6 อันดับแรก แพลตฟอร์ม CMS สำหรับงานเว็บไซต์ในปี 2025 แพลตฟอร์ม CMS (Content Management System) คือซอฟต์แวร์สำหรับติดตั้งโดยต้องมีโดเมนและโฮสติ้ง ซึ่งซอฟต์แวร์นี้ช่วยให้สร้าง จัดการ และแก้ไขเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้เอง แพลตฟอร์มนี้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคนิคมากนักเพราะมีเครื่องมือการจัดการที่สมบูรณ์ โดย Features หลักๆ ของ CMS ทั่วไปที่มี คือ Themes/Templates Plugins/Extensions User Management SEO Tools Mobile Responsiveness Headless CMS AI and Automation Cloud-Based Solutions ซึ่งทำให้ CMS เป็นเครื่องมือที่สร้างเว็บไซต์และดูแลเว็บไซต์ที่สมบูรณ์ครบครัน จึงเป็นที่นิยมสำหรับผู้ใช้งานทั่วโลก มาดูว่ารายชื่อแพลตฟอร์ม CMS ที่ดีที่สุด 6 อันดับแรกในปี 2025 มีอะไรบ้าง 1. WordPress WordPress เปิดตัวในปี 2003 และเป็น CMS ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลก WordPress เว็บไซต์กว่า 40% และเป็นที่รู้จักจากอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย มีระบบปลั๊กอิน WordPress ที่ครอบคลุม และธีมที่ปรับแต่งได้ เวอร์ชั่นล่าสุด WordPress 6.7.1 ข้อดีของ WordPress Flexibility and Customization SEO-Friendly Services Cost-Effectiveness Large Community Scalability Third-Party Integrations 2. Joomla Joomlaเป็น CMS รุ่นเก่าอีกตัวหนึ่งที่เปิดตัวในปี 2005 เป็นแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพที่สามารถใช้กับเว็บไซต์ทุกรูปแบบและยังมีตัวเลือกการปรับแต่งมากมายที่ช่วยให้ปรับแต่งเว็บไซต์ให้เป็นแบบที่ต้องการได้ โดย Joomla เป็นที่รู้จักในตลาดว่ามีโซลูชันที่ดีมีประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาฟีเจอร์การจัดการระบบผู้ใช้งาน (user management) ค่ายนี้ครองส่วนแบ่งการตลาด 2.1% ของเว็บไซต์ทั้งหมดที่มีอยู่บนอินเทอร์เน็ต เวอร์ชั่นล่าสุด 5.2.3 ข้อดีของ Joomla Advanced User Management Wide Range of Extensions Customizable Templates Multilingual Support SEO Tools Custom Development 3. Drupal Drupal เปิดตัวครั้งแรกในปี 2001 ซึ่งเปิดตัวก่อน WordPress และ Joomla เป็น CMS ดั้งเดิมอีกตัวหนึ่งที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสามารถในการปรับแต่งและความยืดหยุ่นของโปรแกรม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างและจัดการเว็บไซต์ที่ซับซ้อน CMS นี้เน้นเรื่องการปรับแต่งโปรแกรมขั้นสูง โดยมีฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย เช่น แก้ไขเนื้อหาได้เอง (Custom Content) และการครอบคลุมเรื่องการซัพพอร์ต API ดังนั้น Drupal จึงได้รับความนิยมอย่างมากจากนักพัฒนาและบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทีมไอทีสำหรับพัฒนาภายในองค์กร เนื่องจาก Drupal มีโซลูชันเว็บไซต์ที่ซับซ้อนกว่าค่ายอื่น จึงครองส่วนแบ่งการตลาดน้อยกว่า Joomla และ WordPress โดยคิดเป็น 1.4% ของเว็บไซต์ทั้งหมด ข้อดีของ Drupal Modular Architecture Extensive