การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) คืออะไร วิธีปกป้องกันข้อมูลพื้นฐานที่มักถูกมองข้ามแต่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดวิธีหนึ่ง คือการตรวจสอบสิทธิ์หลายปัจจัย (Multi Factor Authentication: MFA) ระดับความปลอดภัยแบบนี้ทำให้แฮกเกอร์เข้าถึงข้อมูลได้ยากขึ้น แม้ว่าจะมีรหัสผ่านอยู่แล้วก็ตาม การตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัยคืออะไร การพิสูจน์ตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi Factor Authentication: MFA) เป็นกระบวนการรักษาความปลอดภัยที่ผู้ใช้ต้องระบุปัจจัยที่แตกต่างกันสองปัจจัยขึ้นไป เมื่อเข้าสู่ระบบบัญชีแอคเคาท์ วิธีการเข้าถึงข้อมูลแบบหลายชั้นนี้ ทำให้เข้าถึงข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาตได้ยากขึ้น แทนที่จะเข้าถึงแค่ปัจจัยเดียว เช่น รหัสผ่าน MFA ต้องใช้หลักฐานหลายประเภทเพื่อพิสูจน์ตัวตน ซึ่งทำให้เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยได้ดีกว่า เพื่อให้เข้าใจกระบวนการของ MFA ได้แบ่งเป็น 3 ส่วนดังนี้: สิ่งที่คุณรู้ MFA คือรูปแบบการพิสูจน์ตัวตนแบบดั้งเดิมและนิยมใช้กันมากที่สุด (knowledge-based authentication) โดยปกติจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ใช้เท่านั้นที่ทราบ เช่น รหัสผ่าน Password หรือ PIN ที่เป็นแนวป้องกันด่านแรกและมักถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนที่สุดของระบบรักษาความปลอดภัย แม้ว่ารหัสผ่านจะแข็งแรงและยาก แต่ก็เสี่ยงต่อการโจมตี เช่น การขู่หลอกลวงทางโซเชียล, การฟิชชิ่งผ่านระบบออนไลน์ ตัวอย่าง: รหัสผ่านบัญชีหรือหมายเลข PIN แม้ว่าจะสะดวกสบาย แต่ปัจจัยนี้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะรับประกันความปลอดภัยได้ เนื่องจากรหัสผ่านอาจถูกขโมย เดา หรือแฮ็กได้ง่าย ถ้าหากเราตั้งค่าง่ายเกินไป สิ่งที่คุณมีอยู่ MFA คือการครอบครองซึ่งเกี่ยวข้องกับสิ่งของทางกายภาพที่ผู้ใช้ต้องเข้าถึงเพื่อพิสูจน์ตัวตน ถึงแม้ว่าใครบางคนจะรู้รหัสผ่านของคุณ พวกเขาจะไม่สามารถเข้าถึงชั้นที่สองนี้ได้ ปัจจัยนี้โดยทั่วไปจะเป็นสิ่งที่ติดตัวหรือเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ตัวอย่าง: โทรศัพท์มือถือที่สามารถรับรหัสยืนยันทาง SMS (เรียกอีกอย่างว่ารหัสผ่านแบบครั้งเดียว one-time passcodes) โทเค็นความปลอดภัย (security token) หรือสมาร์ทการ์ดที่สร้างรหัสเฉพาะทุก 2-3 วินาที แอปการตรวจสอบสิทธิ์ เช่น Google Authenticator หรือ Microsoft Authenticator ที่สร้างรหัสตามเวลาที่เปลี่ยนแปลงทุก 30 วินาที วิธีการเหล่านี้จะทำให้ผู้โจมตีเข้าถึงได้ยากยิ่งขึ้น เว้นแต่พวกเขาจะขโมยอุปกรณ์หรือเจาะระบบของคุณได้โดยตรง สิ่งที่คุณเป็นอยู่ สิ่งที่คุณเป็น คือการพิสูจน์ตัวตนโดยใช้ข้อมูลชีวภาพซึ่งอาศัยลักษณะทางกายภาพหรือพฤติกรรม ปัจจัยทางชีวภาพมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวบุคคล ทำให้ยากต่อการเลียนแบบหรือปลอมแปลง ตัวอย่าง: การจดจำลายนิ้วมือ (มักพบในสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป) การจดจำใบหน้า (ใช้ในโปรแกรม เช่น Face ID ของ Apple) การจดจำเสียง (มักใช้ในระบบโทรศัพท์หรือผู้ช่วย เช่น Siri หรือ Alexa) การสแกนเรตินาหรือม่านตา (ใช้ในระบบความปลอดภัยสูง) ปัจจัยนี้ช่วยให้แน่ใจว่าบุคคลที่พยายามเข้าถึงระบบเป็นบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นบุคคลนั้นจริงๆ แม้ว่าผู้โจมตีจะมีรหัสผ่านและสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ของคุณได้แต่ยังติดเรื่องการปลอมแปลงลักษณะทางชีวเฉพาะตัวอยู่อีกชั้นหนึ่ง ประเมินโครงสร้างพื้นฐานความปลอดภัย ก่อนที่จะเริ่มนำ MFA มาใช้ สิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าใจถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เป็นปัจจุบัน ดำเนินการตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยที่มีอยู่ของคุณอย่างละเอียด และระบุว่าบัญชี แอปพลิเคชัน และระบบใดที่จำเป็นต้องใช้ MFA มากที่สุด จัดลำดับความสำคัญให้กับพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวที่สุดในธุรกิจ รวมถึง: บัญชีอีเมล (ที่มักส่งการสื่อสารและรหัสผ่านที่ละเอียดอ่อน) บริการระบบคลาวด์ (เช่น Google Workspace, Microsoft 365 เป็นต้น) บัญชีธนาคารและการเงิน (เสี่ยงต่อการฉ้อโกงและการโจรกรรม) ฐานข้อมูลลูกค้า (เพื่อปกป้องข้อมูลลูกค้า) ระบบรีโมทข้อมูลจากระยะไกล (สำหรับพนักงานที่ทำงานนอกสถานที่ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างปลอดภัย) การเริ่มต้นด้วยระบบที่สำคัญที่สุด จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่า คุณได้จัดการกับความเสี่ยงที่สูงที่สุดก่อนแล้ว และสร้างรากฐานที่แข็งแรงสำหรับความปลอดภัยในอนาคต เลือกโซลูชัน MFA ที่เหมาะสม มีโซลูชัน MFA มากมายให้เลือก โดยแต่ละโซลูชันมีคุณลักษณะ ข้อดี และราคาที่แตกต่างกัน การเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับธุรกิจ ขึ้นอยู่กับขนาด ความต้องการ และงบประมาณของธุรกิจ เช่น: ตัวตรวจสอบสิทธิ์ของ Google แอปฟรีที่ใช้งานง่าย ขั้นตอนที่ 1: ตั้งค่า MFA สำหรับแอปพลิเคชันหลัก ให้ความสำคัญกับแอปพลิเคชันที่จัดเก็บหรือเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น แพลตฟอร์มอีเมล พื้นที่จัดเก็บไฟล์ (Google Drive, OneDrive) และระบบการจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) ขั้นตอนที่ 2: เปิดใช้งาน MFA สำหรับทีม กำหนดให้ MFA เป็นข้อบังคับสำหรับพนักงานทุกคน เพื่อให้แน่ใจว่ามีการใช้กับทุกบัญชี สำหรับพนักงานที่ทำงานนอกสถานที่และจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลแบบปลอดภัย เช่น VPN ที่มี MFA เพื่อการปกป้องเพิ่มเติมอีกชั้น ขั้นตอนที่ 3: ให้การฝึกอบรมและการสนับสนุน พนักงานบางคนอาจไม่คุ้นเคยกับ MFA องค์กรต้องให้คำแนะนำและการฝึกอบรมที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการตั้งค่าและใช้งาน จัดเตรียมแหล่งข้อมูลสำหรับซัพพอร์ตที่เข้าถึงได้ง่าย มีคู่มือรองรับปัญหาหรือคำถามใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี อ้างอิง: The Technology Press Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
