Upgrade OS In-Place cPanel ELevate cPanel ELevate: เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการอัปเกรดระบบปฏิบัติการ (OS) แบบ In-Place สำหรับเซิร์ฟเวอร์ RHEL และ Ubuntu แบบอัตโนมัติ โดยที่ยังคงรักษาการตั้งค่าการใช้งาน บัญชีผู้ใช้ และบริการต่างๆ เอาไว้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำการติดตั้ง ระบบปฏิบัติการ (OS) ใหม่ แล้วทำการย้ายข้อมูล (Migration) อีก รวมทั้งยังช่วยลดเวลา Downtime ทำไมต้อง Upgrade OS เนื่องจาก ระบบปฏิบัติการ (OS) อย่างเช่น CentOS7 ได้มีการ EOL ไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถ อัพเดท แพท เพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ (OS) ต่างๆได้ ซึ่งทำให้เครื่อง server ที่ทำการใช้งาน เกิดความเสี่ยงที่จะถูกผู้ไม่หวังดีโจมตีได้ จึงจำเป็นต้องทำการอัพเกรด ระบบปฏิบัติการ เพื่อความปลอดภัย ของ server ที่ใช้งาน cPanel ELevate รองรับการอัปเกรดในระบบปฏิบัติการ (OS) อะไรบ้าง cPanel ELevate: รองรับารอัปเกรดในระบบปฏิบัติการยอดนิยมหลายรายการ ดังต่อไปนี้CentOS 7 ไปเป็น AlmaLinux 8 หรือ Rocky Linux 8 CloudLinux 7 ไปเป็น CloudLinux 8CloudLinux 8 ไปเป็น CloudLinux 9AlmaLinux 8 ไปเป็น AlmaLinux 9Ubuntu 20 ไปเป็น Ubuntu 22 ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเริ่มอัปเกรดระบบปฏิบัติการ (OS) ก่อนที่จะเริ่มรันสคริปต์ ELevate ควรดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อให้แน่ใจว่าการอัปเกรดจะเป็นไปอย่างราบรื่น:สำรองข้อมูลเต็มรูปแบบ (Full Backup): ทำการ Backups ข้อมูลใน cPanel ทั้งหมด รวมถึงทำ Snapshot ของระบบเซิร์ฟเวอร์เอาไว้ก่อน อัปเดต cPanel ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด: ตรวจสอบว่า cPanel ของคุณอยู่ในเวอร์ชันที่รองรับ (เช่น LTS, STABLE, RELEASE, CURRENT หรือ EDGE) ตรวจสอบ (Pre-checks): ตัวสคริปต์จะทำการตรวจสอบความเข้ากันได้ของระบบก่อนเริ่มทำงาน เช่น เวอร์ชันของ EasyApache 4 PHP, ความเข้ากันได้ของ MySQL/MariaDB และ JetBackup เป็นต้นDisk space requirements / : 5 GB free /boot : 120 MB /var/lib : 5 GB /usr/local/cpanel : 1.5 GBAccess requirements ทางเราขอแนะนำว่าก่อนจะทำการอัพเกรดระบบปฏิบัติการ (OS) ควรที่จะมีช่องทางในการเข้าถึง server ตามวิธีด้านล่างนี้ไว้เพราะขั้นตอนในการอัพเกรด จะมีการ reboot เครื่อง server เราจึงควรที่จะมีช่องทางในการเข้าถึงเครื่องไว้หลายๆทางRoot SSH access IPMI or virtual console access Direct console access via hosting provider วิธีการเริ่มใช้งานสคริปต์ cPanel ELevate คุณสามารถดาวน์โหลดและรันคำสั่งผ่าน Command Line (CLI) ได้ดังนี้:wget -O /scripts/elevate-cpanel \ https://raw.githubusercontent.com/cpanel/elevate/release/elevate-cpanel ;chmod 700 /scripts/elevate-cpanelCopy Codeทำการ run command ทดสอบก่อน อัพเกรด/scripts/elevate-cpanel --check Copy Code เมื่อตรวจสอบ แล้วไม่มี error ก็ให้ดำเนินการอัปเกรด ด้วย command /scripts/elevate-cpanel --start Copy Code Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
