ข่าวใหญ่สำหรับคนทำงานและองค์กรยุค AI! ล่าสุด Microsoft ได้ประกาศเปิดตัว Copilot Cowork เวอร์ชันใช้งานทั่วไป (General Availability - GA) อย่างเป็นทางการทั่วโลกแล้ว หลังจากที่เปิดทดสอบในโปรแกรม Frontier มาได้ 3 เดือน และได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากบริษัทชั้นนำใน Fortune 500 (เช่น Accenture, Zurich Insurance และ Koch) มารู้จักกันว่า Copilot Cowork คืออะไร และมันจะมาเปลี่ยนวิธีการทำงานของเราอย่างไรบ้าง: 🚀Copilot Cowork คืออะไร? ทำไมถึงต่างจาก AI ทั่วไป?ถ้าให้สรุปง่ายๆ Copilot Cowork ไม่ใช่แค่ระบบแชต (Chatbot) ที่คอยช่วยร่างเอกสารหรือตอบคำถาม แต่เป็น "ระบบเอเจนต์ (Agentic System)" ที่สามารถทำงานที่ซับซ้อน ใช้เวลาทำงานนาน และเรียกใช้เครื่องมือหลายอย่างพร้อมกันได้แบบ End-to-End โดยที่เราแค่สั่งงานไว้ แล้วรอรับผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์ได้เลย 5 จุดเด่นสำคัญของ Copilot Cowork: Cloud Hosting: ทำงานบนคลาวด์ทั้งหมด งานจะรันต่อไปเรื่อยๆ แม้ว่าเราจะปิดคอมพิวเตอร์ไปแล้ว และไม่เปลืองพื้นที่ในเครื่อง Native Work IQ: ระบบจะเชื่อมต่อกับข้อมูลและระบบเดิมขององค์กร ทำให้ AI เข้าใจบริบทของธุรกิจจริงๆ Enterprise-Grade Security: ปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน Microsoft 365 ข้อมูลไม่รั่วไหล และปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัยขององค์กร Multi-Model Design: รองรับการทำงานร่วมกับ AI Model หลากหลายค่าย (เช่น Anthropic Claude, GPT และโมเดลของ Microsoft เอง) เพื่อเลือกโมเดลที่เหมาะกับงานที่สุด Lower Cost: มีสถาปัตยกรรมที่ช่วยคำนวณและค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย โดยจากการทดสอบพบว่าประหยัดกว่าการใช้คู่แข่งอย่าง Claude Cowork (ที่ต่อกับ M365) ถึง 30-40% 💰 รูปแบบราคาและการคิดค่าบริการ (Pricing Model) การใช้งาน Copilot Cowork จะต้องมีสิทธิ์การใช้งาน (License) Microsoft 365 Copilot User Subscription License (USL) เป็นพื้นฐานก่อน จากนั้นในส่วนของ Cowork จะคิดค่าบริการตามการใช้งานจริง (Usage-based) โดยหักจาก Copilot Credits (ราคา $0.01 ต่อ 1 Credit) โดยค่าใช้จ่ายต่อหนึ่งคำสั่ง (Task) จะคำนวณจาก 4 ส่วน: 1. การเลือกใช้ Model 2. การดึงข้อมูลบริบท (Context Retrieval) 3. การเรียกใช้เครื่องมือ (Tool Calls) 4. ระยะเวลาที่ระบบทำงาน (Runtime) Microsoft แบ่งลักษณะงานออกเป็น 3 ระดับ เพื่อให้องค์กรประเมินงบประมาณได้ง่ายขึ้น: งานระดับเบา (Light): ใช้แหล่งข้อมูลน้อย คิดวิเคราะห์ไม่ซับซ้อน ผลลัพธ์ไม่เกิน 1 ชิ้น งานระดับกลาง (Medium): ดึงข้อมูลจากหลายแหล่ง คิดวิเคราะห์เป็นโครงสร้าง ผลลัพธ์ตั้งแต่ 