API Support Scalability and Performance Security Multilingual Website Support Thousands of Modules 4. Wix, Squarespace และ Shopify 3 ค่ายนี้ใช้ได้ดีเสมอกัน Wix, Squarespace และ Shopify เป็นแพลตฟอร์ม CMS ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานและผู้ใช้ที่ยังไม่เชี่ยวชาญด้านเทคนิค แพลตฟอร์มเหล่านี้มีบริการโฮสต์เว็บของตนเองและเรียบง่ายกว่า WordPress, Joomla และ Drupal มาก แต่ยังขาดฟังก์ชันขั้นสูงบางอย่าง แพลตฟอร์ม CMS ทั้ง 3 นี้ผูู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีทักษะทางเทคนิคใดๆ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเว็บบล็อก เว็บไซต์ขนาดเล็กและขนาดกลาง ความนิยมและการใช้งานทั้ง 3 แพลตฟอร์มยังมีส่วนแบ่งการตลาดที่ใกล้เคียงกันอีกด้วย ข้อดีของ Wix Ease of Use Wide Range of Templates Wix App Market ข้อดีของ Squarespace Templates Ecommerce Design Flexibility ข้อดีของ Shopify eCommerce Scalability App Ecosystem จาก CMS ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เหมาะสำหรับนักพัฒนาเว็บไซต์และผู้ใช้งานทั่วไป โดยต้องเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม หากมีชื่อโดเมน (Domain) และโฮสต์ติ้ง (Hosting) พื้นที่สำหรับเก็บข้อมูล และต้องการมีเว็บไซต์ เพียงแค่ตั้งค่าเว็บโฮสติ้งติดตั้ง CMS เลือกธีมสำหรับเว็บไซต์ของคุณโดยปรับแต่งเลเอาท์เล็กน้อย เลือกปลั๊กอิน ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ อัพโหลดรูปและเนื้อหาข้อมูลต่างๆ บนเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจ Windows Hosting หรือ Linux Hosting หากสนใจบริการโฮสต์ติ้ง (Hosting) กับ Netway Communication คลิกอ่านรายละเอียดได้ที่ Windows Hosting หรือ Linux Hosting Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/ อ้างอิง: scalahosting
Top 20 Programming Languages in 2025 เนื่องจากเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ภาษาโปรแกรมจึงมีความเฉพาะทางและหลากหลายมากขึ้น ความต้องการนักพัฒนาที่มีทักษะจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความต้องการความรู้เกี่ยวกับภาษาโปรแกรมที่เกี่ยวข้องและทรงพลังที่สุดด้วย จากการจัดอันดับของ TIOBE Index และ RedMonk จากต่างประเทศ คาดว่าภาษาโปรแกรม เช่น Python, JavaScript และ Java จะยังคงได้รับความนิยมในปีถัดๆไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามา เช่น AI, Cloud Computing และ Blockchain ณ ปัจจุบันนี้ ที่ยังคงกำหนดทิศทางอนาคตของเทคโนโลยีต่อไป รายชื่อภาษาการเขียนโปรแกรมยอดนิยมสำหรับปี 2025 โดยอ้างอิงจาก Stack Overflow Developer Survey, GitHub Octoverse และ TIOBE มีดังนี้ 1. Python Python เป็นภาษาระดับสูง (High-Level, Interpreted Language) สามารถรองรับรูปแบบการเขียนโปรแกรม ได้หลายแบบ เช่น การเขียนโปรแกรม เชิงกระบวนการ การเขียนโปรแกรมเชิงออฟเจ็ก (Object-Oriented) และการเขียนโปรแกรมเชิงฟังก์ชัน ไลบรารีที่เป็นไปตามมาตรฐานขนาดใหญ่่ ใช้ในงานวิทยาศาสตร์ข้อมูล การทำงานกับเครื่องจักร (Machine Learning) เว็บแอปพลิเคชันและประเภทงานที่เน้นระบบอัตโนมัติ 2. JavaScript JavaScript เป็นภาษาขั้นสูง (High-Level Language) ที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ข้อมูลแบบไดนามิกเป็นส่วนใหญ่รองรับกับเบราว์เซอร์สมัยใหม่ได้ จำเป็นสำหรับการพัฒนา front-end และ back-end โดย Node.js, JavaScript เริ่มถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในการพัฒนาด้านเซิร์ฟเวอร์ (server-side development) จึงกลายมาเป็นหนึ่งในภาษา ที่สำคัญที่สุดในสายงาน full-stack development ที่ใช้งานแอปพลิเคชันโปรแกรมขนาดใหญ่ มี Tools และ Frameworks ให้เลือกใช้มากมาย 3. Java Java เป็นภาษาที่เน้นออฟเจ็กเป็นหลักและอิงตามคลาส (Object-Oriented, Class-Based Language) เป็นที่รู้จักในเรื่องความเป็นอิสระของระบบ (Java Virtual Machine (JVM)) รองรับหลายแพลตฟอร์ม ประสิทธิภาพสูง มีฟีเจอร์ครบถ้วน โดยเขียนครั้งเดียวรันได้ทุกที่ ภาษานี้ถูกนำไปใช้งานโซลูชั่นอย่างแพร่หลายในองค์กรที่มีการพัฒนาแอป Android และระบบขนาดใหญ่ 4. C# C# เป็นภาษาโปรแกรมเชิงออฟเจ็กขั้นสูง (High-Level Object-Oriented Programming Language) ที่ทันสมัยซึ่งพัฒนาโดย Microsoft เป็นภาษาที่เป็นส่วนหนึ่งของ .NET และช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะบนเดสก์ท็อป เว็บไซต์และมือถือ เป็นหัวใจหลักในการพัฒนาเกมด้วย Unity และใช้พัฒนาแอปพลิเคชันระดับองค์กร เช่น Windows และเกมส์ในไมโครซอฟท์ (Microsoft) 5. C++ C++ เป็นส่วนเสริมส่วนขยายที่ต่อยอดมาจากภาษา C มาตรฐาน ทำให้ฟีเจอร์เชิงออฟเจ็ก (Object-Oriented Features) ที่มีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์สูงตรงตามเป้าหมาย จึงเหมาะสำหรับการเขียนโปรแกรม, พัฒนาระบบเกมส์ รวมถึงแอปพลิเคชันที่ต้องการประมวลผลแบบเรียลไทม์ แต่ก็เป็นภาษาการเขียนโปรแกรมที่มี Syntax ค่อนข้างซับซ้อน 6. PHP PHP เป็น Server-side scripting language ภาษาสคริปต์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์สำหรับการพัฒนาบนอินเทอร์เน็ต การใช้งานหลักๆ ของ PHP คือการสร้างเว็บไซต์แบบไดนามิกและระบบจัดการข้อมูล เรียนรู้ได้ง่าย มีการรองรับภาษานี้อย่างกว้างขวาง โดดเด่นด้านการพัฒนาเว็บไซต์ มีการใช้งานร่วมกับฐานข้อมูลอย่าง MySQL 7. Ruby Ruby เป็น Open-Sourced, Dynamic Language ภาษาที่ดาวน์โหลดฟรีนำมาพัฒนาต่อยอดได้ มีผู้ร่วมพัฒนามากมายในต่างประเทศ และเป็นภาษาแบบไดนามิกกล่าวคือ Dynamic typed ตัวแปรทั้งหมดจะต้องถูกกำหนดก่อนที่จะใช้งาน ไม่ต้องคอมไพล์ ลดขั้นตอนในการพัฒนาซอพท์แวร์ โดยคำนึงถึงการใช้งานและประสิทธิภาพการทำงานเป็นหลัก มีโครงสร้างภาษาที่เรียบง่าย 8. Swift Swift เป็น Programming Language ภาษาโปรแกรมที่ทรงพลังและใช้งานง่าย สำหรับ macOS, iOS, watchOS และ tvOS การพัฒนาใน Swift เป็นแบบการโต้ตอบ (interactive) Swift ยังมีฟีเจอร์ทันสมัยที่นักพัฒนาชื่นชอบอีกด้วย 9. R R เป็นภาษา Statistical Computing and Graphics