Google ประกาศขยายขีดความสามารถของ Gemini ใน Google Chat ครั้งสำคัญ โดยเพิ่มการรองรับภาษาใหม่ๆ ในฟีเจอร์ "Refine" (เกลาข้อความ) เพื่อช่วยให้การสื่อสารในที่ทำงานมีความเป็นมืออาชีพและชัดเจนมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้งานทั่วโลก มีอะไรใหม่? จากเดิมที่รองรับเฉพาะภาษาอังกฤษ ล่าสุด Gemini ใน Google Chat สามารถช่วยคุณปรับแต่งร่างข้อความ (Draft) ได้ในภาษาอื่นๆ เพิ่มเติม ได้แก่: ❤ ภาษาฝรั่งเศส (French) ❤ ภาษาเยอรมัน (German) ❤ ภาษาอิตาลี (Italian) ❤ ภาษาญี่ปุ่น (Japanese) ❤ ภาษาเกาหลี (Korean) ❤ ภาษาโปรตุเกส (Portuguese) ❤ ภาษาสเปน (Spanish) ฟีเจอร์นี้ช่วยอะไรได้บ้าง? ฟีเจอร์ "Refine" จะใช้พลังของ AI อย่าง Gemini เข้ามาช่วยตรวจสอบและปรับปรุงข้อความของคุณในด้านต่างๆ เช่น: ⬢ ปรับแก้ไวยากรณ์และการสะกดคำ: ให้ถูกต้องแม่นยำ ⬢ ปรับโทนเสียงของข้อความ: ช่วยเปลี่ยนข้อความร่างแบบกันเองให้ดูเป็นทางการหรือมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ⬢ เพิ่มความชัดเจน: ปรับเปลี่ยนรูปประโยคให้สื่อความหมายได้ตรงประเด็น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับทีมที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่ใช้หลายภาษา (Multilingual) หรือผู้ที่ต้องสื่อสารด้วยภาษาที่สอง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อความที่ส่งออกไปนั้นสื่อสารได้อย่างมั่นใจและถูกต้องตามเจตนา วิธีใช้งาน สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ได้รับสิทธิ์การเข้าถึงฟีเจอร์นี้: ขณะพิมพ์ข้อความใน Google Chat ให้กดที่ไอคอน "Refine" ในแถบเครื่องมือปรับแต่ง (Formatting toolbar) หรือทำการไฮไลต์ (Highlight) ข้อความบางส่วนที่ต้องการ แล้วเลือกตัวเลือกเพื่อเกลาข้อความได้ทันที การเริ่มเปิดใช้งาน (Rollout) ❯ Rapid Release domains: เริ่มทยอยปล่อยให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2026 (ใช้เวลาประมาณ 15 วันในการกระจายฟีเจอร์ให้ครบ) ❯ Scheduled Release domains: เริ่มทยอยปล่อยตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป แพ็กเกจที่รองรับ ฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้งานสำหรับลูกค้า Google Workspace ในกลุ่มต่อไปนี้: Business: Standard, Plus Enterprise: Standard, Plus Education Add-ons: Gemini Education / Education Premium Frontline: Plus Consumer: ผู้ที่สมัครบริการ Google One AI Premium ที่มา: Google Workspace Updates Blog Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
ในองค์กรที่ใช้ Microsoft Teams เป็นศูนย์กลางการในทำงาน การจัดการสมาชิกในแต่ละ Team หรือ Group ถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องตรวจสอบสิทธิ์, Audit, หรือทำรายงานให้ผู้บริหาร เงื่อนไข จะต้องใช้งาน User ที่เป็น Teams Administrator / Teams Administrator / User Administrator ในการดำเนินการ วิธีการ Export 1. Microsoft 365 Admin Center 2. ไปที่เมนู Teams & Groups 3. Active teams & groups 4. ไปที่ 3 จุดตามภาพ เลือกทีมที่ต้องการและกด Export group members 5.ข้อมูลที่ Export ออกมาจะเป็นไฟล์ Excel ซึ่งสามารถปรับและแก้ไขได้ตามเหมาะสมในภายหลัง Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
