มีอัปเดตใหม่ที่น่าสนใจจาก Google Workspace สำหรับใครที่ต้องบริหารจัดการเวลา หรือมีผู้ช่วย/เลขาฯ คอยจัดตารางงานให้ เพราะล่าสุด Google Calendar ได้ปล่อย 2 ฟีเจอร์ใหม่ที่เน้นเรื่อง "ความเป็นส่วนตัว (Privacy)" และการจัดการนัดหมายให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ 1. เพิ่มสิทธิ์การแชร์ปฏิทินแบบใหม่: ให้ช่วยแก้ตารางงานได้ แต่ไม่เห็นนัดส่วนตัว 🔒 ปกติเวลาเราตั้งค่าแชร์ปฏิทินให้คนอื่นช่วยจัดการ (Delegate) เช่น เลขานุการ หรือทีมงาน ถ้าเราให้สิทธิ์เขาแก้ไขปฏิทินได้ เขาก็มักจะมองเห็นรายละเอียดนัดหมายส่วนตัว (Private Events) ของเราไปด้วย แต่ตอนนี้ Google ได้เพิ่มระดับสิทธิ์การแชร์แบบใหม่เข้ามา คือ “Make changes (see private events as free/busy)” (แก้ไขได้ / เห็นนัดหมายส่วนตัวเป็นสถานะไม่ว่าง) ทำงานอย่างไร?: ผู้รับสิทธิ์ (Delegates) จะสามารถสร้าง ลบ หรือแก้ไขนัดหมายทั่วไปได้ตามปกติ แต่สำหรับนัดหมายที่คุณตั้งค่าไว้เป็น "ส่วนตัว (Private)" ผู้ช่วยของคุณจะเห็นเป็นเพียงบล็อกสีที่ขึ้นว่า "ไม่ว่าง (Busy)" เท่านั้น โดยจะไม่เห็นชื่อกิจกรรม รายละเอียด และไม่สามารถเข้าไปแก้ไขหรือเลื่อนเวลานัดนั้นได้เลย รวมถึงนัดส่วนตัวนี้จะไม่ขึ้นในผลลัพธ์การค้นหาของผู้ช่วยอีกด้วย ประโยชน์: เหมาะมากสำหรับผู้บริหาร หัวหน้าทีม หรือใครก็ตามที่อยากให้คนอื่นช่วยจัดตารางงานให้ แต่ยังต้องการเก็บเรื่องส่วนตัวไว้เป็นความลับร้อยเปอร์เซ็นต์ 2. ปรับเปลี่ยนวิธีตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของ "นัดหมายแบบซ้ำ" (Recurring Events) 🔄 นอกจากเรื่องสิทธิ์การแชร์แล้ว Google ยังปรับปรุงกฎการตั้งค่าความปลอดภัยของนัดหมายที่มีการจัดซ้ำๆ (เช่น ประชุมรายสัปดาห์ หรือคลาสเรียนประจำเดือน) ดังนี้ค่ะ: เปลี่ยนทีเดียวทั้งซีรีส์: ต่อไปนี้เราจะไม่สามารถเปลี่ยนสถานะความเป็นส่วนตัว (Visibility) ของนัดหมายเพียง "แค่ครั้งใดครั้งหนึ่ง" ในกลุ่มนัดหมายที่ตั้งซ้ำได้แล้ว หากมีการปรับเปลี่ยน สถานะนั้นจะถูกบังคับใช้กับนัดหมายทั้งหมดในซีรีส์นั้นทันที ปรับตามเกณฑ์ที่เข้มงวดที่สุด (Strictest Visibility): สำหรับนัดหมายแบบซ้ำที่มีอยู่เดิมในระบบ หากมีนัดหมายครั้งใดครั้งหนึ่งในซีรีส์ถูกตั้งค่าเป็น "ส่วนตัว (Private)" ระบบของ Google Calendar จะทำการปรับให้นัดหมายทั้งหมดในซีรีส์นั้นกลายเป็น "ส่วนตัว (Private)" ตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันข้อมูลหลุดไหล 🚀 ช่วงเวลาการเปิดใช้งาน (Rollout) การเริ่มทยอยเปิดใช้งาน: เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป (เป็นการทยอยเปิดใช้งานแบบ Extended rollout ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่า 15 วันกว่าจะเห็นฟีเจอร์นี้ครบทุกคน) ใครใช้งานได้บ้าง?: ผู้ใช้งาน Google Workspace ทุกแพลตฟอร์ม, ผู้สมัครบริการ Workspace Individual รวมถึงผู้ใช้งานบัญชีส่วนตัว (Personal