Netway Combo - June 2025 อัพเดตข่าวสารโปรโมชั่นจากเน็ตเวย์ฯ และบทความ Microsoft Teams อัพเดทใหม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ซื้อ Microsoft 365 Copilot ได้แล้ววันนี้ อ่านต่อ Chat และ Channels ใน Microsoft Teams มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง อ่านต่อ การกำหนดสิทธิ์การประชุมใน Microsoft Teams meetings อ่านต่อ การล็อกการเข้าร่วมการประชุม ใน Microsoft Teams meetingsอ่านต่อ ไฟล์ที่ถูกลบไปอยู่ที่ไหนอ่านต่อ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือคำติชมใดๆ สามารถติดต่อ Netway Communication ได้ 24 ชม. Tel: 02 055 1095 Email: support@netway.co.th Web chat: [[URL]]/ Facebook Messenger: @netway.official หรือ https://www.facebook.com/netway.official Add Line ID: @netway, https://bit.ly/line-netway #Microsoft365 #MicrosoftTeams #Microsoft 365 Copilot #Cloud
Microsoft Teams อัพเดทมีอะไรใหม่และเปลี่ยนแปลงไปบ้าง? ในเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา Microsoft Teams มีการอัพเดทความเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ของ Chat และ Channels พร้อมให้ผู้ใช้ Teams ได้ใช้งานแล้ว ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาปรับเปลี่ยนเพิ่มความเร็วในการทำงานโดยทำให้การติดตามข้อความ (Message) หรือปริมาณการสนทนาที่มีจำนวนมากนั้นได้รับการจัดการข้อความที่ดีขึ้นและค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น มีการปรับช่องทาง Chat และ Channel อยู่ในช่องทางใหม่เพื่อลดความยุ่งยากให้กับพื้นที่ทำงานบนหน้าจอโดยนำ Chats, Teams, and Channels รวมอยู่ภายใต้ไอคอน Chat ซึ่งทำให้เข้าถึง คัดแยก และจัดระเบียบการสนทนาได้ง่ายขึ้น โดยสามารถดูหน้ารูปแบบใหม่ (New Interface) ได้ดังนี้ ที่มา: Microsoft Teams Blog: The new chat and channels experience การคัดแยก จัดเรียง จัดกลุ่ม ข้อความที่ได้รับ การอัพเดทรูปแบบการใช้งาน Teams ในส่วนนี้ เพิ่มประสิทธิภาพการรับ-ส่ง ให้ใช้งานง่ายและรวดเร็วขึ้น ซึ่งจะพร้อมให้ผู้ใช้ Teams ในเชิงพาณิชย์ใช้งานได้แล้ว และจะเปิดตัวให้ลูกค้าคลาวด์อื่นๆ ใช้งานในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ Mentions view:มุมมองการเน้นคู่สนทนาที่ @ Mentions กรณียังไม่ได้อ่านจะแสดงสัญลักษณ์ @ ท้ายชื่อหรือกลุ่มผู้ส่งถึงเรา และจะเน้นสีแดงที่ชื่อผู้ใช้ View all unread