การกำหนดสิทธิ์การประชุมใน Microsoft Teams meeting (Roles in Microsoft Teams meetings) การสร้าง Teams meetings โดยค่าเริ่มต้นนั้นผู้สร้างก็คือสิทธิ์ Organizer ซึ่งเป็นผู้จัดการหลักและผู้ที่ถูกเชิญจะเป็นสิทธิ์ Attendees ซึ่งเราสามารถแก้ไขสิทธิ์ของสมาชิกหลังจากส่ง Invite meeting ไปแล้ว และแก้ไขก่อนที่จะประชุมได้ การกำหนดสิทธิ์ (Roles) สมาชิกการประชุมที่แตกต่างกันใน Teams meeting เพื่อให้บุคคลต่างๆ ได้รับสิทธิ์เฉพาะเจาะจง แบ่งเป็น 3 สิทธิ์ คือ: Co-organizer, Presenter, and Attendee โดยผู้ร่วมจัดงาน (Co-organizers) และผู้นำเสนอ (Presenters) จะแบ่งปันสิทธิ์ในการดำเนินงานตามกิจกรรมมากขึ้น ส่วนสมาชิกผู้เข้าร่วม (Attendee) จะได้รับการควบคุมหรือเป็นเพียงผู้รับฟัง โต้ตอบ รับการเข้าถึงต่างๆ ตามสิทธิ์เท่านั้น ตารางแยกสิทธิ์และบทบาทการควบคุมระหว่างใช้งาน Microsoft Teams meeting * สิทธิ์
การล็อกการเข้าร่วมการประชุมใน Microsoft Teams (Lock a meeting in Microsoft Teams) ในการประชุมผ่าน Teams เมื่อการประชุมเริ่มขึ้นแล้ว เพื่อความตรงต่อเวลาและเป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้จัดประชุมและผู้ร่วมจัดประชุมสามารถเลือกล็อกการประชุมของตนได้เพื่อป้องกันการพยายามเข้าร่วมในภายหลัง ผู้ที่พยายามเข้าร่วมการประชุมที่ถูกล็อกจากอุปกรณ์ใดก็ตาม จะได้รับแจ้งว่าการประชุมถูกล็อก เมื่อมีการล็อกการประชุมแล้ว ไม่มีใครจะสามารถเข้าร่วมได้ แต่ผู้ได้รับเชิญยังสามารถเข้าถึงการแชทการประชุม การบันทึก และข้อมูลการประชุมอื่นๆ ได้ (แอปเวอร์ชั่น Desktop) การล็อกการประชุม (Lock the meeting) หลังจากเข้าร่วมการประชุมแล้ว ให้เลือก People ในหน้าต่าง Participants เลือก More actions -> Lock the meeting -> Lock การปลดล็อกการประชุม (Unlock the meeting) เลือก People ปุ่มบุคคลหรือแสดงผู้เข้าร่วม ในหน้าต่าง Participants เลือก More actions -> Unlock the meeting -> Unlock เมื่อการประชุมถูกล็อก จะไม่สามารถเชิญผู้เข้าร่วมเพิ่มใหม่ได้ แต่ผู้ได้รับเชิญอยู่ก่อนหน้านั้นยังคงสามารถเข้าถึงการแชทการประชุม การบันทึก และข้อมูลการประชุมอื่นๆ ได้ หมายเหตุ: หลังจากผู้เข้าร่วมออกจากการประชุมแล้ว จะไม่สามารถเข้าร่วมได้อีกจนกว่าการประชุมจะปลดล็อก สำหรับผู้ที่สนใจ Microsoft Teams หากสนใจผลิตภัณฑ์ Microsoft Teams กับ Netway Communication สามารถอ่านรายละเอียด ราคา ได้ที่ Microsoft Teams Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/ อ้างอิง: support.microsoft.com
