Microsoft กำลังปรับโฉมการใช้งาน Copilot ในแอปหลักอย่าง Word, Excel และ PowerPoint ให้กลายเป็น "คู่คิด" (Thought Partner) ที่เข้าถึงได้ทุกเมื่อ โดยเน้นการลดอุปสรรคในการเริ่มต้นใช้งาน และการออกแบบที่คำนึงถึงความหลากหลายของผู้ใช้ (Inclusive Design) 1. จุดเข้าใช้งาน (Entry Points) ที่ชัดเจนและยืดหยุ่น เพื่อให้ผู้ใช้ไม่ต้องควานหาปุ่มสั่งการ Microsoft ได้ยุบรวมจุดเข้าใช้งานเหลือเพียง 2 จุดหลัก: ◉ ไอคอน Copilot ที่มุมขวาล่าง: จะปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษหรือชีทงานเสมอ หากใครรู้สึกว่าเกะกะสายตา สามารถคลิกขวาเพื่อ "Dock" (ตรึง) ให้ไปอยู่ด้านข้าง หรือลากเพื่อย่อขนาดได้ ◉ Contextual Entry Point: เมื่อเราไฮไลต์ข้อความหรือเลือกเนื้อหาในหน้าจอ Copilot จะแสดงตัวเลือกแนะนำขึ้นมาทันทีในจุดนั้น เพื่อช่วยจัดการกับเนื้อหาที่เลือกโดยเฉพาะ 2. Smart Suggestions: คำแนะนำอัจฉริยะตามบริบท ปัญหาใหญ่ของ AI คือผู้ใช้ "ไม่รู้จะพิมพ์สั่งอะไร" Microsoft จึงเพิ่มระบบแนะนำคำสั่ง (Curated Suggestions) ที่จะเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เรากำลังทำ: ❀ Drafting: แนะนำไอเดียในการเริ่มเขียน ❀ Refining: เมื่อมีเนื้อหาแล้ว จะแนะนำวิธีปรับปรุงสำนวนหรือรูปแบบ ❀ Validating: ตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งต่อหรือแชร์งาน ยิ่งเราเลือกเนื้อหาเฉพาะเจาะจงเท่าไหร่ (เช่น เลือกเฉพาะประโยคเทียบกับเลือกทั้งหน้า) คำแนะนำก็จะยิ่งแม่นยำและตรงประเด็นมากขึ้น 3. Keyboard-First Design: ออกแบบมาเพื่อคนใช้คีย์บอร์ด การอัปเดตนี้ให้ความสำคัญมากกับผู้ที่ถนัดใช้คีย์บอร์ดและผู้ที่ใช้งาน Screen Reader โดยมีการเพิ่มทางลัดใหม่ที่จดจำง่าย: ⌨ Windows: กด Alt + C เพื่อเปิด Copilot (หากเปิดอยู่แล้ว จะเป็นการโฟกัสที่ช่องแชททันที) ⌨ Mac: กด Cmd + Control + I ⌨ ทุกแพลตฟอร์ม: กด F6 เพื่อเลื่อนโฟกัสไปยังปุ่ม Copilot บนหน้าจอ ⌨ ใช้ ลูกศรขึ้น-ลง (Up/Down Arrows) เพื่อเลือกดูคำแนะนำต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้เมาส์ 4. กำหนดการเปิดใช้งาน ฟีเจอร์เหล่านี้กำลังทยอยอัปเดตให้กับผู้ใช้ Word, Excel และ PowerPoint ทั้งบน Windows และ Mac โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานทั่วไป (General Availability) ภายใน ช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 เป็นต้นไป แม้การอัปเดตนี้จะเน้นความสะดวก แต่จากกระแสตอบรับใน Community พบว่ามีผู้ใช้บางส่วนกังวลเรื่องไอคอนที่ลอยทับเนื้อหางาน (Overlay) ซึ่ง Microsoft ก็ได้รับทราบและแนะนำให้ใช้ฟีเจอร์ "Dock" เพื่อลดการบดบังพื้นที่ทำงาน ที่มา: Microsoft 365 Insider Blog Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
