปที่คัดสรรมาแล้วให้ทุกคนในบริษัทเลือกใช้ได้ทันทีใน Microsoft 365 Copilot Chat! 🌟 ฟีเจอร์นี้มีดีอย่างไร? (What's new) คุณจะได้เข้าถึงชุดคำสั่ง (Curated Prompts) ที่ปรับแต่งมาให้เข้ากับ ลำดับความสำคัญ (Priorities), ศัพท์เทคนิค/ศัพท์เฉพาะ (Terminology) และขั้นตอนการทำงาน (Workflows) ขององค์กรคุณโดยเฉพาะ การมี Prompt สำเร็จรูปจากองค์กรจะช่วยให้: 1. ทำงานได้เร็วขึ้น: ไม่ต้องเสียเวลาคิดคำพูดหรือพิมพ์ยาวๆ ใหม่ทุกครั้ง 2. คำตอบแม่นยำและตรงบริบท: ได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานและรูปแบบที่บริษัทต้องการ 3. ลดความผิดพลาด: ลดช่องว่างในการสั่งงานที่ไม่ชัดเจนของพนักงาน 🛠️ วิธีการใช้งาน (How it works) การดึงคำสั่งขององค์กรมาใช้งานสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน: 1. เข้าสู่ระบบ: เปิด Microsoft 365 Copilot และลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีองค์กร (Enterprise Account) จากนั้นเริ่มแชตใหม่ (New Chat) 2. เลือกคำสั่งแนะนำ: ที่บริเวณใต้ช่องพิมพ์ข้อความ (Prompt Box) คลิกที่แท็บ "Suggested" เพื่อดูคำสั่งที่ระบบแนะนำ 3. ดูคำสั่งทั้งหมด: หากต้องการดูคลังคำสั่งขององค์กรทั้งหมด ให้เลือก "More prompts" เพื่อเข้าสู่ Prompt Lab 4. ค้นหาและกรองข้อมูล: ในหน้า Prompt Lab คุณสามารถพิมพ์คำค้นหา (Keyword) ในช่อง Search หรือเลือกกรองตามหัวข้อ/แผนก (Topic หรือ Department) ที่แถบเมนูด้านซ้ายได้ 5. เติมข้อมูล: เลือก Prompt ที่ต้องการ จากนั้นเพียงเติมข้อความในช่องวงเล็บ [...] ให้ตรงกับงานของคุณ แล้วกดส่งได้ทันที! 💡 ข้อสังเกต: หน้า Prompt Lab จะแสดงผลเฉพาะองค์กรที่ผู้ดูแลระบบ (Admin) ได้ทำการเพิ่ม Custom Prompts ไว้ในระบบแล้วเท่านั้น 🎯 ใครบ้างที่ใช้งานได้? (Availability) ฟีเจอร์นี้รองรับผู้ใช้งานที่มีไลเซนส์ดังต่อไปนี้: ▶️Microsoft 365 Copilot Standard ▶️Microsoft 365 Copilot Premium 📝 สรุปส่งท้าย ฟีเจอร์ Organizational Prompts ถือเป็นการก้าวไปอีกขั้นในการเปลี่ยน AI ให้กลายเป็นเครื่องมือทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง ไม่เพียงแต่ช่วยให้พนักงานใหม่หรือคนที่ยังไม่คุ้นเคยกับการเขียน Prompt ทำงานได้ง่ายขึ้น แต่ยังช่วยให้ทั้งองค์กรมี มาตรฐานการทำงาน (Standardization) ไปในทิศทางเดียวกันอีกด้วย หากองค์กรของคุณใช้งาน Microsoft 365 Copilot อยู่แล้ว ลองติดต่อ Admin เพื่อเริ่มสร้างชุดคำสั่งเฉพาะของบริษัท และเริ่มดึงมาใช้งานกันได้เลยค่ะ!ติดต่อเราLine : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
Google ได้อัปเดตฟีเจอร์ "Help me create" ใน Google Forms ให้รองรับการสร้าง แบบทดสอบ (Quiz) แล้ว โดยใช้พลัง AI จาก Gemini เข้ามาช่วยย่อยเนื้อหาและสร้างข้อสอบพร้อมเฉลยให้อัตโนมัติในเวลาอันรวดเร็ว ✨ มีอะไรใหม่บ้าง? 1. สร้าง Quiz จาก Prompt และไฟล์เอกสาร: ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่ง (Prompt) อธิบายลักษณะควิซหรือข้อสอบที่ต้องการได้ทันที สามารถอ้างอิงไฟล์จาก Google Drive เช่น Google Docs, Google Slides หรือไฟล์ PDF เพื่อให้ Gemini ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการสร้างแบบทดสอบได้ 2. ตั้งค่าแบบทดสอบและเฉลยให้อัตโนมัติ: Gemini จะทำการตั้งค่ารูปแบบ Quiz ให้ทันที รวมถึงเฉลยคำตอบที่ถูกต้อง (Correct answers) สำหรับแต่ละข้อให้อัตโนมัติ 3. รองรับประเภทคำถามที่หลากหลาย: รองรับทั้งข้อสอบแบบตัวเลือก (Multiple choice), ช่องทำเครื่องหมาย (Checkboxes), แบบตาราง/กริด (Grid) และอื่นๆ 4. ตรวจสอบและแก้ไขได้ง่าย: ผู้ใช้สามารถดูตัวอย่าง (Preview) แบบทดสอบก่อนนำไปใช้งานจริง และสามารถปรับแก้เนื้อหา ข้อสอบ หรือคำตอบเพิ่มเติมหลังจากแทรกลงใน Google Forms ได้ตลอดเวลา 👥 ผู้ใช้งานและแพ็กเกจที่รองรับ ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานสำหรับผู้ใช้ Google Workspace และแพ็กเกจที่มีสิทธิ์เข้าถึง Gemini ได้แก่: 📕Google Workspace for Business: Business Standard และ Business Plus 📗Google Workspace for Enterprise: Enterprise Standard และ Enterprise Plus 📘Google Workspace for Education: Education Plus, Google AI Pro for Education, และ Teaching and Learning 📙ผู้ใช้ทั่วไป (Consumer): Google AI, Pro และ Ultra หมายเหตุสำหรับแอดมิน (Admin): ผู้ดูแลระบบต้องเปิดใช้งานตั้งค่า Smart features and personalization ใน Admin console เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน Gemini ในแถบด้านข้าง (Side panel) ได้ 📅 กำหนดการเปิดใช้งาน (Rollout Schedule) Rapid Release (กลุ่มรับอัปเดตเร็ว): เริ่มทยอยเปิดใช้งานแล้วตั้งแต่ 24 กรกฎาคม 2026 (ใช้เวลาครอบคลุมผู้ใช้ทั้งหมดภายใน 15 วัน) Scheduled Release (กลุ่มรับอัปเดตตามรอบปกติ): เริ่มทยอยเปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป 💡 ประโยชน์สำหรับสายการศึกษาและองค์กร: ฟีเจอร์นี้ช่วยลดเวลาครู ผู้สอน หรือฝ่าย HR/Training ในการออกข้อสอบอย่างมาก เพียงแค่อัปโหลดสไลด์การสอน หรือเอกสารอบรม PDF ให้ Gemini ช่วยวิเคราะห์และเจนข้อสอบพร้อมเฉลยได้ภายในไม่กี่วินาที ติดต่อเราLine : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/