2 ชิ้นขึ้นไป งานระดับหนัก (Heavy): รวบรวมข้อมูลวงกว้าง วิเคราะห์เชิงลึก ผลลัพธ์จำนวนมาก (ทาง Microsoft มีแถมลิงก์ Excel Spreadsheet สำหรับให้ผู้ดูแลระบบดาวน์โหลดไปคำนวณงบประมาณล่วงหน้าด้วย) 🛡️ ระบบการควบคุมค่าใช้จ่าย (Cost Management) ปิดจุดเจ็บเรื่องงบบานปลาย เนื่องจากการรันงานยาวๆ ของ AI Agent อาจใช้ทรัพยากรสูง Microsoft จึงจัดเต็มฟีเจอร์ช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายให้แอดมิน (Admins) สบายใจ: Control: ระบบจะ "ปิด" เป็นค่าเริ่มต้น แอดมินต้องเปิดสิทธิ์ให้ และสามารถตั้ง Limit งบประมาณได้ทั้งระดับองค์กร, ระดับกลุ่ม และระดับรายบุคคล รวมถึงมีระบบแจ้งเตือนเมื่อใช้เงินใกล้เกินงบ Visibility: แอดมินสามารถดูรายงานการใช้จ่ายได้อย่างละเอียด และในอนาคตผู้ใช้จะเห็นราคาเครดิตที่จะต้องจ่ายก่อนกดสั่งงานด้วย Efficiency: เลือกจ่ายได้ทั้งแบบตามจริง (PayGo) หรือแบบเหมาล่วงหน้าเพื่อรับส่วนลด (P3) รวมถึงสามารถเลือกสลับโมเดล AI เองเพื่อคุมต้นทุนได้ ✨ มีอะไรใหม่ในเวอร์ชันนี้บ้าง? ● UI ใหม่ในแอป M365: มีปุ่ม Toggle ให้สลับจากหน้าแชตธรรมดา เข้าสู่โหมด Cowork เพื่อสั่งงานระยะยาวได้ทันที ● ขยายขีดความสามารถด้วย Plugins: จับมือกับพาร์ทเนอร์รายใหญ่ เปิดตัว Plugin พร้อมใช้ เช่น monday.com, Miro, Harvey, LSEG และกำลังจะตามมาอีกเพียบ เช่น Adobe, Canva, Box, Atlassian รวมถึงแอปในเครืออย่าง Dynamics 365 ด้วย ● Browser use via Edge: สามารถสั่งให้ Cowork ไปท่องเว็บผ่านเบราว์เซอร์ Edge เพื่อหาข้อมูล ภายใต้นโยบายความปลอดภัยขององค์กรได้แล้ว ● เปิดตัวโมเดลใหม่ "Cowork 1": ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า Microsoft จะปล่อยโมเดลของตัวเองที่ถูก Fine-tune มาโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยจัดการงานประจำวันได้ในราคาที่ประหยัดลงอย่างมาก 🎯 สรุปส่งท้าย Copilot Cowork พร้อมเปิดให้องค์กรทั่วโลกใช้งานแล้วตั้งแต่วันนี้ (สำหรับลูกค้าที่มี License M365 Copilot) ถือเป็นก้าวสำคัญที่ขยับจาก AI ยุค "พิมพ์แชตคุยกัน" ไปสู่ยุค "AI Agent ส่งงานแล้วนั่งรอรับผลลัพธ์" อย่างแท้จริง ใครที่ดูแลระบบ IT ในองค์กรอยู่ แนะนำให้รีบศึกษาและวางแผนงบประมาณเพื่อนำมาเพิ่มสปีดให้ทีมด่วนเลยค่ะ!Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