หากใครเป็นสายประชุมออนไลน์ผ่าน Microsoft Teams คงจะคุ้นเคยกับฟีเจอร์ที่ดูแปลกตาอย่าง "Together Mode" แต่อีกไม่นานฟีเจอร์นี้กำลังจะกลายเป็นตำนาน เพราะ Microsoft ได้ประกาศเตรียมปรับปรุงรูปแบบ Layout ใหม่ทั้งหมด เพื่อเน้นความเรียบง่ายและตอบโจทย์การทำงานจริงมากขึ้น ทำความรู้จัก: Together Mode คืออะไร? สำหรับคนที่อาจจะไม่เคยใช้ Together Mode คือโหมดการแสดงผลใน Microsoft Teams ที่ใช้เทคโนโลยี AI (AI Segmentation) มาตัดภาพตัวบุคคลออกจากฉากหลังของตัวเอง แล้วนำไปวางเรียงกันใน "ฉากจำลองเดียวกัน" ➤ เปลี่ยนห้องนั่งเล่นเป็นห้องประชุม: แทนที่คุณจะเห็นหน้าเพื่อนร่วมงานเป็นกรอบสี่เหลี่ยมแยกกัน AI จะนำภาพทุกคนไปนั่งอยู่บนเก้าอี้เสมือนจริง เช่น ในห้องเลคเชอร์, ร้านกาแฟ, หรือห้องประชุมสุดหรู ➤ สร้างความรู้สึกว่า "อยู่ด้วยกันจริง": จุดประสงค์หลักคือการลดอาการ "Video Fatigue" หรือความเหนื่อยล้าจากการประชุมออนไลน์ โดยทำให้เรารู้สึกเหมือนนั่งอยู่ห้องเดียวกัน สามารถสบตา (Eye Contact) และเห็นท่าทางของเพื่อนร่วมงานได้เป็นธรรมชาติกว่าการมองกรอบสี่เหลี่ยมแยกๆ กัน ทำไม Microsoft ถึงตัดสินใจบอกลา Together Mode? แม้จะเป็นฟีเจอร์ที่ดูสนุกและมีประโยชน์ในเชิงจิตวิทยาในช่วงที่ทุกคนต้อง Work from Home ใหม่ๆ แต่ Microsoft ให้เหตุผลในการยุติฟีเจอร์นี้ไว้ว่า: ✔︎ ลดความซับซ้อน (Simplify): การมีตัวเลือก Layout มากเกินไป (Gallery, Large Gallery, Together Mode) ทำให้ผู้ใช้สับสน การตัดออกจะช่วยให้เมนู View สะอาดตาและใช้งานง่ายขึ้น ✔︎ มุ่งเน้นประสิทธิภาพ (Performance): การประมวลผล Together Mode ใช้ทรัพยากรเครื่องสูง การตัดออกจะช่วยให้ทีมพัฒนาไปโฟกัสที่ความเสถียรและความลื่นไหลของวิดีโอปกติได้ดีกว่า ✔︎ Modern Gallery ตอบโจทย์ได้ครบแล้ว: ปัจจุบันระบบ Gallery View ถูกพัฒนาให้เก่งขึ้นมาก สามารถแสดงผลได้สูงสุด 49 คนพร้อมกัน และปรับขนาดภาพตามความเหมาะสมให้อัตโนมัติ ทำให้ Together Mode เริ่มหมดความจำเป็น สิ่งที่จะหายไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้ Scenes: ✖ ฉากจำลองต่างๆ (ห้องเรียน, ป่า, ห้องประชุม) ✖ Custom Scenes: ฉากที่องค์กรสร้างขึ้นเอง รวมถึงการกำหนดที่นั่ง (Seat Assignments) สิ่งที่มาทดแทน Microsoft แนะนำให้ใช้ Branded Backgrounds (พื้นหลังขององค์กร) และเอฟเฟกต์ Frosted Glass (กระจกฝ้า) เพื่อความเป็นมืออาชีพแทน รวมถึงใช้ฟีเจอร์ Pinning (ปักหมุด) หรือ Spotlighting เพื่อโฟกัสผู้พูด ซึ่งทำงานได้รวดเร็วและเสถียรกว่า จะเริ่มเปลี่ยนเมื่อไหร่? Microsoft จะเริ่มทยอยถอด Together Mode ออกจาก Microsoft 365 Insider ก่อน และจะขยายไปยังผู้ใช้ทั่วไปในลำดับถัดไป