CloudLinux OS เป็น Linux Distribution ที่มุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ให้บริการ Shared Hosting เป็นหลัก ถูกพัฒนาโดยบริษัท CloudLinux, Inc.ตัว CloudLinux นั้นถูกพัฒนาขึ้นจากพื้นฐานของ CentOS โดยใช้ OpenVZ kernel และ RPM Package Manager มีการ CloudLinux พบครั้งแรกในปี 2009 โดย Igor Seletskiy และได้ทำการออกตัว Initial Release ครั้งแรกเมื่อ มกราคม 2010 โดยนับตั้งแต่ CloudLinux เปิดตัวสู่ตลาดในปี 2010 เรื่อยมานั้น ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ให้บริการ Shared Hosting ที่ใส่ใจเรื่องความมั่นคงความปลอดภัยมากกว่า 2,000 บริษัท คิดเป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 20,000 เครื่อง ที่เลือกใช้ CloudLinux เพราะมันได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมที่สุดสำหรับ Shared Hosting โดยแยกลูกค้าแต่ละรายด้วย Technology ที่ชื่อ “Lightweight Virtualized Environment” (LVE) โดยที่ LVE แต่ละตัวได้รับการจัดสรรทรัพยากรจำนวนหนึ่งตามที่กำหนด เราสามารถสรุปเป็นประเด็นหลักๆ ได้ตามนี้ 1. Make Your Server Stable Stability คือกุญแจสู่ความสำเร็จในการทำ Shared Hosting เพราะเซิร์ฟเวอร์ที่เสถียรทำให้ทั้งคุณและลูกค้ามีความสุข ไม่มีปัญหาการใช้งานที่ผิดปกติและยังช่วยให้คุณเพิ่มจำนวนลูกค้าและขยายผลกำไรของคุณ ความเสถียรของ CloudLinux จะช่วยปกป้องเซิร์ฟเวอร์จากปัญหา Performance Spikes และป้องกันการทำงานที่ช้าลงจนถึงระดับหยุดทำงาน โดยการจำกัด และแบ่งทรัพยากรต่อ User ซึ่งช่วยลดการใช้งานทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์ที่ผิดปกติ และ ยังควบคุมตนทุนในการให้บริการอย่างคุ้มค่า Lightweight Virtualized Environment เป็นเทคโนโลยีระดับ Kernel ที่แยกผู้เช่าแต่ละรายออกเป็นสภาพแวดล้อมของตนเองและจัดหาทรัพยากรจำนวน (CPU, IO, Memory,Number of Process ฯลฯ ) ที่สามารถใช้งานได้ - เฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละราย . หากผู้เช่าถึงขีดจำกัด ผู้ใช้รายอื่นจะไม่สังเกตเห็นอะไรเลยเนื่องจากผู้กระทำผิดถูกควบคุมปริมาณทันที สิ่งนี้จะช่วยลดการใช้ทรัพยากรทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์เกิน Resource 2. Make Your Server Secure ด้วยเหตุบริการ Shared Hosting ที่มีระบบเซิร์ฟเวอร์ที่เป็น Linux Based นั้นเมื่อมี User จำนวนมากอยู่บนระบบหากมีผู้ใช้บริการรายใดรายนึงมีช่องโหว่ใน Coding ของตนเองจนส่งผลให้ถูก Hack เข้ามาในระบบ สิ่งนี้ย่อมมีโอกาสสร้างปัญหาให้ผู้ให้บริการ Shared Hosting ได้ เพราะโดยดั้งเดิมของระบบมันยังมีช่องให้เหล่าผู้ไม่ประสงดีเหล่านี้เชื่อมโยงแพร่กระจายปัญหาไปยัง User รายอื่นๆบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ได้ CloudLinux สามารถจัดการปัญหานี้ได้ ด้วยเทคโนโลยีของ CageFS และ SecureLinks ทำให้ User จะได้รับการจำลองเสมือนในระบบไฟล์ของตัวเองป้องกันไม่ให้ User แต่ละคนเห็นผู้ใช้รายอื่นบนเซิร์ฟเวอร์ได้ 3. Make Your Server Profitable ความเสถียรในระดับสูงซึ่ง CloudLinux มีนั้นทำให้เซิร์ฟเวอร์ทุกเครื่องมีประสิทธิภาพมากขึ้นและช่วยให้สามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าบนเซิร์ฟเวอร์แต่ละเครื่องได้โดยคุ้มค่ากับทรัพยากรที่มี สิ่งนี้จะช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงการใช้ประโยชน์จากเซิร์ฟเวอร์ของคุณได้อย่างมาก อีกทั้งตัวระบบเซิร์ฟเวอร์ที่มีความปลอดภัยสูงก็จะช่วยให้ลูกค้าของคุณมีความมั่นใจและอยากใช้บริการที่ปลอดภัยด้วยสิ่งนี้สามารถทำได้ด้วยการตั้งค่าขีดจำกัดของทรัพยากรสำหรับลูกค้าแต่ละราย