หากใครเป็นสายประชุมออนไลน์ผ่าน Microsoft Teams คงจะคุ้นเคยกับฟีเจอร์ที่ดูแปลกตาอย่าง "Together Mode" แต่อีกไม่นานฟีเจอร์นี้กำลังจะกลายเป็นตำนาน เพราะ Microsoft ได้ประกาศเตรียมปรับปรุงรูปแบบ Layout ใหม่ทั้งหมด เพื่อเน้นความเรียบง่ายและตอบโจทย์การทำงานจริงมากขึ้น ทำความรู้จัก: Together Mode คืออะไร? สำหรับคนที่อาจจะไม่เคยใช้ Together Mode คือโหมดการแสดงผลใน Microsoft Teams ที่ใช้เทคโนโลยี AI (AI Segmentation) มาตัดภาพตัวบุคคลออกจากฉากหลังของตัวเอง แล้วนำไปวางเรียงกันใน "ฉากจำลองเดียวกัน" ➤ เปลี่ยนห้องนั่งเล่นเป็นห้องประชุม: แทนที่คุณจะเห็นหน้าเพื่อนร่วมงานเป็นกรอบสี่เหลี่ยมแยกกัน AI จะนำภาพทุกคนไปนั่งอยู่บนเก้าอี้เสมือนจริง เช่น ในห้องเลคเชอร์, ร้านกาแฟ, หรือห้องประชุมสุดหรู ➤ สร้างความรู้สึกว่า "อยู่ด้วยกันจริง": จุดประสงค์หลักคือการลดอาการ "Video Fatigue" หรือความเหนื่อยล้าจากการประชุมออนไลน์ โดยทำให้เรารู้สึกเหมือนนั่งอยู่ห้องเดียวกัน สามารถสบตา (Eye Contact) และเห็นท่าทางของเพื่อนร่วมงานได้เป็นธรรมชาติกว่าการมองกรอบสี่เหลี่ยมแยกๆ กัน ทำไม Microsoft ถึงตัดสินใจบอกลา Together Mode? แม้จะเป็นฟีเจอร์ที่ดูสนุกและมีประโยชน์ในเชิงจิตวิทยาในช่วงที่ทุกคนต้อง Work from Home ใหม่ๆ แต่ Microsoft ให้เหตุผลในการยุติฟีเจอร์นี้ไว้ว่า: ✔︎ ลดความซับซ้อน (Simplify): การมีตัวเลือก Layout มากเกินไป (Gallery, Large Gallery, Together Mode) ทำให้ผู้ใช้สับสน การตัดออกจะช่วยให้เมนู View สะอาดตาและใช้งานง่ายขึ้น ✔︎ มุ่งเน้นประสิทธิภาพ (Performance): การประมวลผล Together Mode ใช้ทรัพยากรเครื่องสูง การตัดออกจะช่วยให้ทีมพัฒนาไปโฟกัสที่ความเสถียรและความลื่นไหลของวิดีโอปกติได้ดีกว่า ✔︎ Modern Gallery ตอบโจทย์ได้ครบแล้ว: ปัจจุบันระบบ Gallery View ถูกพัฒนาให้เก่งขึ้นมาก สามารถแสดงผลได้สูงสุด 49 คนพร้อมกัน และปรับขนาดภาพตามความเหมาะสมให้อัตโนมัติ ทำให้ Together Mode เริ่มหมดความจำเป็น สิ่งที่จะหายไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้ Scenes: ✖ ฉากจำลองต่างๆ (ห้องเรียน, ป่า, ห้องประชุม) ✖ Custom Scenes: ฉากที่องค์กรสร้างขึ้นเอง รวมถึงการกำหนดที่นั่ง (Seat Assignments) สิ่งที่มาทดแทน Microsoft แนะนำให้ใช้ Branded Backgrounds (พื้นหลังขององค์กร) และเอฟเฟกต์ Frosted Glass (กระจกฝ้า) เพื่อความเป็นมืออาชีพแทน รวมถึงใช้ฟีเจอร์ Pinning (ปักหมุด) หรือ Spotlighting เพื่อโฟกัสผู้พูด ซึ่งทำงานได้รวดเร็วและเสถียรกว่า จะเริ่มเปลี่ยนเมื่อไหร่? Microsoft จะเริ่มทยอยถอด Together Mode ออกจาก Microsoft 365 Insider ก่อน และจะขยายไปยังผู้ใช้ทั่วไปในลำดับถัดไป ถึงเวลาบอกลา "การนั่งเก้าอี้ทิพย์" ในห้องประชุมเสมือน แล้วกลับสู่ความเรียบง่ายที่เน้นการทำงานที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้นใน Microsoft Teams! ที่มา: Microsoft Tech Communit Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netway Facebook : m.me/netway.offcial Tel : 02-055-1095 Email : support@netway.co.th Web Chat : [[URL]]/