Microsoft กำลังปรับโฉมการใช้งาน Copilot ในแอปหลักอย่าง Word, Excel และ PowerPoint ให้กลายเป็น "คู่คิด" (Thought Partner) ที่เข้าถึงได้ทุกเมื่อ โดยเน้นการลดอุปสรรคในการเริ่มต้นใช้งาน และการออกแบบที่คำนึงถึงความหลากหลายของผู้ใช้ (Inclusive Design) 1. จุดเข้าใช้งาน (Entry Points) ที่ชัดเจนและยืดหยุ่น เพื่อให้ผู้ใช้ไม่ต้องควานหาปุ่มสั่งการ Microsoft ได้ยุบรวมจุดเข้าใช้งานเหลือเพียง 2 จุดหลัก: ◉ ไอคอน Copilot ที่มุมขวาล่าง: จะปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษหรือชีทงานเสมอ หากใครรู้สึกว่าเกะกะสายตา สามารถคลิกขวาเพื่อ "Dock" (ตรึง) ให้ไปอยู่ด้านข้าง หรือลากเพื่อย่อขนาดได้ ◉ Contextual Entry Point: เมื่อเราไฮไลต์ข้อความหรือเลือกเนื้อหาในหน้าจอ Copilot จะแสดงตัวเลือกแนะนำขึ้นมาทันทีในจุดนั้น เพื่อช่วยจัดการกับเนื้อหาที่เลือกโดยเฉพาะ 2. Smart Suggestions: คำแนะนำอัจฉริยะตามบริบท ปัญหาใหญ่ของ AI คือผู้ใช้ "ไม่รู้จะพิมพ์สั่งอะไร" Microsoft จึงเพิ่มระบบแนะนำคำสั่ง (Curated Suggestions) ที่จะเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เรากำลังทำ: ❀ Drafting: แนะนำไอเดียในการเริ่มเขียน ❀ Refining: เมื่อมีเนื้อหาแล้ว จะแนะนำวิธีปรับปรุงสำนวนหรือรูปแบบ ❀ Validating: ตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งต่อหรือแชร์งาน ยิ่งเราเลือกเนื้อหาเฉพาะเจาะจงเท่าไหร่ (เช่น เลือกเฉพาะประโยคเทียบกับเลือกทั้งหน้า) คำแนะนำก็จะยิ่งแม่นยำและตรงประเด็นมากขึ้น 3. Keyboard-First Design: ออกแบบมาเพื่อคนใช้คีย์บอร์ด การอัปเดตนี้ให้ความสำคัญมากกับผู้ที่ถนัดใช้คีย์บอร์ดและผู้ที่ใช้งาน Screen Reader โดยมีการเพิ่มทางลัดใหม่ที่จดจำง่าย: ⌨ Windows: กด Alt + C เพื่อเปิด Copilot (หากเปิดอยู่แล้ว จะเป็นการโฟกัสที่ช่องแชททันที) ⌨ Mac: กด Cmd + Control + I ⌨ ทุกแพลตฟอร์ม: กด F6 เพื่อเลื่อนโฟกัสไปยังปุ่ม Copilot บนหน้าจอ ⌨ ใช้ ลูกศรขึ้น-ลง (Up/Down Arrows) เพื่อเลือกดูคำแนะนำต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้เมาส์ 4. กำหนดการเปิดใช้งาน ฟีเจอร์เหล่านี้กำลังทยอยอัปเดตให้กับผู้ใช้ Word, Excel และ PowerPoint ทั้งบน Windows และ Mac โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานทั่วไป (General Availability) ภายใน ช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 เป็นต้นไป แม้การอัปเดตนี้จะเน้นความสะดวก แต่จากกระแสตอบรับใน Community พบว่ามีผู้ใช้บางส่วนกังวลเรื่องไอคอนที่ลอยทับเนื้อหางาน (Overlay) ซึ่ง Microsoft ก็ได้รับทราบและแนะนำให้ใช้ฟีเจอร์ "Dock" เพื่อลดการบดบังพื้นที่ทำงาน ที่มา: Microsoft 365 Insider Blog Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