ไฟล์ที่ถูกลบไปอยู่ที่ไหน? เมื่อเราลบไฟล์ออกจากคอมพิวเตอร์ เราอาจรู้สึกว่าไฟล์นั้นหายไปแล้ว แต่ความจริงแล้วมีความซับซ้อนมากกว่านั้น ไฟล์ที่ถูกลบไปไม่ได้หายไปจากฮาร์ดไดรฟ์ของเราจริงๆ แต่จะอยู่ที่นั่นจนกว่าข้อมูลใหม่จะเข้ามาเติมเต็มพื้นที่ว่างที่ใช้ไป จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณลบไฟล์ การลบไฟล์ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ตัวอย่างในคอมพิวเตอร์ระบบปฎิบัติการ Windows เมื่อลบไฟล์ไปที่ถังขยะ (Trash) หรือถังรีไซเคิล (Recycle Bin) ไฟล์นั้นจะไม่ถูกลบออกจากฮาร์ดไดรฟ์ทันที แต่จะถูกนำไปไว้ในที่จัดเก็บชั่วคราวและอยู่ที่นั่น จนกว่าคุณจะตัดสินใจล้างถังขยะ (คลิกขวาที่ถังขยะ เลือก Empty ....) ข้อมูลของไฟล์จะยังคงอยู่ในฮาร์ดไดรฟ์แม้ว่าถังขยะจะว่างเปล่าแล้วก็ตาม โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกทำเครื่องหมายเป็นพื้นที่ว่างที่ไฟล์อื่นๆ เมื่อลบไฟล์ จะเป็นลบระเบียนของไฟล์นั้นออกจากระบบไฟล์ ซึ่งระบบไฟล์ก็เปรียบเสมือนไดเร็กทอรีที่คอยติดตามไฟล์ทั้งหมดบนคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการจะไม่ทราบว่าไฟล์นั้นอยู่ที่ใด แต่ข้อมูลภายในจะยังคงอยู่ที่นั่น นี่คือสาเหตุหลักที่มักสามารถกู้คืนไฟล์ที่ถูกลบได้ด้วยซอฟต์แวร์พิเศษ ตราบใดที่พื้นที่ว่างนั้นยังไม่ได้ถูกเติมเต็มด้วยข้อมูลที่ถูกลบใหม่ จะนำไฟล์ที่ถูกลบกลับคืนมาได้อย่างไร หากต้องการกู้คืนไฟล์ที่ถูกลบ จะต้องมีซอฟต์แวร์ที่สามารถสแกนฮาร์ดไดรฟ์เพื่อหาข้อมูลที่ถูกทำเครื่องหมายว่าพร้อมใช้งานแต่ยังไม่ได้ถูกเขียนทับ โดยวิธีนี้อาจได้ผลหากไฟล์นั้นถูกลบไปไม่นานนัก และพื้นที่ที่ไฟล์นั้นใช้ไปนั้นยังไม่ได้ถูกเติมด้วยข้อมูลใหม่ ซอฟต์แวร์สำหรับการกู้คืนทำงานอย่างไร ซอฟต์แวร์กู้คืนข้อมูลทำงานโดยการสแกนฮาร์ดไดรฟ์เพื่อหาพื้นที่ที่มีข้อมูลอยู่ แต่ไม่ได้เชื่อมโยงกับไฟล์ใดๆในระบบไฟล์ หลังจากนั้นซอฟต์แวร์จะพยายามสร้างไฟล์ขึ้นมาใหม่โดยนำส่วนต่างๆ เหล่านี้มาประกอบเข้าด้วยกัน การทำงานของกระบวนการนี้จะขึ้นอยู่กับว่าพยายามกู้คืนข้อมูลได้เร็วเพียงใดและส่วนต่างๆ เหล่านั้นถูกเขียนทับหรือไม่ สิ่งที่การกู้คืนไฟล์ไม่สามารถทำได้ การกู้คืนไฟล์อาจได้ผลบ้างแต่ไม่ใช่ทุกครั้ง การกู้คืนไฟล์ที่ถูกลบไปอาจยากกว่ามากหรืออาจทำไม่ได้เลย หากพื้นที่ที่ใช้ไปถูกเขียนทับ นอกจากนี้ คุณภาพของไฟล์ที่กู้คืนมายังอาจแตกต่างกัน โดยไฟล์บางไฟล์กู้คืนได้ครบถ้วนและบางไฟล์กู้คืนได้เพียงบางส่วนเท่านั้น และถ้าตั้งชื่อไฟล์เป็นภาษาไทย ชื่อไฟล์ที่กู้คืนก็อาจจะกลายเป็นอักขระที่อ่านไม่ออก ควรสำรองข้อมูลเสมอ เนื่องจากการกู้คืนไฟล์นั้นไม่สามารถทำได้เสมอไป จึงควรเก็บสำเนาข้อมูลที่สำคัญอยู่เสมอ การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงไฟล์ผ่านการสำรองข้อมูลได้ แม้ว่าเราจะเผลอลบไฟล์นั้นไปแล้วและกู้คืนไม่ได้ก็ตาม ในแต่ละอุปกรณ์จะมีที่เก็บสำหรับไฟล์ที่ถูกลบ ไฟล์ที่ถูกลบจะถูกจัดการด้วยวิธีที่แตกต่างกันไปตามระบบต่างๆ เช่น โทรศัพท์ Android จะมีโฟลเดอร์ชื่อ “Recently Deleted” ซึ่งใช้เก็บไฟล์ที่สูญหาย ซึ่งคล้ายกับ “Recycle Bin” หรือ “Trash” ในคอมพิวเตอร์ ส่วน iPhone รูปภาพและวิดีโอที่ถูกลบจะถูกเก็บไว้ในอัลบั้ม “Recently Deleted” ที่อยู่ในแอปรูปภาพเป็นเวลา 30 วันก่อนที่จะถูกลบทิ้งอย่างถาวร การลบที่ปลอดภัย การลบข้อมูลอย่างปลอดภัยไม่เพียงแต่ลบไฟล์ออกจากระบบไฟล์เท่านั้น แต่ยังเขียนทับพื้นที่ที่ใช้เพื่อให้แน่ใจว่าไม่สามารถดึงข้อมูลกลับมาได้ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งหากต้องการให้ข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดหายไปอย่างถาวร อ้างอิง: The Technology Press Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
Netway Combo - May 2025 อัพเดตข่าวสารโปรโมชั่นจากเน็ตเวย์ฯ บทความน่ารู้เกี่ยวกับ Microsoft 365 และเทคโนโลยี Microsoft 365 Copilot พลังของ AI ผสานเข้ากับบริการ Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams และแอปอื่นๆ อ่านต่อ SSL/TLS certificate ปรับระยะเวลาลดอายุใบรับรอง โดยมีจุดประสงค์เพื่อยกระดับความปลอดภัยของระบบอินเทอร์เน็ต อ่านต่อ การใช้ Microsoft 365 Apps ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อ่านต่อ ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่เก็บข้อมูลในอุปกรณ์ (Device Storage) อ่านต่อ ผู้ให้บริการพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ (Cloud Storage Providers) อ่านต่อ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือคำติชมใดๆ สามารถติดต่อ Netway Communication ได้ 24 ชม. Tel: 02 055 1095 Email: support@netway.co.th Web chat: [[URL]]/ Facebook Messenger: @netway.official หรือ https://www.facebook.com/netway.official Add Line ID: @netway, https://bit.ly/line-netway #GoogleWorkspace #Microsoft365 #MicrosoftTeams #Microsoft365Copilot #SSL #Cloud #Hosting #Domain
การใช้ Microsoft 365 Apps ให้เกิดประโยชน์สูงสุด Microsoft 365 เป็นชุดเครื่องมือที่สร้างขึ้นเพื่อให้การทำงานร่วมกันและการรักษาความปลอดภัยให้ง่ายขึ้นบนอุปกรณ์และระบบต่างๆ มีโปรแกรมที่เป็นที่รู้จักอย่าง Word, Excel, PowerPoint และ Outlook รวมถึงโปรแกรมใหม่ๆ เช่น Teams และ OneDrive ด้วยฟีเจอร์ที่มีประโยชน์และบริการบนคลาวด์ Microsoft 365 จึงคอยพัฒนาแอปเพื่อความสมบูรณ์แบบให้กับธุรกิจในการจัดระเบียบการดำเนินงานและส่งเสริมการสื่อสาร การใช้งานที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากแอป Microsoft 365 Microsoft 365 มีคุณสมบัติอะไรบ้าง Microsoft 365 ไม่ใช่แค่โปรแกรม Office แต่เป็นระบบที่ช่วยให้ผู้คนทำงานร่วมกัน ควบคุมข้อมูลของตนเองและมีความปลอดภัยสูง เครื่องมือที่นิยมใช้ ได้แก่: Teams OneDrive Excel Word Power Apps Planner Forms Microsoft Teams เป็นศูนย์กลางการสื่อสารและการทำงานเป็นทีมที่ให้ผู้ใช้แชร์ไฟล์ จัดการประชุม และเชื่อมต่อกับแอป Microsoft อื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย OneDrive ยังมีพื้นที่จัดเก็บบนคลาวด์ที่ปลอดภัย เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงไฟล์และแบ่งปันได้จากทุกที่ เพื่อรักษาข้อมูลส่วนตัวให้ปลอดภัย Microsoft 365 ยังมีฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง เช่น การเข้าสู่ระบบแบบ Multi-factor Login และการเข้ารหัสข้อมูล ความโดดเด่นเกี่ยวกับ Microsoft 365 คือช่วยให้ผู้คนทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ผู้คนหลายคนสามารถทำงานบนเอกสารพร้อมกันได้ด้วยเครื่องมืออย่าง Excel และ Word ซึ่งทำให้งานมีประสิทธิผลมากขึ้นและลดความยุ่งยากในการควบคุมเวอร์ชัน นอกจากนี้ Microsoft 365 ยังทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ เช่น Power Apps และ Power Automate ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างแอปของตนเองและทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น Microsoft Planner เป็นเครื่องมือแสดงภาพสำหรับติดตามโครงการและงานที่ทำงานร่วมกับ Microsoft 365 ช่วยให้ทีมต่างๆ มีส่วนกลางในการวางแผน กำหนดงาน และติดตามงาน เครื่องมือนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการติดตามโครงการที่ซับซ้อนและทำให้แน่ใจว่าทุกคนในทีมมีความเข้าใจที่ตรงกัน Microsoft 365 ยังมี Microsoft Forms ซึ่งช่วยให้สามารถสร้างแบบสำรวจ แบบทดสอบ และแบบสอบถามได้อย่างง่ายดาย เครื่องมือนี้ช่วยให้ได้รับคำติชมในแบบทดสอบ และทำให้กระบวนการรวบรวมข้อมูลง่ายขึ้น สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ Microsoft 365 ได้อย่างไร หากต้องการได้รับประโยชน์จาก Microsoft 365 อย่างแท้จริง จำเป็นต้องเข้าใจวิธีปรับแต่งฟีเจอร์ต่างๆ ให้เหมาะกับความต้องการขององค์กรดังต่อไปนี้ - การใช้เครื่องมือการทำงานร่วมกัน Microsoft Teams เป็นรากฐานสำคัญของการทำงานร่วมกัน ใน Microsoft 365 โดยการตั้งค่าช่องทาง (Channels) สำหรับโครงการหรือแผนกต่างๆ ทีมงานสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพและแบ่งปันเอกสารที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ การผสานรวม SharePoint ยังช่วยให้สามารถจัดการเอกสารจากจุดศูนย์กลางได้ ทำให้ทีมงานสามารถเข้าถึงและทำงานร่วมกันในไฟล์เดียวกันได้ง่ายขึ้น - การปรับแต่งทรัพยากรต่างๆ การปรับแต่งตั้งค่า Microsoft 365 สามารถปรับปรุงการนำไปใช้งานของผู้ใช้ได้อย่างมาก การตั้งค่า SharePoint และช่องทาง Teams ให้สะท้อนถึงแบรนด์และเวิร์กโฟลว์ขององค์กรจะช่วยให้การใช้งานง่ายและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ส่วนสำหรับพนักงานในองค์กรจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้สามารถค้นหาและใช้เครื่องมือที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย - การใช้ระบบอัตโนมัติ Power Platform ซึ่งประกอบด้วย Power Apps, Power Automate