Gain insights from the 2022 Environmental Sustainability Report In this annual sustainability report, learn how Microsoft is working toward its 2030 sustainability commitments by not only focusing on its own environmental impact but also supporting the sustainability journeys of our customers and global communities.See how you can move from pledges to progress with technology that helps organizations meet sustainability commitments—and a partner that prioritizes the planet and its people. Gain insights that can help you drive your organization’s journey, including:· Detailed goals.· Progress to date.· Stories of impact.· Key lessons learned.Get the report
บริษัท เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น จำกัดไม่หยุดรุกเดินหน้าให้บริการ ใบรับรองความปลอดภัยอีเล็กทรอนิกส์ (SSL Certificate) และบริการด้านความปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์มาตรฐานสากล เพื่อความปลอดภัยและน่าเชื่อถือให้องค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก เป็นผลให้ดิจิเซอร์ (DigiCert Inc.) เล็งเห็นความสำคัญ และมอบใบประกาศ DigiCert Platinum Partner ประจำปี 2023 ส่งผลดีต่อลูกค้าของเน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่นที่จะได้รับบริการระดับโลก ผ่านเจ้าหน้าที่คนไทย ตลอด 24 ชม กรุงเทพมหานคร, พฤษภาคม พ.ศ. 2566 — บริษัท เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ผู้ให้บริการ SSL อันดับหนึ่ง และผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำของไทยได้รับความไว้วางใจ และยกย่องจากดิจิเซอร์ (DigiCert Inc.) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ TLS/SSL, IoT และโซลูชั่น PKI ระดับสากล ว่าบริษัท เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น จำกัดได้แสดงผลงานยอดขายโดดเด่น และมีการบริการอันยอดเยี่ยมเป็นที่ประจักษ์ในประเทศไทยและในระดับสากล ในการนี้ ดิจิเซอร์ (DigiCert Inc.) จึงได้ยกระดับบริษัท เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ให้เป็น DigiCert Platinum Partner หรือ คู่ค้าระดับแพลตตินั่ม ประจำปี 2023 เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงถึงว่าได้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ รวมถึงการให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ผ่านการจำหน่าย ติดตั้ง และให้คำแนะนำเกี่ยวกับใบรับรองความปลอดภัยอีเล็กทรอนิกส์ (SSL Certificate) แก่ลูกค้าทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคต่างๆ โดยรอบ ตลอดจนลูกค้าที่อยู่ภาคพื้นทวีปอื่นๆ เช่น อเมริกาและยุโรป เป็นต้น ในการนี้ จากการที่ดิจิเซอร์ (DigiCert Inc.) ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลก ในด้านการเป็นผู้ให้บริการด้านการพิสูจน์ตัวตน การเข้ารหัส และตรวจสอบข้อมูลต่างๆ บนเว็บไซต์ แอพพลิเคชันองค์กร และรวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการนำระบบทางกลหรือระบบทางไฟฟ้าต่างๆในชีวิตประจำวันมาพัฒนาให้สะดวกขึ้นด้วยการควบคุมผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ Internet of things (IoT) ได้ยกย่อง บริษัท เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ให้เป็น DigiCert Platinum Partner หรือ คู่ค้าระดับแพลตตินั่ม ประจำปี 2023 นั้น มีนัยยะคือการที่ บริษัท เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ได้รับอภิสิทธิ์ และข้อมูลพิเศษสำหรับบริการด้านความปลอดภัยเว็บไซต์จาก DigiCert Inc. ในระดับสูง โดยจะส่งผลดีต่อบรรดาลูกค้าของบริษัทฯ ให้ได้รับบริการจาก DigiCert Inc. ได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็วในระดับ Top-Priority มีรายละเอียดดังนี้1. ลูกค้าของบริษัท เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด สามารถรับคำปรึกษาจาก Sales Engineer (SE) เฉพาะด้านโดยตรงจาก DigiCert Inc.2. DigiCert Inc. จัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและการวางแผนการสนับสนุนลูกค้าร่วมกันอย่างต่อเนื่อง3. มีทีมสนับสนุนเฉพาะด้าน พร้อมให้บริการแบบ 24x7 โดย DigiCert Inc. สำหรับทุกกรณี4. มีบริการ Authentication Support จำเพาะโดย DigiCert Inc. ที่ไม่ต้องรอเวลานาน5. การสนับสนุนด้าน Authentication Support ข้างต้น ถือว่าอยู่ในระดับ Top-Priority ที่ DigiCert Inc. ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง6. การสนับสนุนจาก DigiCert Inc. สามารถติดต่อได้แบบ 24x7 หรือตลอดเวลาไม่เว้นวันหยุดและพร้อมให้บริการทุกกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ผ่านหลายหลายช่องทางทั้งโทรศัพท์ และอีเมล7. DigiCert Inc. จัดอบรมถ่ายทอดความรู้ทางเทคนิคให้แก่ทีมบริการลูกค้าของบริษัท เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น จำกัดโดยเฉพาะ จากการที่ดิจิเซอร์ (DigiCert Inc.) ยกสถานะบริษัท เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ให้เป็น DigiCert Platinum Partner หรือ คู่ค้าระดับแพลตตินั่ม ประจำปี 2023 ถือเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสององค์กร อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับหน่วยงานในประเทศไทยและในระดับนานาชาติว่า บริษัท เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ตั้งใจและมุ่งมั่นในการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ Digital Economy ซึ่งเป็นเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ และมีศักยภาพในอันที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยและของนานาชาติ ด้วยการให้บริการเทคโนโลยีความปลอดภัยของดิจิเซอร์ (DigiCert Inc.) ที่ทันสมัย และปลอดภัย ได้รับการยอมรับในระดับสากล ในการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่ม ต่อยอดให้กับการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต การขนส่ง การขาย และการบริการเกิดความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนต่อไป หากท่านสนใจบริการ SSL Certificate โดยบริษัท เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด สามารถติดต่อ support@netway.co.th ได้ตลอด 24 ชม. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด (ติดต่อได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ)เกี่ยวกับ DigiCert® DigiCert® เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับสากลในด้านโซลูชัน TLS / SSL, IoT และ PKI สำหรับการระบุตัวตนและการเข้ารหัส องค์กรที่มีนวัตกรรมมากที่สุดของโลก ไม่ว่าจะเป็น 89% ขององค์กรติดอันดับ Fortune 500 และ 97% ของ ธนาคารชั้นนำระดับโลกต่างเลือกใช้บริการ DigiCert® เนื่องจากเป็นแบรนด์มีความเชี่ยวชาญในการระบุตัวตนและการเข้ารหัสสำหรับเว็บเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ Internet of Things ต่างๆ บริการต่างๆ ของ DigiCert® รองรับ TLS และใบรับรองดิจิทัลอื่น ๆ สำหรับการปรับใช้ PKI ในทุกระดับผ่านระบบ CertCentral® โดย DigiCert® ได้รับการยอมรับว่าเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถออกใบรับรองความปลอดภัยอีเล็กทรอนิกส์ที่ได้มาตรฐานระดับองค์กร มีทีมงานสนับสนุนลูกค้าที่รวดเร็ว พร้อมด้วยประสบการณ์ความรู้ และถือเป็นโซลูชันด้านความปลอดภัยชั้นนำในแวดวงบริการด้านความปลอดภัยอีกด้วยAbout Netway Communication บริษัท เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด คือผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำของไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในบริการคลาวด์ที่หลากหลายทั้ง Managed