อธิบายขั้นตอนการบริหารจัดการ VM ด้วยตนเองผ่าน Client Area เช่น Reboot, Start, Shutdown และ Management Console เป็นต้น มีขั้นตอนวิธีการดังนี้ หลังจาก Login เข้า Client Area จะเจอ Service ที่ใช้บริการทั้งหมด เข้าที่ VPS (หรือ VMware) และคลิ๊ก Manage Server จะเจอหน้า Server Management ที่หน้านี้ลูกค้าจะพบรายละเอียด Server และส่วนของการบริหารจัดการ VPS โดยลูกค้าสามารถเข้า Console, Reboot, Shutdown และ Cancel VPS ได้ด้วยตนเอง การจัดการผ่าน Console จำเป็นต้องติดตั้ง Java เพื่อให้สามารถใช้งานได้ โดยวิธีการสามารถดำเนินการได้ตาม Link *** ส่วน Management ของ VMware จะแตกต่างกันบ้าง คือไม่มีเมนู Console มาให้ แต่ใน Function หลักๆ ยังคงสามารถใช้งานได้เช่นเดียวกันกับ VPS
VPS, VMware และ Dedicated Server คืออะไรและต่างกันอย่างไร VPS คือชื่อบริการซึ่งเป็นบริการเซิร์ฟเวอร์เสมือน เป็นการแบ่ง Physical Server 1 เครื่องออกเป็น VM (Virtual Machin) ย่อยหลายๆ เครื่อง เพื่อให้สามารถแยกการประมวลผลออกจากกัน ใช้ Software ที่สามารถจัดการ VM ผ่าน Web UI สนับสนุนเทคโนโลยี Virtualization เช่น OpenVZ, Xen PV, Xen HVM, XenServer, Linux KVM, LXC และ OpenVZ7 เป็นบริการที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความอิสระในการปรับแต่งการทำงานระดับ Root หรือ Services ต่างๆ เสมือนใช้เซิร์ฟเวอร์ตัวเอง เป็นบริการที่ราคาถูกที่สุดหากเปรียบเทียบกับบริการอื่น แยกออกเป็น 2 บริการคือ Linux VPS และ Windows VPS VMware VPS คือหนึ่งในบริการของ Cloud VPS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับทำระบบ Server Virtualization เป็นส่วนหนึ่งใน Software Defined Data Center เป็นโปรแกรมสำหรับควบคุมและสร้างคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine) มี 2 องค์ประกอบหลักคือ ESXi และ vCenter Server เป็นโปรแกรมจำลองคอมพิวเตอร์เสมือนเช่นเดียวกับ VPS แต่ความสามารถสูงกว่า รองรับการทำ High Availability, Failover และ Load Balancing เป็นต้น ระบบ Cloud ของ VMware มีต้นทุนของระบบที่สูงกว่าแบบอื่นๆ รวมถึงมีการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมากกว่า จึงทำให้การทำงานของเซิร์ฟเวอร์เสมือนของผู้ใช้งานสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีความปลอดภัยของข้อมูลมากที่สุด แบ่งออกเป็น 2 บริการเช่นเดียวกับ VPS คือ Linux VMware และ Windows VMware Dedicated Server คือ Physical Server ที่รองรับการให้บริการบนระบบเครือข่าย เป็นรูปแบบบริการสำหรับเช่าใช้ Server โดยสามารถใช้งาน Resource ทั้งหมดของเครื่องและไม่ Shared Resource กับเครื่องอื่น สามารถปรับแต่ง Resource ได้เองโดยอิสระ มีความยืดหยุ่นมากกว่าบริการอื่น สามารถบริหารจัดการ Resource ของตนเองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทั้ง CPU, Memory, Disk รวมถึง Network เป็นบริการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มักใช้สำหรับเว็บไซต์ที่มี Traffic สูงๆ มีปริมาณการเข้าใช้งานพร้อมกันจำนวนมากๆ ต้องการระบบการจัดเก็บไฟล์ขนาดใหญ่ และต้องการความเป็นส่วนตัวสำหรับการเข้าถึงข้อมูล เปรียบเทียบ VPS, VMware และ Dedicated Server VPS VMware Dedicated Server HA ไม่มี HA มี HA ไม่มี HA Migration มี Downtime ไม่มี Downtime มี Downtime Upgrade/Downgrade Resource Upgrade/Downgrade Resource มี Downtime สามารถทำ Hot Add CPU, RAM, Disk โดยไม่มี Downtime *** Upgrade/Downgrade Resource มี Downtime การรองรับ Windows Server รองรับ Windows Server รองรับ Windows Server รองรับ Windows Server Resource ขึ้นอยู่กับความต้องการ ขึ้นอยู่กับความต้องการ ได้ Resource ทั้งหมดของเครื่อง การจัดการ จัดการง่าย จัดการง่าย จัดการยาก Web Portal มี Web Portal สำหรับบริหารจัดการ มี Web Portal สำหรับบริหารจัดการ ไม่มี ความเสถียร น้อย สูง น้อย Template มี Template มี Template ไม่มี Template ราคา ราคาถูก ราคาขึ้นอยู่กับความต้องการ ราคาแพง ---------------------------------------------------------------------------------- Netway มีข้อเสนอและโปรโมชั่นสำหรับบริการ Cloud ที่น่าสนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://netway.co.th/cloudหากคุณสนใจสามารถติดต่อเราได้ตลอด 24 ช.ม.โทร 02-055-1095Live Chat ผ่าน https://netway.co.thอีเมล support@netway.co.thFacebook: www.facebook.com/netway.group
เราสามารถใช้งาน Private IP โดยสามารถจัดการระบบได้เองโดยการใช้งาน VPS กับทาง Netway.cloud โดยทางลูกค้าที่ใช้บริการสามารถใช้งาน VPS Config VPN ได้โดยการเปิด VPS Pfsense ซึ่งเป็น ระบบปฏิบัติการ Opensource OpenVPN OpenVPN มีความยืดหยุ่น และใช้ SSL VPN ซึ่งสนับสนุนระบบปฏิบัติการของเครื่องลูกข่ายที่หลากหลายกว่า ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ OpenVPN How to install https://doc.pfsense.org/index.php/Installing_pfSense How to config OpenVPN 1.Setup Wizard จะเป็นการกำหนดค่าเบื้องต้นให้ทำการใส่ข้อมูล เช่นการกำหนด IP DNS และการตั้งค่า Password ใหม่ 2.การกำหนดค่า Cert. Manager ขั้นต้นให้ทำการกำหนด Certificate Authorities 3.การตั้งค่า Certificates 4.การตั้งค่า VPN โดยการเลือกเมนู VPN และเลือกที่ OpenVPN ไปที่ Wizard เมื่อเข้ามาแล้วให้ทำการตั้งค่าต่างจะมีในส่วนของการกำหนดค่า OpenVPN Remote Access Server Setup ให้ทำการตั้งค่าตามรูปด้านล่างครับ 5.เมื่อกำหนดค่าเสร็จแล้วนั้นให้กำหนด User ที่ใช้งานในการ Login ให้เลือกที่ System > User Manager และกำหนด ค่าตามรูป 6.สินสุดการติดตั้ง มาถึงวิธีการใช้งาน Demo วิธีการใช่้ : 1.เป็นการ Update ตัว Client เพื่อทำการ Connection เข้ามา การติดตั้งนั้นเลือกที่ System > Package Manager > Available Packages และทำการค้นหา openvpn-client-export และทำการ Install 2.การติดตั้ง OpenVPN นั้นสามารถกำหนดค่าได้ตามรูป โดยการเลือก OpenVPN > Client Export ในการติดตั้งบน OS windows 7/8/10 ให้ทำการเลือก Current Windows Installer (2.4.4-Ix01) เมื่อทำการติดตั้งบน PC แล้วนั้นจะได้ตัวโปรแกรมที่ชื่อ OpenVPN ขึ้นมา หลังจากนั้นจะมี Icon ทางด้านล่างขวามือที่ชื่อ OpenVpn Gui ให้ทำการเลือกโดย Click ขวา จะพบกับ User ที่เราสร้างพร้อมกับ Certificate ที่สร้างไว้ ให้เลือก Connect และใส่ Password เป็นอันใช้ได้ เท่านี้ท่านก็สามารถกำหนด Connection ระบบภายในของท่านได้แล้ว
อธิบายขั้นตอนการ Migrate VM ระหว่างเครื่อง Hypervisor ผ่าน Master Server สำหรับ Virtualizor เพื่อกระจาย Resource ให้เหมาะสม หรือ Maintenance ระบบ 1. Allow IP ของละ VM ที่เครื่องต้นทางและเครื่องปลายทาง 2. กรณี SSH Port ไม่ใช่ 22 ให้แก้ไขเป็น Port 22 ที่ไฟล์ /etc/ssh/sshd_config 3. Login เข้า Master Server 4. ที่ Menu Virtual Servers ไปที่ Migrate VPS 5. กำหนดค่าที่จำเป็นดังนี้ From Server: เลือก Server ต้นทาง Select VPS: เลือก VM ที่ต้องการ Migrate To Server: เลือก Server ปลายทางที่ต้องการ Migrate Select Storage: เลือก Storage ปกติจะตั้งเป็น Defualt Preserve the same IP Address(s): เลือกหากต้องการใช้ IP เดิม หากต้องการใช้ IP ใหม่ให้กำหนดค่า Number of IPv4 เป็น 1 IP จะถูก DHCP ให้ VM อัตโนมัติ Delete the Source VPS: เลือกหากต้องการให้ลบ VM ต้นทางด้วยหาก