ถึงเวลาบอกลา "การนั่งเก้าอี้ทิพย์" ในห้องประชุมเสมือน แล้วกลับสู่ความเรียบง่ายที่เน้นการทำงานที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้นใน Microsoft Teams! ที่มา: Microsoft Tech Communit Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netway Facebook : m.me/netway.offcial Tel : 02-055-1095 Email : support@netway.co.th Web Chat : [[URL]]/
สำหรับการแจ้งเตือนในระบบ CertCentralสามารถช่วยให้ท่านติดตาม หรือได้รับการแจ้งเตือนในกรณีต่างๆ ได้ เช่น- สถานะ SSL/TLS certificate เมื่อถูกยกเลิกกระทันหัน (Certificate Revocation)- การแจ้งเตือนด้าน Promotion หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั่วไป- การแจ้งเตือนด้านการสั่งซื้อต่างๆ ในแง่มุมของการกระทำต่างๆ ในระบบ (Activity alert notification)- การแจ้งเตือนวันหมดอายุของ Certificate ใน CertCentral ของท่าน- การแจ้งเตือนการชำระเงิน- การแจ้งเตือนอื่นๆ เช่น ยอดเงินคงเหลือ, การดาวน์โหลด SSL certificate เมื่อมีการรับรองแล้ว, การแจ้งเตือนเรื่องการยืนยันองค์กรวิธีการเข้าไปยังการตั้งค่าดังกล่าว โดย1. เข้าไปยังระบบ CertCentral2. จากนั้นไปยังหัวข้อ Settings > Notificationอ้างอิงรูปตัวอย่างตามด้านล่างนี้หากหากใช้งานแล้วมีข้อสงสัยใดๆ เพิ่มเติม สามารถแจ้งรายละเอียดเข้ามาทาง support@netway.co.th เพื่อให้พนักงานช่วยแนะนำได้เลยนะครับNetway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.th
อัปเดต IT & Digital จากเน็ตเวย์ เพื่อธุรกิจที่เหนือกว่า ประจำเดือน พฤษภาคม 2569 โปรแรง! Microsoft365 ราคาเริ่มต้น 1,100 บาท ที่หลายธุรกิจ "จองตอนนี้" เพื่อคุมงบทั้งปีก่อนราคาปรับขึ้น 1 JUL (หมดเขต 31 MAY) อ่านต่อ ทางเลือก สำหรับองค์กร เมื่อ Office LTSC 2021, Project LTSC2021, Visio LTSC2021 กำลังจะ End of Support อ่านต่อ เพิ่ม Productivity ขั้นสุดด้วย Microsoft Copilot Agents รวมทุกแอปใน Flow เดียวลด "Context Switching" อ่านต่อ ปลดล็อกภาระงานไอที คืนเวลาให้ธุรกิจเติบโตด้วย Managed Server Service อ่านต่อ ไม่พลาดข้อความแจ้งเตือนพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage) ของ SharePoint Oneline เต็ม อ่านต่อ ใช้ Cloud Backup ให้คุ้มค่า ด้วยพลังของ OneDrive และ Microsoft 365) อ่านต่อ วิธีแก้ไขเมื่อเจอปัญหาการ Login บน Outlook (new) เข้าใช้งานไม่ได้ อ่านต่อ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือคำติชมใดๆ สามารถติดต่อ Netway Communication ได้ 24 ชม. Tel: 02 055 1095 Email: support@netway.co.th Web chat: [[URL]]/ Facebook Messenger: @netway.official หรือ https://www.facebook.com/netway.official Add Line ID: @netway, https://bit.ly/line-netway #Microsoft365 #Microsoft365Business #GoogleMeet #Google Workspace#Email #SSL #DigiCert #Excel