Google Accounts) ทั่วไปก็สามารถใช้งานได้ค่ะ วิธีเริ่มใช้งาน: สำหรับผู้ใช้ทั่วไป สามารถเข้าไปมอบสิทธิ์การแชร์รูปแบบใหม่นี้ให้ผู้ช่วยได้ทันทีผ่านทางหน้าการตั้งค่าปฏิทิน (Calendar Settings) โดยที่แอดมินระบบ (Admins) ไม่ต้องเปิดคอนโทรลใดๆ เพิ่มเติมค่ะ หวังว่าสรุปนี้จะช่วยให้ชาวบล็อกและผู้ใช้งาน Google Workspace เห็นภาพชัดเจนขึ้น ใครที่ปฏิทินแน่นๆ และมีผู้ช่วย อย่าลืมแวะเข้าไปเช็กฟีเจอร์นี้ใน Settings กันดูนะคะ!ติดต่อเราLine : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
PDPA ยิ่งเข้ม ธุรกิจยิ่งต้องระวัง! ทำไม "Local Cloud" ถึงเป็นกุญแจสำคัญที่ไขโจทย์นี้ได้?คำถามชวนคิด: "คุณรู้ไหมว่า ไฟล์เอกสารสำคัญหรือข้อมูลลูกค้าของคุณ ที่ฝากไว้บน Cloud ทั่วไป... ตอนนี้ Server จริงๆ ตั้งอยู่ที่ประเทศอะไร?"หลายธุรกิจอาจไม่เคยตั้งคำถามนี้ แต่ในยุคที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มีการบังคับใช้อย่างเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ "สถานที่เก็บข้อมูล" กลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายทางกฎหมาย หากคุณใช้บริการ Public Cloud ต่างประเทศ การส่งข้อมูลข้ามพรมแดน (Cross-border Data Transfer) อาจทำให้คุณเสี่ยงต่อการผิดเงื่อนไข PDPA โดยไม่รู้ตัว!นี่คือเหตุผลที่ธุรกิจองค์กร สำนักงานบัญชี คลินิก และเอเจนซี่ชั้นนำ เริ่มหันมาใช้ "Local Cloud" หรือระบบคลาวด์ที่มีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในประเทศไทยกันมากขึ้น3 เหตุผลที่ Local Cloud คือทางออกที่ปลอดภัยที่สุดตามกฎหมาย PDPA1. สิทธิ์ขาดในการควบคุมข้อมูล (Data Sovereignty) อยู่ในมือคุณ 100% เมื่อเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในประเทศไทย ภายใต้กฎหมายไทย คุณจึงมั่นใจได้ว่าข้อมูลจะไม่ถูกโอนย้ายไปต่างประเทศ หรือถูกนำไปใช้วิเคราะห์ประมวลผลโดยผู้ให้บริการภายนอก (ซึ่งมักแฝงมาในเงื่อนไขการให้บริการของคลาวด์ฟรีหรือคลาวด์ต่างประเทศ)2. ตรวจสอบได้ (Access Control) หัวใจของ PDPA คือ "รู้ว่าใคร ทำอะไร กับข้อมูลบ้าง" Local Cloud สำหรับองค์กรจะมาพร้อมระบบหลังบ้านที่ให้คุณกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ได้อย่างละเอียด และมี Log บันทึกประวัติการใช้งานอย่างชัดเจน พร้อมใช้เป็นหลักฐานชี้แจงได้เสมอ3. ความเร็วและเสถียรภาพระดับ Local หมดปัญหาอัปโหลดหรือดาวน์โหลดไฟล์งานขนาดใหญ่แล้วค้าง เพราะเส้นทางเชื่อมต่อ (Bandwidth) อยู่ภายในประเทศ ทำให้การทำงานของทีมราบรื่นและรวดเร็วกว่ายกระดับความปลอดภัยให้องค์กรด้วย Netway Cloud Storage File Sharingหากคุณกำลังมองหา Local Cloud ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจโดยเฉพาะ Netway Cloud Storage File Sharing คือโซลูชันที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อปิดความเสี่ยงเรื่อง PDPA และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ทีมของคุณ:Data in Thailand 100%: เซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในศูนย์ข้อมูลมาตรฐานระดับสากลในประเทศไทย มั่นใจเรื่อง PDPA เต็มร้อยEnterprise-Grade Security: เข้ารหัสข้อมูลขั้นสูง พร้อมระบบกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน (Permission) แยกตามแผนกหรือบุคคล ป้องกันพนักงานนำข้อมูลออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตWork Seamlessly: ใช้งานง่าย แชร์ไฟล์ให้ลูกค้าหรือทีมงานภายนอกได้ผ่านลิงก์ที่ตั้งรหัสผ่านและวันหมดอายุได้ ปลอดภัยและดูเป็นมืออาชีพ"อย่าปล่อยให้ข้อมูลสำคัญของธุรกิจ ไปอยู่ในพื้นที่ที่คุณควบคุมไม่ได้"เปลี่ยนมาใช้ Local Cloud วันนี้ เพื่อความสบายใจขั้นสุด ทั้งเรื่องการทำงานและข้อกฎหมายสนใจประเมินความเสี่ยงและปรับปรุงระบบ File Sharing ขององค์กร? ทักมาปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Netway ได้เลยวันนี้! เราพร้อมออกแบบสถาปัตยกรรมข้อมูลที่ตอบโจทย์ทั้งความปลอดภัยและงบประมาณของคุณ ดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่: [[URL]]/cloud-storage-file-sharingติดต่อเรา
สำหรับใครที่ต้องติดต่อประสานงานกับพาร์ทเนอร์ ลูกค้า หรือฟรีแลนซ์ภายนอกองค์กรอยู่บ่อย ๆ ล่าสุด Google Chat ได้ออกอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยากลงไปได้เยอะมาก นั่นคือ "การสร้างกลุ่มสนทนา (Group Chat / Group DM) ร่วมกับบุคคลภายนอกองค์กรได้โดยตรง" ข้อจำกัดเดิม vs สิ่งที่เปลี่ยนไป ❌เมื่อก่อน: ถ้าเราอยากคุยกับคนนอกองค์กรพร้อมกันหลาย ๆ คน เราจำเป็นต้องไปสร้าง "Space" (ห้องทำงานกลุ่ม) ใหม่ แล้วเปิดสิทธิ์ภายนอก หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องคุยแยกแบบตัวต่อตัว (1:1 Direct Message) เท่านั้น ซึ่งบางครั้งก็ไม่สะดวกสำหรับการคุยงานแบบจบเป็นโปรเจกต์สั้น ๆ ✅ตอนนี้: เราสามารถกดเพิ่มอีเมลของคนนอกองค์กรหลายคนเข้ามาในกลุ่มสนทนา (Group DM) เดียวกันได้ทันที ช่วยให้การบรีฟงานหรืออัปเดตสถานะงานเร่งด่วนมีความคล่องตัวและรวดเร็วขึ้นมาก ความปลอดภัยที่ยังคงมั่นใจได้ ขึ้นชื่อว่าเป็นการคุยกับคนนอกองค์กร Google จึงให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยและโปร่งใส โดยมีระบบรองรับดังนี้: 1. มีป้ายกำกับชัดเจน (External Badge): ในกลุ่มที่มีคนนอกองค์กรอยู่ จะมีสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน เพื่อให้พนักงานในบริษัทระมัดระวังในการแชร์ข้อมูลที่เป็นความลับ 2. ระบบเชิญตัว (Invitation): เมื่อคนนอกองค์กรถูกดึงเข้ากลุ่ม พวกเขาจะได้รับอีเมลคำเชิญก่อน และจะต้องกด "ยอมรับ (Accept)" ถึงจะเข้าร่วมและเริ่มพิมพ์คุยในกลุ่มนั้นได้ 3. การควบคุมจาก Admin: ฟีเจอร์นี้จะแชร์สิทธิ์ร่วมกับการตั้งค่า External Space ขององค์กร หากผู้ดูแลระบบ (Admin) เปิดใช้งานอยู่แล้ว