การเปลี่ยนผ่านจาก Outlook เวอร์ชันคลาสสิกมาสู่ New Outlook for Windows อาจทำให้หลายคนต้องปรับตัวกันสักนิด แต่รู้หรือไม่ว่าในเวอร์ชันใหม่นี้ Microsoft ได้ใส่ฟีเจอร์เจ๋ง ๆ ที่จะช่วยลดความยุ่งเหยิงในการทำงาน จัดระเบียบกล่องข้อความ และช่วยให้การบริหารจัดการเวลา (ทั้งอีเมลและปฏิทิน) เป็นเรื่องที่ง่ายและลื่นไหลขึ้นอย่างมาก วันนี้เราได้คัด 5 ฟีเจอร์ไฮไลต์ ที่จะเปลี่ยนให้คุณเป็นคนทำงานที่ Productive ยิ่งขึ้น มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง! 1. ปักหมุด (Pin) และ เลื่อนการแจ้งเตือน (Snooze) อีเมลที่สำคัญ Pin (ปักหมุด): หมดปัญหาอีเมลสำคัญปลิวหายไปตามเวลา เพียงแค่เอาเมาส์ไปชี้ที่อีเมลแล้วกดไอคอน "หมุด" อีเมลนั้นจะถูกล็อกให้อยู่บนสุดของกล่องขาเข้า (Inbox) เสมอ เหมาะมากสำหรับอีเมลที่เราต้องเปิดอ้างอิงบ่อย ๆ หรือเรื่องด่วนที่ห้ามลืม Snooze (เลื่อนการแจ้งเตือน): หากมีอีเมลเข้ามาแต่คุณยังไม่พร้อมจัดการในตอนนี้ แทนที่จะปล่อยให้มันรกสายตา คุณสามารถคลิกขวาแล้วเลือก "Snooze" เพื่อตั้งเวลาให้อีเมลนี้หายไปชั่วคราว แล้วค่อยเด้งกลับมาเตือนใหม่ในเวลาที่คุณสะดวก เช่น ช่วงบ่าย หรือวันจันทร์หน้า 2. จัดระเบียบกล่องจดหมายอัตโนมัติด้วยฟีเจอร์ "Sweep" เคยไหมที่กล่องอีเมลเต็มไปด้วยจดหมายข่าว (Newsletter) หรือโปรโมชันที่ไม่ได้เปิดอ่าน? ฟีเจอร์ Sweep (ทำความสะอาด) จะช่วยให้คุณจัดการสิ่งเหล่านี้ได้ในคลิกเดียว โดยคุณสามารถสร้างเงื่อนไขอัตโนมัติสำหรับผู้ส่งเฉพาะรายได้ เช่น "ให้ลบอีเมลโปรโมชันจากเจ้านี้ทันทีถ้าเก่ากว่า 10 วัน" ช่วยให้ Inbox ของคุณคลีนและโฟกัสเฉพาะเรื่องที่สำคัญจริง ๆ (ใช้งานง่าย ๆ เพียงคลิกที่ไอคอนรูปไม้กวาดบนแถบ Ribbon) 3. ตั้งเวลาส่งล่วงหน้า (Schedule Send) ไม่ต้องกลัวลืม บางครั้งเราคิดงานออกตอนดึก ๆ หรือช่วงวันหยุด แต่อยากให้ผู้รับได้รับอีเมลในเวลาทำการเพื่อไม่เป็นการรบกวน ฟีเจอร์ Schedule Send ช่วยคุณได้! แทนที่จะกดส่งทันที ให้คลิกที่ลูกศรชี้ลงข้างปุ่ม Send แล้วเลือก "Schedule send" เพื่อกำหนดวันและเวลาที่ต้องการให้ระบบส่งอีเมลออกไปให้อัตโนมัติ ไม่ต้องค้างไว้ในร่างจดหมาย (Drafts) อีกต่อไป 4. ตามทันทุกการประชุมด้วยปุ่ม "Follow" (แม้ไม่ได้เข้าฟัง) หากตารางงานของคุณแน่นจนชนกัน หรือมีนัดประชุมที่คุณอาจจะไม่จำเป็นต้องเข้าฟังสด แต่ยังอยากรู้ความคืบหน้า เมื่อได้รับคำเชิญประชุม (Meeting Invite) คุณสามารถเลือกตอบรับเป็น "Follow" (ติดตาม) ได้ ระบบจะรับทราบว่าคุณไม่ได้เข้าประชุม แต่คุณจะยังสามารถเข้าถึงสรุปผลการประชุม (Meeting Recap) เนื้อหา และประเด็นสำคัญที่พูดคุยกันได้หลังจากประชุมเสร็จสิ้น 5. แปลงโฉมและจำแนกบัญชีด้วยการตั้งชื่อ (Personalize Account Names) สำหรับคนที่ต้องบริหารจัดการอีเมลหลาย ๆ บัญชีพร้อมกัน (เช่น อีเมลทำงาน, อีเมลส่วนตัว, หรืออีเมลโปรเจกต์แยก) New Outlook เปิดโอกาสให้คุณสามารถตั้งชื่อเรียก (Custom Name) ให้กับแต่ละบัญชีได้ตามใจชอบ โดยเข้าไปที่ Settings > Accounts > Manage ช่วยลดความสับสนและป้องกันการส่งอีเมลผิดบัญชีได้เป็นอย่างดี 📝 สรุปส่งท้าย New Outlook for Windows ไม่ได้เปลี่ยนแค่หน้าตาให้ทันสมัยขึ้นเท่านั้น แต่ยังอัดแน่นไปด้วยเครื่องมือที่จะช่วยกู้คืนเวลาการทำงานของคุณให้กลับมามีประสิทธิภาพสูงสุด ลองเลือกสักฟีเจอร์ที่คุณชอบที่สุดแล้วเริ่มใช้งานตั้งแต่วันนี้! ติดต่อเราLine : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