messages:ดูข้อความที่ยังไม่ได้อ่านทั้งหมด ซึ่งแสดงชื่อบุคคลหรือกลุ่มตัวหนาสีดำ และสามารถเลือกเฉพาะกลุ่มที่แสดงได้ เช่น กดปุ่มด้านบนเพื่อกรองตามกลุ่มที่ต้องการ แสดงข้อความที่ยังไม่ได้อ่านทั้งหมด เลือก Unread เลือกเฉพาะ Unread กับ Channels เลือกเฉพาะ Unread กับ Chats เลือกเฉพาะ Unread กับ Meeting chats View channels as a list, instead of grouped by team: สามารถเลือกดูให้แสดงได้อย่างไรโดยจะแสดงตามกลุ่ม Teams and channels หรือ แสดงกลุ่มแชลแนลอย่างเดืยว (Channels only) เช่น เมื่อคลิกแถบกลุ่ม Teams and channels : ที่ไอคอนรูป 3 จุด (More options) จะมี 2 ตัวเลือกดังกล่าว Channels only: เมื่อเลือกแสดงแชลแนลอย่างเดียว (Channels only) ในแต่ละทีมตามลำดับตัวอักษร สามารถเลือกการจัดเรียง (Sort) ได้ 3 แบบ คือ Most recent, Unread only, A-Z เรียงตามข้อความที่ได้รับล่าสุดขึ้นก่อน (Most recent) เรียงตามช่องที่ยังไม่ได้อ่านล่าสุดอย่างเดียว (Unread only) เรียงลำดับตัวเลขและตามตัวอักษร (A-Z) Stay on top of new messages:เพื่อแสดงมุมมองแชทข้อความใหม่ล่าสุดเรียงอยู่ด้านบนสุด โดยไปที่แถบกลุ่ม Chats มีตัวเลือกที่ไอคอนรูป 3 จุด (More options) มีให้เลือกแสดงข้อความใหม่ล่าสุด (Most recent) หรือจะเลือกแสดงข้อความที่ยังไม่ได้อ่านอย่างเดียว (Unread only) จัดเรียงรูปแบบเมนู Chat และ เมนู Channels ใหม่ (Organize your chat and channels list) Section: ในปุ่ม New items สามารถสร้าง New section ขึ้นใหม่และตั้งชื่อให้ตรงตามการใช้งานตามกลุ่มได้ รวมถึงการจัดเรียงย้ายขึ้น-ลงได้ตามความเหมาะสม จัดระเบียบพี้นที่ (Keep your digital workspace tidy):การจัดการหัวข้อโปรเจ็กหรือ Section ที่เราไม่ได้ใช้งานด้วยการลบออกจากรายการในส่วนนี้ได้ (Remove section) Keep your Chat app and Teams app separated:หากต้องการแยกไอคอน Chat และไอคอน Teams ออกจากกันได้แบบเวอร์ชันดั้งเดิม ให้ไปที่ ไปที่ ไอคอนรูป 3 จุด (More list options) เลือก Customize view Get a comprehensive overview of your conversations: ย่อและขยายหัวข้อกลุ่มแชทและเลือกการเปิดอ่านข้อความที่เฉพาะเจาะจง ด้วยตัวเลือก Collapse all sections การเข้าถึงข้อมูลที่เร็วขึ้น (Navigate quickly) การค้นหาบทสนทนาที่ต้องการอาจใช้เวลานาน เนื่องจากเราต้องเลื่อนดู chats และ channels ยาวลงมา โดยรูปแบบแอปที่ปรับปรุงใหม่นี้ช่วยให้การเลือกดูหัวข้อได้ง่ายขึ้น Access your channels quickly: เข้าถึง Channels ได้อย่างรวดเร็ว Go-To:ใช้แถบค้นหาเพื่อข้ามไปที่แชทหรือเข้าถึงตำแหน่งช่องการสนทนา (Type a message) ได้โดยตรง ด้วยแป้นพิมพ์ลัด Ctrl+G (Cmd+G บน Mac) New message: การส่งข้อความที่ปรับปรุงใหม่ ช่วยให้ส่งข้อความใหม่ไปยังแชทหรือช่องต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วด้วยคีย์ลัด โดยใช้ Ctrl+N บน Windows หรือ CMD+N บน Mac เพื่อเริ่มเขียนข้อความ ค้นหาบุคคล, แชท, อีเมล รวมถึงกลุ่ม channels ต่างๆ จากที่เดียวกันได้ สำหรับผู้ที่สนใจ Microsoft Teams หากสนใจผลิตภัณฑ์ Microsoft Teams กับ Netway Communication สามารถอ่านรายละเอียดราคา ได้ที่ Microsoft Teams Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/ อ้างอิง: techcommunity.microsoft.com