Cloud Server Services, โดเมน, โฮสติ้ง, อีเมลแพลตฟอร์ม, คลาวด์เซิร์ฟเวอร์,ฯลฯ องค์กรได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมายให้เป็นคู่ค้า ทำหน้าที่ตัวแทนให้บริการลูกค้าทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ บริษัท เน็ตเวย์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด มีความมุ่งมั่นพัฒนางานบริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดที่จะพัฒนาระบบให้บริการ พร้อมส่งเสริมทีมงานในแง่ความรู้และมาตรฐานบริการ เพื่อลูกค้ามั่นใจว่าได้รับบริการที่รวดเร็ว การแก้ไขที่ตรงประเด็น และมั่นใจว่าเราคือผู้ให้บริการคลาวด์ที่พร้อมเคียงข้างการเติบโตทางธุรกิจของคุณตลอดไป
5 ทักษะดิจิทัลที่ควรมี! ในปี 2023 ถ้าไม่อยากพลาดโอกาสในการทำงาน อย่างที่รู้กันว่าเทคโนโลยีในยุคนี้ ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว หลายสิ่งหลายอย่างที่คุ้นเคยกลับถูกแทนที่ด้วยสิ่งใหม่ๆ นอกจากเทคโนโลยีจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตแล้ว เทคโนโลยียังลดบทบาทของมนุษย์ลงไปด้วย ทำให้หลายอาชีพหายไป หรือถูกลดจำนวนการจ้างงานลง และเปลี่ยนมาใช้ระบบ AI แทน จนมีการคาดการณ์ว่าในอนาคต ‘คน’ อาจต้องทำงานควบคู่ไปกับระบบ AI และตำแหน่งงานประมาณ 85% ของคนที่จบการศึกษาในปี 2030 จะเป็นตำแหน่งงานใหม่ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ดังนั้นในปัจจุบันคนทำงานจำเป็นต้องมีทักษะทางด้านดิจิทัลที่ดี เพื่อรองรับการทำงานในอนาคต และนี่คือ 5 ทักษะดิจิทัลที่ควรมีในปี 2023 ไปดูกันเลย! 1. การสื่อสารข้อมูล (Data Communication) / การเล่าเรื่องข้อมูล (Data Storytelling) 2. ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) 3. ออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ (UX Design) 4. การตลาดดิจิทัล (Digital marketing) 5. ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence (AI) ***อ่านยาวๆ***1. การสื่อสารข้อมูล (Data Communication) / การเล่าเรื่องข้อมูล (Data Storytelling) จากงานวิจัยของ Forrester Consulting เผยว่านักสื่อสารข้อมูลและนักเล่าเรื่องเป็นที่ต้องการตลาดมากที่สุดในปี 2023 เนื่องจาก 70% ของงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะเกี่ยวกับการใช้ Data ทั้งหมด ดังนั้นผู้ที่ความสามารถในการสื่อสาร วิเคราะห์ หรืออธิบายข้อมูลได้ จะเป็นที่ต้องการขององค์กรอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกันคนที่มีทักษะ Data Storytelling ที่สามารถนำข้อมูลมาเล่าเรื่องเป็นภาพ กราฟ หรืออินโฟกราฟิก โดยใช้ประโยชน์จากเครื่องมือต่างๆ เช่น PowerBI, Qlik และ Tableau ก็เป็นที่ต้องการขององค์กรเช่นกัน เพราะฉะนั้นการเล่าเรื่องด้วยข้อมูลจึงกลายเป็นทักษะที่มาแรงมากในปี 2023 2. ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ตั้งแต่เกิดวิกฤตโรคระบาด เทคโนโลยีได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการทำงานให้เข้าสู่สังคมดิจิทัล ทำให้องค์กรต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มากขึ้น การรักษาความมั่นคงปลอดภัยต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์จึงมีบทบาทที่สำคัญต่อธุรกิจและองค์กรเป็นอย่างมาก 3. ออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ (UX Design) ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานมากขึ้น UX Design จึงกลายเป็นหนึ่งทักษะสำคัญในปี 2023 อย่างที่รู้กันว่าการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลทำให้องค์กรทุกองค์กรกลายเป็นองค์กรด้านเทคโนโลยี รวมถึงการทำงานทุกอย่างที่ต้องใช้เทคโนโลยี จึงจำเป็นมากที่ทุกคนต้องใช้เทคโนโลยีให้เป็น เพราะฉะนั้น UX Design จึงมีหน้าที่ออกแบบเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ง่าย ไม่ซับซ้อน นอกจากนี้ถ้าคุณอยากให้องค์กรอยู่รอด