Microsoft กำลังปรับโฉมการใช้งาน Copilot ในแอปหลักอย่าง Word, Excel และ PowerPoint ให้กลายเป็น "คู่คิด" (Thought Partner) ที่เข้าถึงได้ทุกเมื่อ โดยเน้นการลดอุปสรรคในการเริ่มต้นใช้งาน และการออกแบบที่คำนึงถึงความหลากหลายของผู้ใช้ (Inclusive Design) 1. จุดเข้าใช้งาน (Entry Points) ที่ชัดเจนและยืดหยุ่น เพื่อให้ผู้ใช้ไม่ต้องควานหาปุ่มสั่งการ Microsoft ได้ยุบรวมจุดเข้าใช้งานเหลือเพียง 2 จุดหลัก: ◉ ไอคอน Copilot ที่มุมขวาล่าง: จะปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษหรือชีทงานเสมอ หากใครรู้สึกว่าเกะกะสายตา สามารถคลิกขวาเพื่อ "Dock" (ตรึง) ให้ไปอยู่ด้านข้าง หรือลากเพื่อย่อขนาดได้ ◉ Contextual Entry Point: เมื่อเราไฮไลต์ข้อความหรือเลือกเนื้อหาในหน้าจอ Copilot จะแสดงตัวเลือกแนะนำขึ้นมาทันทีในจุดนั้น เพื่อช่วยจัดการกับเนื้อหาที่เลือกโดยเฉพาะ 2. Smart Suggestions: คำแนะนำอัจฉริยะตามบริบท ปัญหาใหญ่ของ AI คือผู้ใช้ "ไม่รู้จะพิมพ์สั่งอะไร" Microsoft จึงเพิ่มระบบแนะนำคำสั่ง (Curated Suggestions) ที่จะเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เรากำลังทำ: ❀ Drafting: แนะนำไอเดียในการเริ่มเขียน ❀ Refining: เมื่อมีเนื้อหาแล้ว จะแนะนำวิธีปรับปรุงสำนวนหรือรูปแบบ ❀ Validating: ตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งต่อหรือแชร์งาน ยิ่งเราเลือกเนื้อหาเฉพาะเจาะจงเท่าไหร่ (เช่น เลือกเฉพาะประโยคเทียบกับเลือกทั้งหน้า) คำแนะนำก็จะยิ่งแม่นยำและตรงประเด็นมากขึ้น 3. Keyboard-First Design: ออกแบบมาเพื่อคนใช้คีย์บอร์ด การอัปเดตนี้ให้ความสำคัญมากกับผู้ที่ถนัดใช้คีย์บอร์ดและผู้ที่ใช้งาน Screen Reader โดยมีการเพิ่มทางลัดใหม่ที่จดจำง่าย: ⌨ Windows: กด Alt + C เพื่อเปิด Copilot (หากเปิดอยู่แล้ว จะเป็นการโฟกัสที่ช่องแชททันที) ⌨ Mac: กด Cmd + Control + I ⌨ ทุกแพลตฟอร์ม: กด F6 เพื่อเลื่อนโฟกัสไปยังปุ่ม Copilot บนหน้าจอ ⌨ ใช้ ลูกศรขึ้น-ลง (Up/Down Arrows) เพื่อเลือกดูคำแนะนำต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้เมาส์ 4. กำหนดการเปิดใช้งาน ฟีเจอร์เหล่านี้กำลังทยอยอัปเดตให้กับผู้ใช้ Word, Excel และ PowerPoint ทั้งบน Windows และ Mac โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานทั่วไป (General Availability) ภายใน ช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 เป็นต้นไป แม้การอัปเดตนี้จะเน้นความสะดวก แต่จากกระแสตอบรับใน Community พบว่ามีผู้ใช้บางส่วนกังวลเรื่องไอคอนที่ลอยทับเนื้อหางาน (Overlay) ซึ่ง Microsoft ก็ได้รับทราบและแนะนำให้ใช้ฟีเจอร์ "Dock" เพื่อลดการบดบังพื้นที่ทำงาน ที่มา: Microsoft 365 Insider Blog Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