พนักงานก็จะสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ทันที ⚠️ ข้อควรรู้เพิ่มเติม: เราจะสามารถเพิ่มคนนอกองค์กรได้เฉพาะตอน "สร้างกลุ่มใหม่" เท่านั้น ไม่สามารถดึงคนนอกเข้ามาในกลุ่มเดิมที่มีแต่คนในองค์กรคุยกันอยู่ก่อนแล้วได้ ไทม์ไลน์การเปิดใช้งาน (Rollout Pace) Rapid Release (โดเมนที่รับฟีเจอร์เร็ว): เริ่มทยอยเปิดใช้งานแล้วตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2026 และจะทยอยครบทั้งหมดภายในวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 Scheduled Release (โดเมนทั่วไป): จะเริ่มทยอยเปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป (อาจใช้เวลาสูงสุด 15 วันในการเปิดใช้งานครบทุกบัญชี) บัญชีประเภทไหนใช้งานได้บ้าง? ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานสำหรับผู้ใช้ Google Workspace ทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงลูกค้าที่สมัคร Workspace Individual ด้วยค่ะติดต่อเราLine : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
Change Network Interface Card (NIC) Name On AlmaLinux/RockyLinux/RHEL 9 ในบทความนี้เราจะมาทำการเรียนรู้ การเปลี่ยนชื่อ ของ Network Interface Card (NIC) ในระบบ RHEL 9 โดยใน Linux kernel นั้นจะมีข้อจำกัดในการตั้งชื่อ ของ Network Interface Card (NIC) ไว้ที่15 ตัวอักษร สำหรับชื่อเริ่มต้นของระบบหากยาวเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาในการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น eno168950nop0 โดยในการเพิ่ม IP ในระบบของ cPanel เมื่อมีการเพิ่ม IP เพิ่มเติมทาง cPanel จะเพิ่มอักขระพิเศษ 4 ตัวต่อท้ายชื่อ ของ Network Interface (:cp1) ส่งผลทำให้ชื่อ ที่จะได้เป็น eno168950nop0:cp1 ซึ่งเกินข้อจำกัด 15 ตัวอักษรของ kernel จะทำให้ใช้งานไม่ได้ เราจึงต้องมาเรียนรู้วิธีการเปลี่ยนชื่อของ Network Interface Card (NIC) กันครับ ก่อนอื่นให้เราทำการตรวจสอบ บนเครื่องที่ใช้งาน ว่าบนเครื่องของเรามี Network Interface อะไรบ้าง โดยเราจะใช้คำสั่ง ip link show เพื่อดูค่าสถานะต่างๆในที่นี้เราจะทำการ เปลี่ยนชื่อ Network Interface ให้เป็นตามรายละเอียดดังต่อไปนี้eno16895 ไปเป็น eth0eno16905 ไปเป็น eth1eno16915 ไปเป็น eth2eno16925 ไปเป็น eth3 ข้อกำหนดเบื้องต้นในการกำหนด profile เพื่อใช้เชื่อมต่อใน NetworkManager จะต้องเขียนในรูปแบบ keyfile format .คุณจะต้องรู้ Mac address ของแต่ล่ะ Network Interface โดยหาได้จาก การใช้คำสั่ง ip aโดยคุณสามารถหาค่า Mac address ได้จากบรรทัด ( ให้คัดลอก MAC address 8c:84:74:bb:43:64 ) link/ether 8c:84:74:bb:43:64 brd ff:ff:ff:ff:ff:ffขั้นตอนการเปลี่ยนชื่อ Network Interface ให้เข้าไปที่ directory /etc/systemd/network/แล้วให้ทำการสร้างไฟล์ 10-nic0.link, 10-nic1.link, 10-nic2.link และ 10-nic3.link