การกำหนดสิทธิ์การประชุมใน Microsoft Teams meeting (Roles in Microsoft Teams meetings) การสร้าง Teams meetings โดยค่าเริ่มต้นนั้นผู้สร้างก็คือสิทธิ์ Organizer ซึ่งเป็นผู้จัดการหลักและผู้ที่ถูกเชิญจะเป็นสิทธิ์ Attendees ซึ่งเราสามารถแก้ไขสิทธิ์ของสมาชิกหลังจากส่ง Invite meeting ไปแล้ว และแก้ไขก่อนที่จะประชุมได้ การกำหนดสิทธิ์ (Roles) สมาชิกการประชุมที่แตกต่างกันใน Teams meeting เพื่อให้บุคคลต่างๆ ได้รับสิทธิ์เฉพาะเจาะจง แบ่งเป็น 3 สิทธิ์ คือ: Co-organizer, Presenter, and Attendee โดยผู้ร่วมจัดงาน (Co-organizers) และผู้นำเสนอ (Presenters) จะแบ่งปันสิทธิ์ในการดำเนินงานตามกิจกรรมมากขึ้น ส่วนสมาชิกผู้เข้าร่วม (Attendee) จะได้รับการควบคุมหรือเป็นเพียงผู้รับฟัง โต้ตอบ รับการเข้าถึงต่างๆ ตามสิทธิ์เท่านั้น ตารางแยกสิทธิ์และบทบาทการควบคุมระหว่างใช้งาน Microsoft Teams meeting * สิทธิ์
การล็อกการเข้าร่วมการประชุมใน Microsoft Teams (Lock a meeting in Microsoft Teams) ในการประชุมผ่าน Teams เมื่อการประชุมเริ่มขึ้นแล้ว เพื่อความตรงต่อเวลาและเป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้จัดประชุมและผู้ร่วมจัดประชุมสามารถเลือกล็อกการประชุมของตนได้เพื่อป้องกันการพยายามเข้าร่วมในภายหลัง ผู้ที่พยายามเข้าร่วมการประชุมที่ถูกล็อกจากอุปกรณ์ใดก็ตาม จะได้รับแจ้งว่าการประชุมถูกล็อก เมื่อมีการล็อกการประชุมแล้ว ไม่มีใครจะสามารถเข้าร่วมได้ แต่ผู้ได้รับเชิญยังสามารถเข้าถึงการแชทการประชุม การบันทึก และข้อมูลการประชุมอื่นๆ ได้ (แอปเวอร์ชั่น Desktop) การล็อกการประชุม (Lock the meeting) หลังจากเข้าร่วมการประชุมแล้ว ให้เลือก People ในหน้าต่าง Participants เลือก More actions -> Lock the meeting -> Lock การปลดล็อกการประชุม (Unlock the meeting) เลือก People ปุ่มบุคคลหรือแสดงผู้เข้าร่วม ในหน้าต่าง Participants เลือก More actions -> Unlock the meeting -> Unlock เมื่อการประชุมถูกล็อก จะไม่สามารถเชิญผู้เข้าร่วมเพิ่มใหม่ได้ แต่ผู้ได้รับเชิญอยู่ก่อนหน้านั้นยังคงสามารถเข้าถึงการแชทการประชุม การบันทึก และข้อมูลการประชุมอื่นๆ ได้ หมายเหตุ: หลังจากผู้เข้าร่วมออกจากการประชุมแล้ว จะไม่สามารถเข้าร่วมได้อีกจนกว่าการประชุมจะปลดล็อก สำหรับผู้ที่สนใจ Microsoft Teams หากสนใจผลิตภัณฑ์ Microsoft Teams กับ Netway Communication สามารถอ่านรายละเอียด ราคา ได้ที่ Microsoft Teams Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/ อ้างอิง: support.microsoft.com