คุณไม่ควรมองข้ามทักษะ UX Design เป็นอันขาด เพราะปัจจุบันผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น รวมถึงธุรกิจต่างๆ เริ่มมีลักษณะที่คล้ายๆ กัน สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างให้กับผู้ใช้งานได้ คือ การสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานนั่นเอง 4. การตลาดดิจิทัล (Digital marketing) ทักษะ Digital Marketing จะกลายเป็นทักษะแห่งอนาคตที่ทุกคนต้องมีติดตัว จะเห็นว่าหลายองค์กรเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาด มาใช้ Platform บน Social Networking Media กันมากขึ้น ทักษะการตลาดดิจิทัล จึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการทำการตลาดบนโลกโซเชียล แต่ในปีที่แล้วกระแสของเทคโนโลยี Metaverse กำลังมาแรง ทำให้มี Platform ใหม่ๆ เกิดขึ้นมา เช่น Augmented Reality (AR) การตลาดดิจิทัลจึงมีความแตกต่างจากเดิมที่ต้องการทักษะทางด้านด้านเทคนิคและความคิดสร้างสรรมากขึ้น 5. ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence (AI) จากทักษะที่กล่าวมาจะเห็นว่าทุกทักษะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นด้านข้อมูล (Data) การออกแบบ UX ความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือแม้แต่การตลาดดิจิทัล จึงไม่แปลกที่ AI เป็นทักษะที่ต้องการในปี 2023Cr. Techsauce.coที่มา Forbes (https://www.forbes.com/sites/bernardmarr/2022/12/05/the-top-5-in-demand-tech-skills-for-jobs-in-2023/?sh=42e7d070826c )
8 เช็คลิสต์เรื่องไอทีที่ควรทำก่อนหยุดยาว แนะนำเช็คลิสต์ทางด้านไอทีแบบง่ายๆ ที่ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง เพื่อคุณจะได้ไม่ต้องมาคอยปวดหัวระหว่างเดินทางไปเที่ยวในช่วงหยุดยาว. 1. โหลดแอปที่จำเป็นแล้วหรือยัง2. สายชาร์จและอแดปเตอร์ มีครบไหม 3. ชาร์จแบตทั้งมือถือ ทั้งคอม แล้วหรือยัง4. เช็คแพคเกจมือถือของคุณ และชำระให้เรียบร้อย 5. ต่อ VPN แล้วหรือยัง6. แบคอัพข้อมูลสำคัญไว้ก่อนเลย 7. ตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ต่างๆ8. ตรวจสอบทุกเรื่องที่ระบุมาทั้งหมดอีกครั้ง
พบกับ OneDrive โฉมใหม่ จัดโฟล์เดอร์ แยกไฟล์ เป๊ะไมโครซอฟท์โชว์ OneDrive for Web โฉมใหม่ โฟลเดอร์แยกสี แยกไฟล์ตามเพื่อน-การประชุมไมโครซอฟท์เผย OneDrive for Web โฉมใหม่ หน้าตาทันสมัยขึ้นกว่าเดิม เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างโฟลเดอร์แยกตามสีได้ (เรียกร้องกันมานานมาก) แยกดูไฟล์ตามเพื่อนร่วมงานแต่ละคน หรือการประชุมแต่ละครั้งได้หน้าตาโดยรวมของ OneDrive ตัวใหม่ดูสะอาด เรียบง่ายมากขึ้น เพิ่มตัวกรองประเภทของไฟล์ในทุกหน้าจอ, เพิ่มฟีเจอร์ช็อตคัตของไฟล์แบบเดียวกับระบบจัดการไฟล์ของวินโดวส์, สามารถทำงานออฟไลน์ได้แม้อยู่ในเบราว์เซอร์, เพิ่มตัวเลือกว่าจะเปิดไฟล์ในเบราว์เซอร์หรือในแอพเดสก์ท็อป (Open in App) และใช้ AI ช่วยคัดกรองไฟล์ที่ใช้บ่อยมานำเสนอไมโครซอฟท์บอกว่า OneDrive โฉมใหม่ยังใช้ได้เฉพาะบัญชีองค์กร-การศึกษาเท่านั้น (ยังไม่บอกว่าบัญชีผู้ใช้ทั่วไปจะได้ใช้ด้วยหรือไม่ และยังไม่บอกว่า OneDrive เวอร์ชันเดสก์ท็อปจะได้อัพเกรดเป็นหน้าตาแบบนี้ด้วยไหม) แถมยังไม่ประกาศกำหนดเวลาเริ่มใช้งาน ตอนนี้ยังเป็นแค่การโชว์อย่างเดียวหน้า All Sharedหน้า People viewหน้า Meetings viewการฟิลเตอร์เฉพาะไฟล์ประเภท PDFเพิ่มฟีเจอร์การใส่ Favorite ให้ไฟล์หรือโฟลเดอร์ และการปักหมุด (Pin) ไฟล์ที่ใช้บ่อยๆ ไว้ในแถบ sidebar, รองรับการทำ File Shortcutsอินเทอร์เฟซ OneDrive แบบใหม่จะถูกยกไปใช้กับ Microsoft Teams ด้วย โดยเป็นแอพภายใน Teams ชื่อว่า Files อันนี้บอกว่าจะมาตอนปลายปี 2023ที่มา https://techcommunity.microsoft.com/t5/microsoft-onedrive-blog/experience-the-new-onedrive-fast-organized-and-personalized/ba-p/38049853804985