Language ใช้สำหรับการคำนวณทางสถิติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและมีเทคนิคมากมาย จึงเป็นตัวเลือกที่นิยมสำหรับการเขียนโปรแกรมแบบวิเคราะห์ข้อมูล 10. SQL SQL คือ Language Standard เหมาะสำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลโดยเฉพาะ การสอบถาม การเลือก การดึง การจัดการระบบฐานข้อมูลและการจัดเก็บข้อมูลในคลังข้อมูล ไม่เหมาะกับการเขียนโปรแกรมทั่วไป 11. Kotlin เป็นภาษาโปรแกรมใหม่ลักษณะ Statically Typed สามารถทำงานร่วมกับ Java ได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและความปลอดภัย โดยค่อยๆ ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นสำหรับการพัฒนา Android และแอปพลิเคชันด้านเซิร์ฟเวอร์ โดยโครงสร้างภาษายังสู้ Java ไม่ได้ ยังต้องมีการพัฒนาไลบรารีอีกมาก 12. TypeScript TypeScript คือ strongly typed superset of JavaScript ซึ่งสามารถคอมไพล์เป็น JavaScript ทั่วไปได้ มีรูปแบบภาษาที่เรียบง่ายและมีความเร็ว ใช้งานในไมโครเซอร์วิส (Microservices) และระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) อย่างในระบบ Backend เช่น ในบริการคลาวด์และการเขียนโปรแกรมระบบที่มีประสิทธิภาพในแอปพลิเคชันสมัยใหม่และเป็นที่นิยมในกลุ่ม DevOps 13. Go Go หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Golang เป็นภาษา Statically Typed, Compiled Language ออกแบบโดย Google เป็นที่รู้จักในเรื่องความเรียบง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างแอปพลิเคชันที่ปรับขนาดโครงสร้างโปรแกรมและทำงานพร้อมกันได้ 14. Rust Rust เป็น Systems Programming Language ภาษาโปรแกรมระบบที่เน้นด้านความปลอดภัย ความเร็ว และการทำงานได้พร้อมกัน ออกแบบมาเพื่อป้องกันจุดบกพร่องทั่วไปและรับรองความปลอดภัยของหน่วยความจำ 15. Scala Scala เป็นภาษาขั้นสูง High-Level Language ที่ผสมผสานการเขียนโปรแกรมเชิงออฟเจ็กและเชิงฟังก์ชัน (object-oriented and Functional Programming) เข้าด้วยกัน ได้รับการออกแบบให้กระชับและเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ ใช้ในการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบดิสทิบิว (Distributed Systems) และการพัฒนาเว็บ เหมาะกับความต้องการโซลูชันที่มีความยืดหยุ่นปรับโครงสร้างโปรแกรมได้ 16. Dart Dart เป็น Client-Optimized Language ภาษาที่ปรับแต่งให้เหมาะกับระบบไคลเอนต์ (Client) สำหรับแอปที่เน้นความรวดเร็วบนแพลตฟอร์มทั่วไป ออกแบบมาเพื่อสร้างแอปพลิเคชันมือถือ เดสก์ท็อป เซิร์ฟเวอร์ และเว็บไซต์ 17. Perl Perl เป็น General-Purpose, Interpreted Language ภาษาระดับสูงสำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไป เป็นที่รู้จักในด้านความสามารถในการประมวลผลข้อความ มักใช้สำหรับการดูแลระบบ การพัฒนาเว็บ และการเขียนโปรแกรมเครือข่าย 18. MATLAB MATLAB เป็น High-Performance Language ภาษาประสิทธิภาพสูงสำหรับการคำนวณทางเทคนิค โดยผสานการคำนวณ การแสดงภาพ และการเขียนโปรแกรมให้แสดงผลลัพธ์ที่ดูได้ง่ายขึ้น