อัปเดต IT & Digital จากเน็ตเวย์ เพื่อธุรกิจที่เหนือกว่า ประจำเดือน พฤษภาคม 2569 โปรแรง! Microsoft365 ราคาเริ่มต้น 1,100 บาท ที่หลายธุรกิจ "จองตอนนี้" เพื่อคุมงบทั้งปีก่อนราคาปรับขึ้น 1 JUL (หมดเขต 31 MAY) อ่านต่อ ทางเลือก สำหรับองค์กร เมื่อ Office LTSC 2021, Project LTSC2021, Visio LTSC2021 กำลังจะ End of Support อ่านต่อ เพิ่ม Productivity ขั้นสุดด้วย Microsoft Copilot Agents รวมทุกแอปใน Flow เดียวลด "Context Switching" อ่านต่อ ปลดล็อกภาระงานไอที คืนเวลาให้ธุรกิจเติบโตด้วย Managed Server Service อ่านต่อ ไม่พลาดข้อความแจ้งเตือนพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage) ของ SharePoint Oneline เต็ม อ่านต่อ ใช้ Cloud Backup ให้คุ้มค่า ด้วยพลังของ OneDrive และ Microsoft 365) อ่านต่อ วิธีแก้ไขเมื่อเจอปัญหาการ Login บน Outlook (new) เข้าใช้งานไม่ได้ อ่านต่อ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือคำติชมใดๆ สามารถติดต่อ Netway Communication ได้ 24 ชม. Tel: 02 055 1095 Email: support@netway.co.th Web chat: [[URL]]/ Facebook Messenger: @netway.official หรือ https://www.facebook.com/netway.official Add Line ID: @netway, https://bit.ly/line-netway #Microsoft365 #Microsoft365Business #GoogleMeet #Google Workspace#Email #SSL #DigiCert #Excel
คุณเคยนับไหมว่าในหนึ่งวัน คุณต้องสลับหน้าต่างโปรแกรมไปมาทั้งหมดกี่ครั้ง? หนึ่งในศัตรูตัวร้ายของคนทำงานออฟฟิศยุคใหม่ไม่ใช่ปริมาณงานที่เยอะ แต่คือ “Context Switching” หรือการที่ต้องสลับโฟกัสไปมาระหว่างแอปพลิเคชัน เช่น กำลังคุยงานใน Teams แต่ต้องสลับไปเช็กสถานะงานใน monday.com แล้วโดดไปแก้รูปใน Adobe ก่อนจะกลับมาสรุปงานในอีเมล ข้อมูลเผยว่าการสลับหน้าจอแต่ละครั้งพรากเวลาและพลังสมองมากกว่าที่คิด กว่าจะดึงสมาธิกลับมาสู่เนื้อหางานเดิมได้ Productivity ของเราก็ลดฮวบลงไปแล้ว ปิดช่องว่างระหว่าง "ความเข้าใจ" และ "การลงมือทำ" ล่าสุด Microsoft ได้เปิดตัวโซลูชันที่จะมาทำลายกำแพงนี้ นั่นคือ "Agents in Microsoft 365 Copilot" แนวคิดคือการเปลี่ยนจาก AI ที่แค่ "ตอบคำถาม" ให้กลายเป็น AI ที่ "ทำงานได้จริง" โดยดึงเอาแอปพลิเคชันธุรกิจที่คุณใช้ทุกวันเข้ามาไว้ใน Flow เดียวกัน ต่อไปนี้ คุณไม่จำเป็นต้องออกจากหน้า Copilot Chat เพื่อไปทำงานในแอปอื่น เพราะแอปเหล่านั้นจะมาหาคุณเอง: จากบรีฟสู่ผลงาน (Adobe Express & Figma): เมื่อคุยไอเดียจบ คุณสั่งให้ Copilot สร้างรูปภาพหรือแผนผัง FigJam ได้ทันที