เมื่อ “AI ไม่ใช่แค่ผู้ช่วย” แต่คือ “ทีมงานของคุณ” ในโลกธุรกิจที่แข่งขันกันด้วยความเร็วและข้อมูล Microsoft 365 E7 คือโซลูชันใหม่ที่ช่วยให้องค์กรของคุณก้าวสู่ยุค AI-Driven Organization อย่างแท้จริง Microsoft ได้เปิดตัวแพ็กเกจใหม่ล่าสุดในตระกูล Microsoft 365 ภายใต้ชื่อ Microsoft 365 E7 ซึ่งถูกนิยามว่าเป็น “Frontier Suite” หรือชุดโซลูชันสำหรับองค์กรยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะแนวคิด AI Agents ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้แบบอัตโนมัติ 💡 ทำไมต้อง Microsoft 365 E7? รวมทุกความสามารถสำคัญไว้ในแพ็กเกจเดียว พื้นฐานระดับองค์กรจาก Microsoft 365 E5 พลัง AI จาก Microsoft 365 Copilot ระบบบริหาร AI Agents ด้วย Agent 365 ความปลอดภัยระดับ Enterprise (Security & Compliance) 👉 ครบ จบ ใน License เดียว 🤖 เปลี่ยนการทำงานแบบเดิม → สู่ AI ทำงานแทน ให้ AI ช่วยคุณทำงานแบบอัตโนมัติ: สรุปประชุม พร้อมสร้าง Action items ทันที เขียนอีเมล รายงาน และเอกสารแบบมืออาชีพ วิเคราะห์ข้อมูล และช่วยตัดสินใจ เชื่อมโยงงานหลายขั้นตอน โดยไม่ต้องทำเอง ลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มเวลาให้กับงานสำคัญ 🔐 ใช้ AI อย่างมั่นใจ ด้วยระบบควบคุมระดับองค์กร ด้วย Agent 365 คุณสามารถ:ควบคุมการทำงานของ AI ป้องกันข้อมูลรั่วไหล ตรวจสอบการใช้งานได้แบบ End-to-End 👉 ใช้ AI ได้ “เก่ง” และ “ปลอดภัย” ไปพร้อมกัน 🎯 เหมาะสำหรับองค์กรที่: ต้องการเพิ่ม Productivity แบบก้าวกระโดด กำลังเริ่มใช้ AI และต้องการ Scale ให้ความสำคัญกับ Data Security และ Compliance ต้องการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน 🔥 สรุป Microsoft 365 E7 คือก้าวต่อไปของการทำงานในองค์กร จาก 👉 “คนทำงาน + ใช้เครื่องมือ” สู่ 👉 “คน + AI ทำงานร่วมกันเป็นทีม” อย่างไรก็ตาม ติดตามการ Official Launch อย่างเป็นทางการจาก Microsoft อีกครั้งเร็วๆนี้ -------------------------------------------------------------------- เราดีใจที่คุณยังนึกถึงเรา 👧🧔 เราพร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ผ่านทุกช่องทางที่คุณสะดวก 📧 Email: support@netway.co.th 🖥 Web Chat: [[URL]] 📞 Tel: 02-055-1095 💙 Facebook Messenger: @netway.official 💚 Line ID: @netway หรือ https://bit.ly/line-netway