ทำให้เมื่อผู้ใช้ถึงขีด จำกัด คุณสามารถเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้นหรือวางแผนได้ดีขึ้นโดยไม่ย้ายไปยังเซิร์ฟเวอร์อื่น นอกจากนี้ด้วยการสร้างแพ็คเกจโฮสติ้งตามการใช้ทรัพยากรและคุณสมบัติความยืดหยุ่นเช่นการสนับสนุนเวอร์ชัน PHP ต่างๆคุณสามารถเปลี่ยนนโยบายการกำหนดราคาของคุณได้อย่างสมบูรณ์ 4. Make Your Server High-Performing ระบบ CloudLinux เสนอชุดของคุณสมบัติที่มีประสิทธิภาพที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ของคุณอย่างมาก ตัวอย่างเช่น mod_lsapi เร็วกว่าวิธีอื่น ๆ ในการให้บริการ PHP กับ Apache 5. Highly Compatible ระบบ CloudLinux สามารถทำงานได้ร่วมกันกับ Control Panels ที่เด่นๆ ในปัจจุบันได้โดยที่ Panels เหล่านั้น Based on CentOS และ RHEL
โลกยุคปัจจุบันเป็นโลกแห่งเทคโลโลยี ที่สำคัญเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้วย ทำให้เราเหล่าผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องปรับตัวให้ทัน ถามว่าให้ทันกับอะไร คำตอบคือ เมื่อมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเราต้องสามารถทำการ Monitor ได้ด้วย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางด้าน Security , Enhancement หรืออื่น ๆ ฉะนั้นแล้วเรื่องของการทำ IT Monitoring นั้นสำคัญมากเลยนะครับ โดยพื้นฐานแล้วคำว่า Monitoring เราจะให้ความหมายไปในเรื่องของการเฝ้าสังเกต บันทึกพฤติกรรมที่เกิดขึ้นประจำ ไม่ว่าจะเป็นใน Project , Program , Service , Document หรืออื่นๆ อีกมากมาย เป็นกระบวนการที่จะรวบรวมข้อมูลในทุกๆด้าน เพื่อนำมาใช้ในการวิเคระห์ ตรวจสอบ แก้ไข รวมไปถึงวิธีป้องกันต่างๆ แต่หากมองเฉพาะในมุมของ IT แล้วคงไม่พ้นในเรื่อง การเฝ้าสังเกตการทำงานของ Service ต่าง ๆ ที่อยู่ใน Infrastructure ของตัวเองว่ามีการทำงานเป็นอย่างไร ปกติดีไหม มี Performance เป็นอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่า Infrastructure ของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ ทำไมเราต้องทำเรื่อง IT Monitoring เป็นคำถามที่น่าสนใจหากเป็นคนที่ไม่ได้อยุ่ในสายงาน IT แล้วคงเกิดคำถามว่า "ทำไมล่ะทำไมเราต้องลงทุนทำระบบ Monitoring" แต่หากเป็นคนที่อยู่ในสายงานนี้แล้วคงตระหนักดีว่ามันมีความสำคัญและจำเป็นมากๆ ที่ต้องมี IT Monitoring ที่ดีที่มีประสิทธิภาพ เพราะอะไรนะเหรอ ก็เพราะมันจะช่วยในการ ตรวจจับประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายใน Infrastructure ที่ดูแลได้อย่างรวดเร็ว อันส่งผลให้ระบบของเรามั่นคง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ เราใช้อะไรในการทำ IT Monitoring ปกติแล้วเราก็มักจัดหาตัว Software ต่างๆ มาใช้ด้วยเหตุที่ว่าในปัจจุบันมี Software ที่นิยมใช้ในการทำ IT Monitoring มากมายหลายตัวทั้งฟรี และเสียเงิน ดังนั้นการเลือกใช้คงต้องขึ้นอยู่กับขนาดของ Infrastructure , เงินทุน , องค์ความรู้ของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ตัว Software ที่นิยมกันก็เช่น Solarwinds Network Performance Monitor(NPM) , PRTG , Nagios XI , Zabbix Benefit Of Monitoring เราได้อะไรจากการทำ IT Monitoring ผมคงขอสรุปคร่าว ๆ ประมาณนี้คือ Enable data driven insights and decisions Detect problems early to prevent disasters Improve productivity and performance Plan and budget for IT upgrades Prevent and reduce downtime and business losses สามารถดาว์นโหลดเอกสารประกอบเนื้อหาได้ที่นี้ __________________________________________________________________________________________________ Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : https://netway.co.th/ #ให้เราช่วยคุณเรื่องไอที #การสื่อสาร Netway #มีครบจบที่เดียว #Office365 #Microsoft #Google View File
เทคโนโลยี Virtualization เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอทีในปัจจุบัน เนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของความคุ้มค่าโดยรวมเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นค่า Hardware ค่าบำรุงรักษา ค่า Maintenance และอื่นๆ การประมวลผลและให้บริการสำหรับ 1 ระบบต่อ 1 Application จึงไม่มีความสำคัญอีกต่อไป การนำเทคโนโลยี Virtualization เข้ามาใช้งาน จึงจำเป็นต้องศึกษาถึงโครงสร้าง หลักการทำงานของ Software และเทคโนโลยีของ Virtualization เพื่อให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าสูงสุดต่อองค์กร พื้นฐานของ Server ก่อนถึงยุคของ Virtualization, Software หรือ Application ต่างๆ ถูกประมวลผลอยู่บน Physical Server เพียงเครื่องเดียว แต่เนื่องจากเทคโนโลยีของ Server ถูกพัฒนาไปมากในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น CPU, Memory หรือ Disk Storage ทำให้ระบบที่เคยให้บริการอยู่ในอดีตไม่สามารถใช้งาน Server ที่มีประสิทธิภาพสูงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จากการศึกษาและวิจัยพบว่ามีการใช้งานทรัพยากรของระบบเพียง 15-20% เท่านั้นบน Server นั่นหมายความว่าอีก 80-85% ไม่ถูกใช้งานจริง จึงเกิดเป็นแนวคิดสำหรับการสร้าง Virtualization เพื่อให้สามารถใช้งานเครื่อง Server ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด จากแนวคิดดังกล่าวนอกจากจะทำให้เราสามารถใช้งานเครื่อง Server ประสิทธิภาพสูงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังสามารถลดต้นทุนรายจ่ายในด้านต่างๆ ลงได้อย่างมหาศาล พร้อมทั้งยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ Server ไม่ว่าจะเป็นการรองรับ High Availability, Disaster Recovery, Live Migration, Backup และ Recovery เป็นต้น รวมถึงการบริหารจัดการที่มีความสะดวกและรวดเร็วขึ้น สิ่งเหล่าสามารถสร้างคุณค่าและความน่าเชื่อถือให้องค์กรได้เป็นอย่างมาก Server Virtualization Virtualization เริ่มมาจากแนวคิดการใช้ทรัพยากร 1 เครื่อง ต่อ 1 แอพพลิเคชันนั้นไม่สามารถใช้งานประสิทธิภาพของเครื่องได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ตั้งแต่ยุคของ Mainframe ในปี 1960 Server Virtualization เป็นการจำลองทรัพยากรจริงหรือ Physical Server 1 เครื่อง เช่น CPU, Memory และ Storage เพื่อสร้างเป็นเครื่องเสมือนหลายๆ เครื่อง โดยมีความสามารถในการติดตั้งระบบปฏิบัติการและแอพพลิเคชันได้หลายระบบพร้อมกันไม่ว่าจะเป็น Windows, Linux หรือ Unix เป็นต้น และแต่ละเครื่องเสมือนสามารถทำงานแยกกันอย่างอิสระ VMware ESX Virtualization Platform คุณลักษณะทั่วไปของ Server Virtualization Fast Deploy การทำ Server Virtualization สามารถ Create, Setup, Scale UP, Scale Down, Reload OS ได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที Make Backup/Restore more reliable การทำ Server Virtualization สามารถดำเนินการ Backup และ Restore ได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงยังสามารถกำหนดเวลาการทำ Backup, กำหนดจำนวน Copy และการสร้าง Snapshot ได้โดยผ่าน UI ของ Software Virtualization Management Simplify migration การทำ Server