หากใครเป็นสายประชุมออนไลน์ผ่าน Microsoft Teams คงจะคุ้นเคยกับฟีเจอร์ที่ดูแปลกตาอย่าง "Together Mode" แต่อีกไม่นานฟีเจอร์นี้กำลังจะกลายเป็นตำนาน เพราะ Microsoft ได้ประกาศเตรียมปรับปรุงรูปแบบ Layout ใหม่ทั้งหมด เพื่อเน้นความเรียบง่ายและตอบโจทย์การทำงานจริงมากขึ้น ทำความรู้จัก: Together Mode คืออะไร? สำหรับคนที่อาจจะไม่เคยใช้ Together Mode คือโหมดการแสดงผลใน Microsoft Teams ที่ใช้เทคโนโลยี AI (AI Segmentation) มาตัดภาพตัวบุคคลออกจากฉากหลังของตัวเอง แล้วนำไปวางเรียงกันใน "ฉากจำลองเดียวกัน" ➤ เปลี่ยนห้องนั่งเล่นเป็นห้องประชุม: แทนที่คุณจะเห็นหน้าเพื่อนร่วมงานเป็นกรอบสี่เหลี่ยมแยกกัน AI จะนำภาพทุกคนไปนั่งอยู่บนเก้าอี้เสมือนจริง เช่น ในห้องเลคเชอร์, ร้านกาแฟ, หรือห้องประชุมสุดหรู ➤ สร้างความรู้สึกว่า "อยู่ด้วยกันจริง": จุดประสงค์หลักคือการลดอาการ "Video Fatigue" หรือความเหนื่อยล้าจากการประชุมออนไลน์ โดยทำให้เรารู้สึกเหมือนนั่งอยู่ห้องเดียวกัน สามารถสบตา (Eye Contact) และเห็นท่าทางของเพื่อนร่วมงานได้เป็นธรรมชาติกว่าการมองกรอบสี่เหลี่ยมแยกๆ กัน ทำไม Microsoft ถึงตัดสินใจบอกลา Together Mode? แม้จะเป็นฟีเจอร์ที่ดูสนุกและมีประโยชน์ในเชิงจิตวิทยาในช่วงที่ทุกคนต้อง Work from Home ใหม่ๆ แต่ Microsoft ให้เหตุผลในการยุติฟีเจอร์นี้ไว้ว่า: ✔︎ ลดความซับซ้อน (Simplify): การมีตัวเลือก Layout มากเกินไป (Gallery, Large Gallery, Together Mode) ทำให้ผู้ใช้สับสน การตัดออกจะช่วยให้เมนู View สะอาดตาและใช้งานง่ายขึ้น ✔︎ มุ่งเน้นประสิทธิภาพ (Performance): การประมวลผล Together Mode ใช้ทรัพยากรเครื่องสูง การตัดออกจะช่วยให้ทีมพัฒนาไปโฟกัสที่ความเสถียรและความลื่นไหลของวิดีโอปกติได้ดีกว่า ✔︎ Modern Gallery ตอบโจทย์ได้ครบแล้ว: ปัจจุบันระบบ Gallery View ถูกพัฒนาให้เก่งขึ้นมาก สามารถแสดงผลได้สูงสุด 49 คนพร้อมกัน และปรับขนาดภาพตามความเหมาะสมให้อัตโนมัติ ทำให้ Together Mode เริ่มหมดความจำเป็น สิ่งที่จะหายไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้ Scenes: ✖ ฉากจำลองต่างๆ (ห้องเรียน, ป่า, ห้องประชุม) ✖ Custom Scenes: ฉากที่องค์กรสร้างขึ้นเอง รวมถึงการกำหนดที่นั่ง (Seat Assignments) สิ่งที่มาทดแทน Microsoft แนะนำให้ใช้ Branded Backgrounds (พื้นหลังขององค์กร) และเอฟเฟกต์ Frosted Glass (กระจกฝ้า) เพื่อความเป็นมืออาชีพแทน รวมถึงใช้ฟีเจอร์ Pinning (ปักหมุด) หรือ Spotlighting เพื่อโฟกัสผู้พูด ซึ่งทำงานได้รวดเร็วและเสถียรกว่า จะเริ่มเปลี่ยนเมื่อไหร่? Microsoft จะเริ่มทยอยถอด Together Mode ออกจาก Microsoft 365 Insider ก่อน และจะขยายไปยังผู้ใช้ทั่วไปในลำดับถัดไป ถึงเวลาบอกลา "การนั่งเก้าอี้ทิพย์" ในห้องประชุมเสมือน แล้วกลับสู่ความเรียบง่ายที่เน้นการทำงานที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้นใน Microsoft Teams! ที่มา: Microsoft Tech Communit Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netway Facebook : m.me/netway.offcial Tel : 02-055-1095 Email : support@netway.co.th Web Chat : [[URL]]/