ไม่ต้องเปิดโปรแกรมกราฟิกแยกให้วุ่นวาย บริหารจัดการโปรเจกต์ในที่เดียว (monday.com & Miro): ตรวจสอบสถานะงานหรืออัปเดตบอร์ดกิจกรรมได้จากหน้าแชท ช่วยให้ Flow ของการประชุมไม่สะดุด จัดการข้อมูลหลังบ้านได้ทันควัน (Dynamics 365 & Optimizely): จะบันทึกข้อมูลลูกค้า (CRM) หรือปรับแต่งแคมเปญการตลาด ก็ทำได้ผ่านหน้าต่างเดียว ทำไมสิ่งนี้ถึงเป็นจุดเปลี่ยน? รักษาสภาวะ "Flow State": เมื่อทุกอย่างรวมอยู่ที่เดียว สมองจะไม่ต้องปรับจูนบริบทใหม่บ่อยๆ ทำให้คุณอยู่ในสภาวะที่มีสมาธิสูงสุดได้นานขึ้นลด Cognitive Load: ลดภาระของสมองในการจำว่า "ไฟล์นี้อยู่ที่ไหน" หรือ "ต้องกดเมนูอะไรในแอปนั้น" เพราะคุณสามารถสั่งการด้วยภาษาธรรมชาติได้เลยความเร็วในการปิดงาน: จากเดิมที่ต้องผ่านหลายขั้นตอน (Log-in > ค้นหาไฟล์ > แก้ไข > บันทึก > ส่งต่อ) เหลือเพียงการคุยกับ Agent ในหน้าจอเดียว ก้าวต่อไปของชาวออฟฟิศ Microsoft ไม่ได้แค่ทำให้เราฉลาดขึ้นด้วย AI แต่กำลังทำให้เราทำงาน "สมาร์ท" ขึ้นด้วยการกำจัดอุปสรรคเล็กๆ ที่คอยขัดจังหวะเรามาตลอด หากองค์กรของคุณเริ่มนำ Agents เหล่านี้มาใช้ใน Microsoft 365 สภาพแวดล้อมการทำงานจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากการวิ่งรอกสลับแอป กลายเป็นการทำงานที่ลื่นไหลเหมือนสายน้ำ (Flow of Work) อย่างแท้จริง "อนาคตของการทำงานไม่ใช่การมีแอปที่เก่งที่สุด แต่อยู่ที่ว่าแอปเหล่านั้นจะเชื่อมต่อกันได้อย่างไรโดยไม่ขัดจังหวะการทำงานของเรา" อ้างอิง: https://www.microsoft.com/en-us/microsoft-365/blog/2026/04/13/bring-your-everyday-business-apps-into-the-flow-of-work-with-agents-in-microsoft-365-copilot/ ---------------------------------------------------------------------------------------------- เราดีใจที่คุณยังนึกถึงเรา 👧🧔 เราพร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ผ่านทุกช่องทางที่คุณสะดวก 📧 Email: support@netway.co.th 🖥 Web Chat: [[URL]] 📞 Tel: 02-055-1095 💙 Facebook Messenger: @netway.official 💚 Line ID: @netway หรือ https://bit.ly/line-netway
Optimizing Server Costs for the Modern Enterpriseปลดล็อกภาระงานไอที คืนเวลาให้ธุรกิจเติบโตด้วย Managed Server Serviceเซิร์ฟเวอร์ล่มกลางดึก? ระบบมีช่องโหว่? หรือทีม IT ทำงานหนักจนไม่มีเวลาพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ? ในยุคที่ธุรกิจขับเคลื่อนด้วยข้อมูล 100% "เซิร์ฟเวอร์" คือหัวใจสำคัญที่หยุดเต้นไม่ได้ องค์กรส่วนใหญ่มักเริ่มต้นด้วยการดูแลระบบเอง (Self-Managed) แต่เมื่อธุรกิจขยายตัว การดูแลเซิร์ฟเวอร์กลับกลายเป็น "ต้นทุนแฝง" ที่ฉุดรั้งการเติบโตขององค์กรรู้หรือไม่? ต้นทุนแฝง 4M 1E ที่ซ่อนอยู่ในการดูแลเซิร์ฟเวอร์ด้วยบุคลากรขององค์กรเอง การสร้างทีมดูแลเซิร์ฟเวอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ต้องแลกมาด้วยต้นทุนมหาศาล ✅ Man (ต้นทุนบุคลากร): ค่าจ้าง System Engineer ที่เชี่ยวชาญสูงค่าตัวก็สูงตามไปด้วย และรับมือกับเซิร์ฟเวอร์ได้ในปริมาณจำกัดต่อหนึ่งคน ✅ Method & Machine: เป็นเรื่องที่ว่าด้วยการลงทุนในระบบ Monitoring, เครื่องมือความปลอดภัย และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เพิ่มเติม เช่น Nessus Professional ✅ Environment: สถานที่ตั้งระบบเซิร์ฟเวอร์ต้องเป็นสถานที่เฉพาะทำให้มีเรื่องของค่าไฟฟ้า ค่าระบบทำความเย็น ค่าบำรุงรักษาสถานที่ตั้งให้ทำงานสมบูรณ์ตลอดเวลา เปลี่ยนภาระไอที เป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Managed Server Serviceจะดีกว่าไหม? หากคุณสามารถย้ายความยุ่งยากทั้งหมดไปให้ "ผู้เชี่ยวชาญ" ดูแล ในงบประมาณที่ควบคุมได้ (เริ่มต้นเพียงหลักพันบาท/เดือน) นี่คือสิ่งที่คุณจะได้รับ: ✅ 24x7x365 Proactive Support: มีทีมวิศวกรเฝ้าระวังระบบแบบเรียลไทม์ พร้อมตอบสนองและแก้ไขปัญหา (Incident Response) อย่างทันท่วงทีไม่ว่าคุณจะหลับหรือตื่น ✅ Security & Patch Management: อุดทุกช่องโหว่ความปลอดภัย อัปเดตแพตช์ OS (Linux/Windows) และปรับแต่ง Firewall ให้เหมาะสม ✅ Performance Tuning: ปรับแต่งการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ให้ลื่นไหล รีดประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ออกมาได้คุ้มค่าที่สุด ✅ Clear Visibility & Report: มี Dashboard ให้ติดตามสถานะการทำงาน (CPU, RAM, Traffic) พร้อมสรุปรายงานรายเดือนอย่างละเอียด ให้ผู้บริหารประเมินผลได้ทันทีอย่าปล่อยให้งานดูแลเซิร์ฟเวอร์ ดึงรั้งศักยภาพทีม IT ขององค์กรหากคุณสามารถย้ายความยุ่งยากทั้งหมดไปยังผู้ให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ช่วยกระดับประสิทธิภาพไอทีขององค์กร ลดต้นทุน และเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบเซิร์ฟเวอร์ขององค์กร ปรึกษา พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเน็ตเวย์ได้เลยติดต่อเราNetway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
ในยุคที่ข้อมูลคือหัวใจสำคัญของการทำงาน การสำรองข้อมูล (Cloud Backup) จึงไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่เป็น พื้นฐานสำคัญของการทำงานอย่างปลอดภัยและยืดหยุ่น ในฐานะ Microsoft Partner เราพบว่าหลายองค์กรยังใช้ Cloud Backup เพียงเพื่อป้องกันไฟล์หาย ทั้งที่จริงแล้ว OneDrive และ Microsoft 365 สามารถช่วยสร้างคุณค่าให้การทำงานได้มากกว่านั้น บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 วิธีใช้ Cloud Backup ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมตัวอย่างจากการใช้งานจริง 1. ทำงานได้ทุกที่ ด้วยไฟล์ที่ติดตัวคุณเสมอ OneDrive ช่วยให้ไฟล์งาน เอกสาร