Virtualization สามารถดำเนินการย้ายระบบจากระบบหนึ่งไปอีกระบบหนึ่งได้อย่าง่ายดายและรวดเร็ว พร้อมรองรับการทำ Live Migration Multi OS and Template มี Template ที่พร้อมใช้งานได้ทันที พร้อมทั้งสามารถ Convert Virtual Machine ที่ต้องการเป็น Template สำหรับสร้าง Virtual Machine อื่นได้ในภายหลัง Flexible and scalable มีความยืดหยุ่น และสามารถปรับขนาดได้โดยไม่มีข้อจำกัด พร้อมรองรับการขยายตัวได้ในอนาคต Server Virtualization Platform ตัวอย่าง Software สำหรับสร้าง Virtual Machine หรือเครื่องเสมือนที่นิยมในปัจจุบัน XenServer เป็น Open Source Server Virtualization จากค่าย Citrix พัฒนาส่วนที่รองรับการทำงานในระดับ Kernel ต่างหาก ใช้ Citrix XenCenter สำหรับ Virtual Management รองรับทั้ง Linux และ Windows KVM เป็น Open Source ปัจจุบันถูกซื้อโดย Red Hat ใช้ Virtual Machine Manager สำหรับ Virtual Management รองรับทั้ง Linux และ Windows OpenVZ เป็น Server Virtualization ในระดับ OS Level ใช้ Kernel เดียวกับ Host ปัจจุบัน Virtual Machine รองรับทั้ง Linux และ Windows และ Linux Container รองรับเฉพาะ Linux Hyper-V เป็น Server Virtualization จากค่ายของ Microsoft พัฒนามาจาก Virtual PC ถูกเผยแพร่ครั้งแรกพร้อมกับ Windows Server 2008 VMware ESXi และ VMware vSphere ปัจจุบันเป็นผู้นำตลาดเทคโนโลยี Virtualization โดยกินส่วนแบ่งการตลาดกว่า 50% บนโลกของ Virtualization Technology ทั้งหมด Software Virtualization Management Virtualizor เป็น Software Virtualization Management หรือ Software สำเร็จรูปที่รวบรวมการใช้งาน Virtualization Technology ไว้หลายค่ายได้แก่ KVM, Xen, OpenVZ, Proxmox, LXC เป็นต้น เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการและเพิ่ม Feature ต่างๆเข้ามาอีกมากมาย Proxmox VE เป็น Free Open Source Virtualization Platform แต่มี Subscription หากต้องการการสนันสนุนทางด้านเทคนิคอื่นๆเพิ่มเติม Support Linux KVM และ LXC ปัจจุบันรองรับคุณสมบัติพิเศษมากมายเช่น การทำ Highly Availability และรองรับการทำ Live Migration เป็นต้น ความสำคัญของ Server Virtualization กับธุรกิจ ลดค่าใช้จ่ายทั้งต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพิ่มความสามารถในการจัดการ ลดระยะเวลาในการดำเนินการ ความพร้อมใช้งาน ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปไม่มีสดุด เพิ่ม Uptime และความน่าเชื่อถือขององค์กร ประโยชน์ของการทำ Server Virtualization ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน Downtime ต่ำหรือลดปัญหาการ Downtime เพิ่มประสิทธิผลทางด้าน IT และการตอบสนองที่รวดเร็ว Provisioning ได้รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการ Setup และเพิ่มลดทรัพยากร เพิ่มความสามารถในการ Backup และ Restore จัดการได้ผ่านศูนย์กลาง ง่ายต่อการบริหารจัดการ เพิ่มความสามารถในการทำ High Availability เพิ่มความสามารถในการทำ Disaster Recovery ลดระยะเวลาการดูแลรักษา Virtualization Technology คือพื้นฐานสำคัญต่อการขับเคลื่่อนธุรกิจและการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถบริหารจัดการดูแลระบบได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้สามารถจัดการต้นทุน และใช้งาน Hardware ได้อย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งยังเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาและต่อยอดไปสู่ระบบ Cloud ที่สมบูรณ์ได้ในอนาคต ผู้ที่สนใจสามารถ Download เอกสาร Presentation เพิ่มเติมได้ ที่นี่ __________________________________________________________________________________________________ Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/ #ให้เราช่วยคุณเรื่องไอที #การสื่อสาร Netway #มีครบจบที่เดียว #Office365 #Microsoft #Google #Zendesk #Digicert