Migrate เสร็จ Ignore Domain Forwarding Conflict(s): Defualt Speed Limit for transfering VPS(s) data (in Mbps): Defualt Disable Compression: หากไม่เลือก VM จะถูกบีบอัดไฟล์เป็น gzip ก่อนการ Transfer ไปที่เครื่องปลายทาง การตั้งค่านี้จะทำให้ใช้งาน Resource ของเครื่องมากขึ้น แต่จะลดเวลาในการ Transfer 6. คลิ๊ก Migrate VPS รอจนกระทั้งการดำเนินการสำเร็จ (เราสามารถออกจากหน้านี้ได้ และตรวจสอบสถานะได้ที่ Migration Task) กรณี Migration Error 1. ให้ตรวจสอบที่ Firewall ของทั้งสองเครื่องว่าสามารถเชื่อต่อกันได้หรือไม่ 2. ตรวจสอบ Timezone ว่าตรงกันทั้ง 2 เครื่องหรือไม่ 3. Storage ของเครื่องปลายทางเต็มหรือไม่
การ Install KVM Virtualizor สำหรับ Linux KVM อธิบายขัั้นตอนการติดตั้ง KVM Virtualizor (Slave Server) สำหรับ Linux KVM และการ Add Server และ Storage บน Virtualizor Master Server เพื่อรองรับการสร้าง VM System Requirements CentOS 5.x / 6.x / 7.x or Red Hat Enterprise Linux 5.x / 6.x or Scientific Linux 5.x / 6.x or Ubuntu 12.04 or Ubuntu 14.04 or Ubuntu 16.04(x86_64) yum / apt-get Storage to create the VPS (DomUs) disks Note: KVM Module ไม่ Support OS 32 bit KVM Module จำเป็นต้อง Enabled Virtualization Technology บน Bios Installation SSH เข้าไปที่เครื่องและรันคำสั่งต่อไปนี้ #wget -N http://files.virtualizor.com/install.sh#chmod 0755 install.sh#./install.sh email=your@email.com kernel=kvm #reboot รอจนกระทั่งการดำเนินการเสร็จสิ้น จะได้ Key สำหรับ Server API Password เพื่อตั้งค่าในขั้นการถัดไป ตัวอย่าง ------------------------------------- Installation Completed ------------------------------------- Congratulations, Virtualizor has been successfully installed API KEY : ot4x13n0coz3syccmo1loq82sedlesevanhzei API Password : d9prj0helylvsde856eklschgdwgwbnkgs0 Install CSF Firewall cd /usr/srcrm -fv csf.tgzwget https://download.configserver.com/csf.tgztar -xzf csf.tgzcd csfsh install.sh Add Slave Server 1. Login Master Server 2. ไปที่ Servers และ Add Server กำหนดค่าที่จำเป็นดังนี้ Server Name: ชื่อเครื่อง IP Address: IP Address ของเครื่อง Slave Master Server API Password: API Password จากขั้นตอนการ Install KVM Module Internal IP: ถ้าไม่มีให้ว่างไว้ Lock Server: ถ้าเลือกจะสามารถ Create VM ที่เครื่องนี้ได้ Server Group: เลือก Server Group 3. คลิ๊ก Add Server Note: ต้อง Allow IP Server ของเครื่องทั้ง Master Server และ Slave Server Add Storage 1. Login Master Server 2. ไปที่ Storage และ Add Storage และกำหนดค่าที่จำเป็นดังนีี้ Name: ชื่อ Storage Server: ชื่อ Server Name จากข้อที่แล้ว Storage Path: ระบุ LVM Path เช่น /dev/VG_NAME Storage Type: LVM File Format: Default Overcommit: Default Alert Threshold: 90% Primary Storage: มีประโยชน์เมื่อเราสร้างและกำหนด User คือให้เลือกเฉพาะ Storage นี้เท่านั้น ในที่นี้ไม่ต้องเลือก 3. คลิ๊ก Add Storage ปัญหาที่อาจพบเมื่อ Add Slave บน Master Server Add Server ไม่ได้ Error VT Disabled แก้ไขโดยการ Enabled Virtualization Technology บน Bios Add Server ไม่ได้ Error “Could not make curl call to the slave server” ให้ตรวจสอบ Port 4081-4085 ว่าถูกเปิดแล้วหรือไม่ Network Interface ไม่ใช่ eth0 เช่น em1 ให้แก้ไข Interface Name เป็น eth0 มองไม่เห็น Storage ให้ตรวจสอบว่า Logical Volume ถูก Mount อยู่หรือไม่ ถ้า Mount อยู่ให้ umount และ Remove ออกโดยใช้คำสั่ง lvremove