MATLAB โดดเด่นในด้านการคำนวณเชิงตัวเลขโดยมีกล่องเครื่องมือมากมายสำหรับการดำเนินการทางคณิตศาสตร์ การจำลอง และการวิเคราะห์ข้อมูลในแวดวงวิชาการและอุตสาหกรรม ได้รับความนิยมอย่างสูงในด้านวิศวกรรมและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ แต่ต้นทุนลิขสิทธิ์สูงและไม่เหมาะกับการเขียนโปรแกรมทั่วไป 19. VBA or (Visual Basic for Applications) Visual Basic for Applications หรือ VBA เป็นภาษาการเขียนโปรแกรมแบบอิงจาก Microsoft เป็นหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในแอปกลุ่ม Microsoft Office โดยเฉพาะ จะไม่เหมาะสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน มักใช้ในการสร้างแมโครและฟังก์ชันใน Excel และ Access ให้ทำงานได้อัตโนมัติ ซึ่งเป็นกลุ่มแอปที่ยังคงได้รับความนิยมตามสำนักงานในธุรกิจทั่วๆไป 20. Shell Scripting Shell Scripting ใช้ในการเขียนโปรแกรมขนาดเล็กที่ทำงานได้อย่างอัตโนมัติในระบบปฏิบัติการประเภทยูนิกซ์ (Unix) แต่ไม่เหมาะสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน ส่วนใหญ่ใช้สำหรับสายงานที่ดูแลระบบและการรันงานซ้ำๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เป็นไปอย่างอัตโนมัติ สำหรับผู้ที่สนใจ Windows Hosting หรือ Linux Hosting หากสนใจบริการโฮสต์ติ้ง (Hosting) เพื่อจัดเก็บระบบเว็บไซต์ออนไลน์กับ Netway Communication คลิกอ่านรายละเอียดได้ที่ Windows Hosting หรือ Linux Hosting Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/ อ้างอิง: geeksforgeeks.org
How to Exclude Files and Directories When Creating a tar.gz File. tar เป็นคำสั่ง Unix ใช้สำหรับบีบอัดไฟล์และโฟลเดอร์ ให้ขนาดลดลง เพื่อลดพื้นที่ในการเก็บและสะดวกต่อการย้ายย้อมูล โดนมีรูปแบบต่างๆ เช่น .tar, .tar.gz, .cpio, .tar.bz2, .zip, .rar, etc. สำหรับบทความนี้จะนำเสนอคำสั่ง tar --exclude option คือการบีบอัดไฟล์โดยมีเงื่อนไข ยกเว้นไฟล์ที่ไม่ต้องการให้บีบอัดทดสอบสร้างไฟล์เดอร์ 1. Open terminal และสร้างโฟลเดอร์ ด้วยคำสั่ง mkdir user@user:~$ mkdir main_folder user@user:~$ cd main_folder 2. สร้างไฟล์และโฟลเดอร์ภายใต้โฟลเดอร์ main_folder ด้วยคำสั่ง touch และ mkdir user@user:~/main_folder$ touch file1.txt file2.txt file3.txt user@user:~/main_folder$ mkdir mkdir folder1 folder2 folder3 3. แสดงรายชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ ด้วยคำสั่ง ls user@user:~/main_folder$ ls file1.txt file2.txt file3.txt folder1 folder2 folder3 4. วิธีใช้คำสั่ง tar --exclude option เพื่อยกเว้นไฟล์ที่ไม่ต้องการบีบอัด $ tar --exclude="pattern" [options] [archive_name] [path] option อื่นๆ -z: compresses the files and directories using gzip-c: creates a new archive file-v: verbosely lists the files and directories processed-f: allows us to specify a filename for the archive created-x: extract files from an archive-exclude: excludes file1.txt file when