Cloud หรือ Cloud Computing คืออะไร ก่อนเข้าสู่บทความอยากให้ทุกคนลองเข้าไปดู Video สั้นๆนี้เพื่อให้เข้าในพื้นฐาน และ Concept ของ Cloud Computing กันก่อน เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับ Concept ของ Cloud Computing หากเนื้อหายังไม่พอเราไปดูนิยามของ Cloud Computing กันต่อเลยได้เลย... นิยามของ Cloud Computing เนื่องจากข้อมูลข่าวสารที่เพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณในปัจจุบัน ความซับซ้อนที่เกิดขึ้นจากความไม่เป็นระเบียบของข้อมูล ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นจากการลงทุน ความหลากหลายของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ การดูแลรักษา ค่าไฟฟ้า ค่า Bandwidth บุคลากรและอื่นๆ จึงทำให้เกิด Cloud Computing ขึ้นมาเพื่อทดแทนและแก้ไขความซับซ้อนของข้อมูลเหล่านี้ Cloud Computing ถูกนิยามและให้คำจัดกัดความว่า การประมวลผลใดๆ ผ่านเครือข่าย Internet ที่พร้อมให้บริการกับผู้ใช้งาน เมื่อไรก็ตามที่มีความต้องการใช้ โดยไม่ยึดติดกับสถานที่ อุปกรณ์ และไม่มีข้อจำกัดเรื่องปริมาณและเวลา แผนภาพของ Cloud Computing คุณลักษณะของ Cloud Computing On-demand self-service Cloud Computing ต้องสามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง ตามความต้องการของผู้ใช้บริการ Broad Network Access Cloud Computing ต้องสามารถเข้าถึงได้จากที่ใดก็ได้ โดยไม่มีข้อจำกัดของสถานที่และอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อ Resource Pooling Cloud Computing ต้องสามารถนำทรัพยากรมารวมกันและใช้งานร่วมกันได้ Rapid Elasticity Cloud Computing ต้องมีความยืดหยุ่นสูง สามารถเพิ่มลดทรัพยากรได้ทันที โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องปริมาณและระยะเวลา Measured Service Cloud Computing ต้องสามารถวัดปริมาณการใช้งานได้ และสามารถคิดค่าใช้งานได้ตามการใช้งานจริง ประเภทของ Cloud Technology แบ่งตามรูปแบบการใช้งาน Private Cloud เป็นการใช้งานภายในองค์กร สำหรับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ผู้ใช้บริการเป็นผู้บริหารจัดการระบบ สามารถปรับเปลี่ยนระบบต่างๆได้ด้วยตนเอง ผู้ให้บริการจะมีหน้าที่ติดตั้งและดูแลรักษาให้เท่านั้น ข้อดีของบริการนี้คือมีความปลอดภัยสูงสุด Community Cloud บริการ Cloud แบบกลุ่ม ประกอบไปด้วย Private Cloud ตั้งแต่ 2 ขึ้นไป ซึ่งมีการกำหนดข้อตกลงและแชร์ข้อมูลร่วมกัน Public Cloud เป็นบริการเข้าถึงข้อมูลผ่านเครือข่ายสาธารณะ โดยปกติจะใช้งานผ่านผู้ให้บริการซึ่งให้บริการผ่านเครือข่ายสาธารณะ จุดเด่นของบริการนี้คือ ประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำ Hybrid Cloud เป็นการผสมผสานกันระหว่าง Private Cloud และ Public Cloud โดยการนำข้อดีของแต่ละบริการมาใช้งานร่วมกัน แบ่งตามรูปแบบการให้บริการ SaaS (Software as a service) เป็นรูปแบบการให้บริการใช้ซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชัน ผู้ใช้สามารถใช้บริการได้โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ ผ่านผู้ให้บริการ เช่น Google Docutment, Office365, Gmail เป็นต้น PaaS (Platform as a service) เป็นรูปแบบการให้บริการแพลตฟอร์ม