แล้วให้ทำการแก้ไขไฟล์ 10-nic0.link ด้วยคำสั่ง nano nano /etc/systemd/network/10-nic0.linkเพิ่มข้อมูลตามรูปแบบด้านล่างเข้าไปในไฟล์ 10-nic0.link (ให้แก้ไขทุก Network Interface ให้ MACAddress และ Name ให้ถูกต้องตามรูป )[Match] MACAddress=8c:84:74:bb:43:64 [Link] Name=eth0ทำการ save แล้วออกจากไฟล์ให้ทำการ เปลี่ยนชื่อไฟล์/etc/NetworkManager/system-connections/eno16895.nmconnection ไปเป็น /etc/NetworkManager/system-connections/eth0.nmconnection /etc/NetworkManager/system-connections/eno16905.nmconnection ไปเป็น /etc/NetworkManager/system-connections/eth1.nmconnection /etc/NetworkManager/system-connections/eno16915.nmconnection ไปเป็น /etc/NetworkManager/system-connections/eth2.nmconnection /etc/NetworkManager/system-connections/eno16925.nmconnection ไปเป็น /etc/NetworkManager/system-connections/eth3.nmconnection จากนั้นให้แก้ไขค่าคอนฟิกในไฟล์ eth0.nmconnection ด้วยคำสั่ง nano nano /etc/NetworkManager/system-connections/eth0.nmconnectionให้ทำการแก้ไขค่าไฟล์คอนฟิกในบรรทัดต่อไปนี้id=eno16895 ... interface-name=eno16895ให้แก้ไขค่าไฟล์คอนฟิกเป็นid=eth0 ... interface-name=eth0*หมายเหตุ ให้ทำการแก้ไขทุก Network Interface ให้ถูกต้องทำการ save แล้วออกจาก โปรแกรม editorให้ทำการ reboot server หลังจาก reboot แล้วให้ทำการตรวจสอบว่า ชื่อของ Network Interface ที่เราทำการเปลี่ยนถูกต้องหรือไม่ให้ใช้คำสั่ง ip link show ดูอีกครั้งNetway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
วัตถุประสงค์ (Purpose)ใช้สำหรับกรณีที่ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องเข้าถึง OneDrive ของผู้ใช้งาน เช่น- กู้คืนไฟล์ที่ถูกลบ- ตรวจสอบไฟล์เมื่อพนักงานลาออก- ย้ายข้อมูล- ตรวจสอบข้อมูลตามคำร้องขอจากองค์กรสิทธิ์ในการดำเนินการ (Prerequisites)- Global Administrator- SharePoint Administratorตรวจสอบผลลัพธ์1. สามารถเปิด OneDrive ของผู้ใช้งานได้2. สามารถเข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์ที่ต้องการได้3. หลังจากลบสิทธิ์แล้ว ชื่อผู้ดูแลระบบไม่ปรากฏใน Site Collection Administratorsวิธีการตั่งค่าMicrosoft 365 Admin Center > Users > Active users > เลือกแท็บ OneDrive > กด Create link to filesหลังจากกดแล้วจะได้ link พร้อมได้เป็น Site onwer ⚠️ Importantหลังจากดำเนินการเสร็จแล้ว ต้องนำสิทธิ์ Site Collection Administrator ออกจากบัญชีผู้ดูแลระบบ เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานโดยไม่จำเป็น และเป็นไปตามหลัก Least Privilegeไปที่ฟันเฟือง > Onedrive Setting > More Setting > Site Collection Administrators > ลบชื่อที่ไม่ใช่เจ้าของเดิมออกNetway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/