และ Power BI นำเสนอเครื่องมือที่สร้างคุณค่าสำหรับการทำงานให้แบบอัตโนมัติและรับข้อมูลเชิงลึกจากข้อมูลที่มีอยู่ การใช้ประโยชน์จากเครื่องมือเหล่านี้ ในธุรกิจต่างๆ สามารถปรับกระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ ช่วยลดการใช้แรงงานคน และตัดสินใจตามข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น - การรับประกันความปลอดภัยของข้อมูล ความปลอดภัยของข้อมูลถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในโลกดิจิทัลในปัจจุบัน Microsoft 365 นำเสนอฟีเจอร์ความปลอดภัย เช่น Azure Information Protection และ Advanced Threat Protection เพื่อปกป้องข้อมูลที่สำคัญ การนำฟีเจอร์เหล่านี้มาใช้และการรับรองว่าเป็นไปตามมาตรฐานการกำกับดูแลสามารถปกป้องธุรกิจจากการละเมิดข้อมูลและปัญหาทางกฎหมายได้ - การอัปเดตการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง Microsoft อัปเดตผลิตภัณฑ์และพัฒนาปรับปรุงอยู่เสมอ โดยสามารถศีกษาข้อมูลผ่าน Microsoft Learn และแหล่งข้อมูลการฝึกอบรมอื่นๆ ช่วยให้องค์กรของคุณยังคงมีความสามารถในการแข่งขันและมั่นใจได้ว่าพนักงานใช้เครื่องมือที่อัพเดทล่าสุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ - การเป็นพันธมิตรกับผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ การทำงานร่วมกับที่ปรึกษาที่มีความรู้และประสบการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจาก Microsoft จะช่วยให้ได้รับข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีใช้งานที่ดีที่สุดในการใช้ Microsoft 365 - การจัดการอีเมลและเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ฟีเจอร์ต่างๆ เช่น กล่องจดหมายที่เน้นเนื้อหา และขั้นตอนวิธีลัดใน Outlook จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการอีเมลได้อย่างมาก นอกจากนี้การใช้ปฏิทินที่แชร์ได้และเครื่องมือจัดการงานและการทำงานร่วมกันระหว่างทีมได้อย่างดี - การใช้ Microsoft 365 บนอุปกรณ์ต่างๆ แอป Microsoft 365 พร้อมใช้งานบนอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึง พีซี, Mac, แท็บเล็ต, และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งช่วยส่งเสริมพนักงานให้สามารถเข้าถึงเครื่องมือเหล่านี้ได้จากทุกที่ จะช่วยปรับปรุงความยืดหยุ่นและการตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจได้ สรุป การเพิ่มประสิทธิภาพใน Microsoft 365 ของคุณให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้นต้องใช้แนวทางเชิงกลยุทธ์ที่ครอบคลุมถึงการทำงานร่วมกันของแต่ละองค์กร ในการตั้งค่าการทำงานให้เป็นไปแบบอัตโนมัติโดยคำนึงถึงความปลอดภัย และการเรียนรู้การใช้เครื่องมือเมื่อแอปมีการอัพเกรดเวอร์ชันใหม่อย่างต่อเนื่องนั่นเอง Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/ อ้างอิง: The Technology Press