สำหรับนักพัฒนาในการพัฒนาโปรแกรม เช่น บริการ Google App Engine, Azure DB และ Amazon RDS เป็นต้น IaaS (Infrastructure as a Service) เป็นรูปแบบการให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน การประมวณผล Storage และ Network เป็นต้น ตัวอย่างผู้ให้บริการเช่น Azure, AWS และ Netway Cloud เป็นต้น ประโยชน์ของ Cloud Computing ประหยัดการลงทุนทรัพยากรคอมพิวเตอร์ เพราะใช้รูปแบบบริการแบบเช่าผ่านผู้ให้บริการ สามารถใช้บริการได้เท่าที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้ง พัฒนาและขึ้นระบบเองทั้งหมด สามารถสร้างระบบใหม่ขึ้นมาทันที ผู้ให้บริการจะจัดเตรียมทรัพยากรเพื่อรองรับผู้ใช้บริการ การสร้างและลบจึงสามารถทำได้ทันที โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา เพิ่มขนาดทรัพยากรได้ง่ายดายและรวดเร็ว ตามปริมาณการใช้งานหรือลดการใช้งานของผู้ที่ต้องการใช้ เข้าถึงบริการได้จากทุกที่ ด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านเครือข่าย Internet ผ่านผู้ให้บริการจึงไม่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่และอุปกรณ์ ลดปัญหาการดูแลระบบ เนื่องจากบริการเป็นรูปแบบของการเช่าใช้ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการที่จะต้องดูแลระบบแทน ซึ่งจะช่วยลดทั้งความยุ่งยากของการดูแลและลดจำนวนบุคลากรที่ต้องจ้างมาเพื่อมาดูแลระบบ ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Cloud ในองค์กร Compute Engine – ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือการสร้าง Cloud Server สำหรับทำ Web Server หรือ Mail Server เป็นต้น Test and Developmnet – องค์กรที่มีการพัฒนาแอปพลิเคชันขึ้นมาใช้งานด้วยตนเองอาจพบปัญหาระบบที่มีอยู่ที่ไม่เพียงพอ หรือต้องเสียเวลาในการขึ้นระบบซึ่งค่อนข้างยาก ซับซ้อนและใช้เวลานาน เมื่อใช้ Cloud นักพัฒนาสามารถทดสอบระบบบน Cloud ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังสามารถย้าย Application จากระบบหนึ่งไปอีกระบบหนึ่งได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องจำเป็นต้องขึ้นระบบขึ้นใหม่ Big Data Analytics - เนื่องจากข้อมูลข่าวสารเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกๆ ปี องค์กรขนาดใหญ่จึงเลือกที่จะลงทุนหรือพัฒนา Big Data เพื่อรองรับการเติบโตและการประมวลผลในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันก็มีผู้ให้บริการ Big Data เป็นจำนวนมาก ตัวอย่างที่เรารู้จักเช่น Google เป็นต้น Disaster Recovery – ในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง อาจเกิดจากความไม่สงบ สงคราม หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ การมองหาไซต์สำรองหรือ DR Site จึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก ทำให้เรามั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ระบบของเราจะยังสามารถทำงานต่อไปได้ Storage and Backup - การเก็บข้อมูลบน Data Center ของตนเองอาจยังปลอดภัย หรือมีข้อจำกัดเรื่องของพื้นที่การจัดเก็บ การใช้บริการ Cloud ช่วยให้เรามั่นใจได้ว่ามีข้อมูลสำรองกรณีที่ต้องการใช้ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องของการปรับขนาดในอนาคต ___________________________________________________________________________________________ Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Zendesk, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/ #ให้เราช่วยคุณเรื่องไอที #การสื่อสาร Netway #มีครบจบที่เดียว #Office365 #Microsoft #Google #Zendesk #Digicer