Microsoft ประกาศปรับราคา Microsoft 365 อย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป เพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะด้าน AI, Security และการบริหารจัดการระบบ 🚀 สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับเพิ่ม แม้จะมีการปรับราคา แต่ Microsoft ได้เพิ่มความสามารถเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าสูงสุด 🔹 AI (Copilot) ช่วยทำงานอัตโนมัติ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น เขียนอีเมล สรุปข้อมูล และวิเคราะห์เอกสาร 🔹 ระบบความปลอดภัยที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ เช่น Phishing และ Malware ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 🔹 รวมฟีเจอร์ขั้นสูงใน License เดิม ลดความจำเป็นในการซื้อ Add-on เพิ่ม 🔹 รองรับการทำงานยุค Hybrid Work อย่างเต็มรูปแบบ 💰 ผลกระทบด้านราคา มีการปรับราคาเพิ่ม 15 - 25% (ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ) เป็นการปรับเพื่อสะท้อนมูลค่าของฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง 💡 คำแนะนำสำหรับลูกค้า 👉 วางแผนต่ออายุล่วงหน้า ก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 👉 ตรวจสอบแพ็กเกจที่ใช้งาน เพื่อให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด 👉 ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อ Optimize ค่าใช้จ่ายและการใช้งาน 🔑 สรุป การปรับราคาในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา Microsoft 365 ให้เป็นแพลตฟอร์ม AI สำหรับองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถ ✔ ทำงานได้เร็วขึ้น ✔ ปลอดภัยมากขึ้น ✔ และแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล 📩 หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม หรือวางแผนก่อนการปรับราคา สามารถติดต่อเราได้ทันที เรายินดีดูแลคุณอย่างใกล้ชิด เราขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนบริการของเราเสมอมา หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ support@netway.co.th, Line: @netway หรือช่องทางการติดต่อเพิ่มเติมอื่นๆ อ้างอิง https://www.microsoft.com/en-us/microsoft-365/blog/2025/12/04/advancing-microsoft-365-new-capabilities-and-pricing-update/___________________________________________________________________________________________________________________________ เราดีใจที่คุณยังนึกถึงเรา 👧🧔 เราพร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ผ่านทุกช่องทางที่คุณสะดวก 📧 Email: support@netway.co.th 🖥 Web Chat: [[URL]] 📞 Tel: 02-055-1095 💙 Facebook Messenger: @netway.official 💚 Line ID: @netway หรือ https://bit.ly/line-netway