ขั้นตอนการสั่งซื้อ SSL/TLS Certificate บน CertCentralการสั่งซื้อ SSL/TLS Certificate บน CertCentral มีขั้นตอนหลักเหมือนกันทุกประเภท (OV / EV / Wildcard / Multi‑Domain)แต่อาจจะมีกระบวนการยืนยันตัวตนที่แตกต่างกันนิดหน่อย โดยสามารถสรุปเป็นลำดับดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: เตรียม Certificate Signing Request (CSR)ขั้นตอนแรก จะต้องสร้าง CSR จาก Web Server หรืออุปกรณ์ที่ต้องการติดตั้ง Certificate โดย CSR จะใช้เป็นข้อมูลหลักในขั้นตอนการสั่งซื้อท่านสามารถดูวิธีการ Generate CSR ได้จาก Link: https://ssl.in.th/tools/generate-csrหรืออ้างอิงได้จากคู่มือของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการจะติดตั้ง SSL/TLS Certificate โดยตรง ขั้นตอนที่ 2: การยืนยันความเป็นเจ้าขององค์กร (Organization Validation) เฉพาะผลิตภัณฑ์แบบ OV และ EV เท่านั้นก่อนกระบวนการสั่งซื้อ แนะนำให้ท่านดำเนินการยืนยันความเป็นเจ้าขององค์กรก่อน โดยมีขั้นตอน ดังนี้ในระบบ CertCentralไปยังเมนู Certificates > Organizationsจากนั้นใส่ข้อมูลขององค์กรให้ครบถ้วน พร้อมกับใส่ข้อมูล Organziation contact และ/หรือ เพิ่ม Technical contact ด้วยถัดมา เลือกผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ เช่น OV - Normal Organization Validationและกด Submit for Validationเมื่อดำเนินการทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ให้รอกระบวนการต่างๆหากขั้นตอนไม่เสร็จสิ้น หรือใช้เวลานานเกินไป สามารถติดต่อไปยังหน่วยงานที่ตรวจสอบองค์กรของ DigiCert ได้โดยเข้าไปที่ DigiCert Contactจากนั้น เลือก Chat > Validation Chatหากติดปัญหาในส่วนนี้ สามารถติดต่อทาง Netway เพื่อให้คำแนะนำ หรือช่วยเหลือเพิ่มเติมได้เลยนะคะ ขั้นตอนที่ 3: เลือก Certificate ที่ต้องการ และขั้นตอนดำเนินการสั่งซื้อเข้าสู่ระบบ CertCentral แล้วเลือกสั่งซื้อ TLS/SSL Certificate ที่ต้องการเลือกแบรนด์ SSL/TLS Certificate ที่ต้องการสั่งซื้อใส่ข้อมูล CSR ที่เตรียมไว้ตรวจสอบ Common Name ที่ต้องการ และหากต้องการชื่อทั้ง www และไม่มี www ให้เลือกหัวข้อ "Include both your-domain and www.your-domain in the certificate" ด้วยเลือกระยะเวลาที่ต้องการ (ปกติแล้ว ระยะสัญญาจะเป็นแบบ 1 ปี)เลือกวิธีการยืนยันความเป็นเจ้าของ Domain (Domain Control Validation: DCV)เลือกตัวเลือกอื่นๆ หากต้องการเพิ่มเติมจากนั้นกด Submit requestNetway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.th