Server คืออะไร สำหรับหลายคนที่ไม่มีความรู้เรื่องไอทีมากนัก คงมีคำถามมากมายเกี่ยวกับเซิร์ฟเวอร์ (Server) ว่าจริงๆ แล้วมันคืออะไร สามารถทำอะไรได้บ้าง ในบทความนี้เราจึงจะขอนำเสนอความหมายของเซิร์ฟเวอร์ว่าคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร แล้วเราสามารถนำเซิร์ฟเวอร์มาใช้อย่างไรได้บ้าง รวมทั้งทำไมหลายองค์กรในสมัยใหม่ๆ นี้มองเห็นว่าเซิร์ฟเวอร์ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยผู้เชี่ยวชาญที่มากด้วยความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้โดยไม่หยุดชะงัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เราต้องทำงานกับจากที่ไหนก็ได้เช่นนี้ การทำความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของเซิร์ฟเวอร์ที่ดีขององค์กรจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นเฉพาะเรื่องไอทีเท่านั้น ในปัจจุบันหลายบริษัทหรือองค์กรต่างนำข้อมูลต่างๆขึ้นไปฝากไว้ผ่านผู้ให้บริการ เพื่อการจัดเก็บข้อมูล หรือประมวลผล Application ต่างๆ แทนที่จะเก็บข้อมูลและการประมวลผลทั้งหมดบน Storage หรือ Datacenter ภายในสำนักงานของตนเอง ซึ่งเราเรียกเซิร์ฟเวอร์ประเภทที่วางไว้ในสำนักงานนี้ว่าเป็น On-premise Server ที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลและประมวลผลตามความต้องการของเรานั่นเองเรียกว่าเซิร์ฟเวอร์ จริงๆ แล้วคำว่าเซิร์ฟเวอร์เองมีความหมายกว้างกว่านั้นมาก ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน เรามาดูนิยามของเซิร์ฟเวอร์กันเลยว่าคืออะไร เซิร์ฟเวอร์ (Server) ในทาง Computing คือโปรแกรม Computer หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการคำนวณหรือประมวลผลตามที่ผู้ใช้หรือ Application ต้องการ และพร้อมให้บริการเมื่อใดก็ตามที่มีการร้องขอบริการ รองรับการให้บริการได้หลากหลายและสามารถแชร์ทรัพยากรร่วมกันระหว่างผู้ใช้ ตัวอย่างการใช้งานได้แก่ Web Server, Database Server, Mail Server, File Server, Application Server และ Virtual Server เป็นต้น เซิร์ฟเวอร์จะแตกต่างจากคอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไปที่สามารถรองรับการให้บริการและการประมวลผลขนาดใหญ่ พร้อมให้บริการผู้ใช้ได้ตลอดเวลาเมื่อมีการร้องขอหรือต้องการใช้งาน สามารถรองรับการเชื่อมต่อได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีประสิทธิภาพสูงและมีความปลอดภัยสูงมาก ส่วนใหญ่จะอยู่ภายใน Datacenter ที่มีความน่าเชื่อถือสูง และได้รับการดูแล (Maintenance) โดยผู้มีประสบการณ์และความรู้ที่ผ่านการอบรมอย่างต่อเนื่องในเรื่องของการดูแลเซิร์ฟเวอร์ประเภทต่างๆ การนำไปใช้ เซิร์ฟเวอร์สามารถรองรับการให้บริการได้หลากหลายรูปแบบตัวอย่างที่พบบ่อยได้แก่ Web Server ให้บริการการเรียกใช้งาน Website โดยใช้ HTTP Protocนl ผ่าน Web Browser ตัวอย่าง Software สำหรับรัน Web Server เช่น Apache, Nginx, IIS และ Tomcat เป็นต้น Database Server ให้บริการและจัดเก็บฐานข้อมูล เช่น MySQL, MariaDB, PostgreSQL และ Microsoft SQL Server เป็นต้น Application Server ให้บริการโปรแกรมประยุกต์ รองรับการพัฒนา Application และรัน Application ต่างๆ ตามที่ผู้ใช้ต้องการ Mail Server ให้บริการการรับส่งอีเมล์ ตัวอย่างเช่น Exim, Sendmail, Zimbra และ Microsoft Exchange เป็นต้น Virtual Server ให้บริการแชร์ Server Configuration หรือการจำลอง Server เสมือน ตัวอย่างเช่น KVM, Xen Server, VMware ESXi และ Microsoft Hyper-V เป็นต้น File Server ให้บริการการจัดเก็บข้อมูล เช่นไฟล์เอกสาร, Multimedia