และรูปภาพถูกสำรองไว้บนคลาวด์โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถเปิดไฟล์เดียวกันได้จาก Office, เบราว์เซอร์ หรือมือถือ โดยไม่ต้องโอนย้ายไฟล์ไปมา ตัวอย่างการใช้งาน พนักงานขายสามารถเปิดไฟล์ Excel รายงานยอดขายล่าสุดจาก OneDrive บนแท็บเล็ต ระหว่างเข้าพบลูกค้าได้ทันที โดยไม่ต้องพกโน้ตบุ๊กเครื่องหลักไปด้วย 2. แชร์ไฟล์และทำงานร่วมกันได้อย่างปลอดภัย Cloud Backup บน Microsoft 365 ไม่ได้จำกัดแค่การเก็บไฟล์ แต่ยังออกแบบมาเพื่อ การทำงานร่วมกัน ผู้ใช้สามารถแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์จาก OneDrive พร้อมกำหนดสิทธิ์ดูหรือแก้ไขได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างการใช้งาน ทีมการตลาดแชร์โฟลเดอร์ Presentation ผ่าน OneDrive ให้ทั้งทีมแก้ไขพร้อมกันใน PowerPoint โดยไม่ต้องส่งไฟล์ซ้ำหลายเวอร์ชัน ลดความสับสนและเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน 3. ปกป้องข้อมูลจากความผิดพลาดและเหตุไม่คาดคิด อุปกรณ์เสีย ไฟล์ถูกลบผิด หรือมัลแวร์โจมตี สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา Cloud Backup ช่วยให้องค์กร กู้คืนไฟล์สำคัญได้ง่าย และลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ตัวอย่างการใช้งาน ผู้ใช้ลบไฟล์ Word สำคัญผิดพลาด สามารถกู้คืนไฟล์เวอร์ชันก่อนหน้าได้จาก OneDrive โดยไม่ต้องพึ่งฝ่าย IT 4. ลดภาระพื้นที่จัดเก็บบนอุปกรณ์ ไฟล์รูปภาพและวิดีโอที่เพิ่มขึ้นทุกวันสามารถย้ายไปเก็บบน OneDrive ได้ ช่วยลดการใช้พื้นที่บนเครื่อง และทำให้อุปกรณ์ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน องค์กรเปิดใช้งาน OneDrive ให้พนักงานสำรองไฟล์อัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องช้าหรือพื้นที่เต็ม และยังคงเข้าถึงไฟล์ได้เมื่อจำเป็น 5. เริ่มต้นง่าย และขยายได้ตามการเติบโตขององค์กร OneDrive ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft 365 มีพื้นที่ใช้งานที่เพียงพอสำหรับการเริ่มต้น และสามารถเพิ่มขนาดพื้นที่ได้ตามความต้องการ รองรับทั้งผู้ใช้รายบุคคลและระดับองค์กร ตัวอย่างการใช้งาน ธุรกิจขนาดเล็กเริ่มต้นใช้ Microsoft 365 เพื่อสำรองไฟล์และอีเมลองค์กร และสามารถขยายการใช้งานเพิ่มเติมเมื่อทีมเติบโต โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบใหม่ บทสรุปจาก Netway Cloud Backup บน OneDrive และ Microsoft 365 ไม่ได้เป็นเพียงระบบสำรองไฟล์ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การทำงาน ปลอดภัย คล่องตัว และรองรับการทำงานยุคใหม่ การเลือกใช้และวางแผนใช้งานอย่างเหมาะสม จะช่วยให้องค์กรสามารถใช้ข้อมูลเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างแท้จริง ทักมาปรึกษาเราได้เลย พร้อมดูแลตั้งแต่เริ่มต้นจนใช้งานจริง!Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/