เป็นต้น ตัวอย่างโปรแกรมสำหรับ File Server เช่น Owncloud, SharePoint Server และ Dropbox เป็นต้น DNS Server ให้บริการการจัดเก็บข้อมูลชื่อโดเมนเมน ช่วยแปลงหมายเลข IP Address เป็นชื่อ Domain Name ตัวอย่างเช่น Bind, PowerDNS และ MyDNS เป็นต้น ประโยชน์ของการใช้เซิร์ฟเวอร์ ประสิทธิภาพสูง สามารถประมวลผลหรือรองรับการใช้งาน Software และ Application พร้อมกันได้ในปริมาณมากๆ ปลอดภัย เซิร์ฟเวอร์ส่วนใหญ่ให้บริการภายใต้ Data Center ที่มีความน่าเชื่อถือสูง จึงถูกดูแลและบริหารจัดการจากผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ พร้อมตรวจสอบปัญหาได้อย่างรวดเร็ว น่าเชื่อถือ ออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผลปริมาณสูง พร้อม Hardware ที่มีประสิทธิภาพ และพร้อมให้บริการได้ตลอดเวลา จึงยากต่อการเกิด Downtime และการสูญเสียของข้อมูลเมื่อ Hardware มีปัญหา สะดวกและมีความยืดหยุ่น รองรับการเข้าใช้งานได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ปราศจากข้อจำกัดเรื่องอุปกรณ์ และการเข้าถึง สามารถจัดการ ปรับปรุง แก้ไข และแชร์ข้อมูล พร้อมกันได้อย่างรวดเร็ว จัดการง่าย เซิร์ฟเวอร์รองรับการติดตั้ง Software ได้หลากหลายชนิด Software หรือ Application อาจมาพร้อมกับ User Interface ให้ผู้ใช้สามารถบริการจัดการหรือตั้งค่าได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้เซิร์ฟเวอร์ยังสามารถแบ่งเบาภาระงานและลดความซ้ำซ้อนของการรันโปรแกรมหรือ Application ต่างๆ ไว้บนเซิร์ฟเวอร์เพียงเครื่องเดียว ช่วยให้ผู้ดูแลสามารถดูแลและบริการจัดการระบบทั้งหมดได้จากส่วนกลางเพียงจุดเดียว ทั้งยังช่วยลดความซ้ำซ้อนของการใช้ทรัพยากรเช่น Disk และหน่วยประมวลผล ที่ทำให้เกิดความยุ่งยากต่อการจัดการ รวมถึงยังเป็นศูนย์กลางของข้อมูล ลดการกระจัดกระจายของข้อมูลออกไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกด้วย ปัจจุบัน Cloud Server เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเป็นการโฮสต์โดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเอง ซึ่งมีทั้ง Cloud Provider ในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในต่างประเทศนั้นจะมีราคาสูงเพราะมีเรื่องของมูลค่าในเรื่องของการดูเรื่องความปลอดภัยไม่ว่าจะเป็น Microsoft Azure, Google Cloud, หรือ AWS และช่วงนี้มีคอร์สเรียนฟรีจากผู้ให้บริการต่างๆ พร้อมด้วยการสมัครทดลองใช้ฟรีด้วยนะคะ แต่นั่นคือคุณต้องมีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นก่อน และต้องหาผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้วย สำหรับ Azure เองตอนนี้มีให้เรียนรู้เพิ่มเติมบนเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ คลิกที่นี่ นะคะ สุดท้ายเมื่อจำเป็นต้องเลือกใช้งานเซิร์ฟเวอร์ เราควรพิจารณาจากหลายปัจจัยตามที่ได้กล่าวไปข้างตน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในแง่ของการจัดการต้นทุนและความคุ้มค่าที่จะเกิดขึ้น และ Netway เราพร้อมให้คำปรึกษาในทุกคำถามเกี่ยวกับเซิร์ฟเวอร์ รวมถึงการ Configuration ต่างๆ โดยมีผู้เชียวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ศึกษาข้อมูลและบริการทั้งหมดได้ที่ __________________________________________________________________________________________________ Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, cPanel และอื่นๆ อีกมากมาย และเรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/ #ให้เราช่วยคุณเรื่องไอที #การสื่อสาร Netway #มีครบจบที่เดียว #Office365 #Microsoft