creating the archivetar(1) — Linux manual page 4.1 ตัวอย่างคำสั่ง tar ยกเว้นไฟล์ file1.txt ลงท้ายด้วย (.) จุด หมายถึงโฟลเดอร์ปัจจุบัน $ tar --exclude='file1.txt' -zcvf backup.tar.gz . ./ ./folder2/ ./folder3/ ./file3.txt ./file2.txt ./folder1/ ตรวจสอบแตกไฟล์ด้วยคำสั่ง $ tar -zxvf backup.tar.gz ./ ./folder2/ ./folder3/ ./backup.tar.gz ./file3.txt ./file2.txt ./folder1/ จากผลลัพธ์การแตกไฟล์ backup.tar.gz จะไม่มีไฟล์ file1.txt 4.2 ตัวอย่างคำสั่ง tar ยกเว้นไฟล์ file1.txt และยกเว้นโฟลเดอร์ folder1 ลงท้ายด้วย (.) จุด หมายถึงโฟลเดอร์ปัจจุบัน $ tar --exclude='file1.txt' --exclude='folder1' -zcvf backup.tar.gz. ./ ./folder2/ ./folder3/ ./file3.txt ./file2.txt ตรวจสอบแตกไฟล์ด้วยคำสั่ง $ tar -zxvf backup.tar.gz ./ ./folder2/ ./folder3/ ./file3.txt ./file2.txt จากผลลัพธ์การแตกไฟล์ backup.tar.gz จะไม่มีไฟล์ file1.txt และไม่มีโฟลเดอร์ folder1 4.3 ตัวอย่างคำสั่ง tar ยกเว้น ทุกไฟล์ที่นามสกุล *.txt ลงท้ายด้วย (.) จุด หมายถึงโฟลเดอร์ปัจจุบัน $ tar --exclude='*.txt' -zcvf backup.tar.gz. ./ ./folder2/ ./folder3/ ./folder1/ ตรวจสอบแตกไฟล์ด้วยคำสั่ง $ tar -zxvf backup.tar.gz ./ ./folder3/ ./folder2/ ./folder1/ จากผลลัพธ์การแตกไฟล์ backup.tar.gz จะไม่มีไฟล์ที่นามสกุล .txt
SharePoint Document library คืออะไร, ทำงานอย่างไร และมีข้อดีอย่างไรSharePoint Document library เป็น SharePoint type ประเภทหนึ่ง ที่ใช้งานเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบของไฟล์ และ โฟลเดอร์ ซึ่งทำงานลักษณะเดียวกันกับ OneDrive แตกต่างกันที่สถานที่เก็บไฟล์ และการจัดการสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์ เปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย คือ1. OneDrive พื้นที่ผูกติดกับส่วนของผู้ใช้งาน SharePoint เป็นพื้นที่ส่วนขององค์กร และจัดสรรโดย Microsoft 365 Group อีกที2. OneDrive สิทธิ์สูงสุด (Owner) เป็นของผู้ใช้งาน และถ้าหากต้องการให้ใครเข้าถึงไฟล์ได้ จะใช้วิธีการแชร์ออกไป หรือให้สิทธิ์เพิ่มเติมเป็นหลัก SharePoint สิทธิ์สูงสุด (Owner) อยู่ที่จะกำหนดว่าเป็น User ใด และการเข้าถึงไฟล์ต่างๆ เริ่มต้นจากสิทธิ์ที่มีอยู่ใน Microsoft 365 Group หรือ SharePoint Site นั้นๆ (Member)จากข้อ 1 เรื่องพื้นที่ทำให้ SharePoint มีข้อดีในด้านการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่ยึดติดกับผู้ใช้งาน ทำให้ในกรณีที่ผู้ใช้งานไม่ได้อญู่ในองค์กรอีกต่อไปแล้ว และต้องการลบผู้ใช้งาน จะทำให้ไม่ส่งผลต่อข้อมูลที่อยู่บนพื้นที่ของ SharePoint ซึ่งลดความยุ่งยากในด้านการถ่ายโอนข้อมูลต่างๆ ได้เช่นกันจากข้อ 2 เรื่องสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ทำให้ SharePoint มีข้อดีด้านการจัดการ และแบ่งแยกประเภทของข้อมูลได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การจัดเก็บไฟล์แยกตามแผนก ที่ต้องอาศัยสิทธิ์ขั้นตอน ในการเข้าถึงข้อมูลได้ การจัดการสิทธิ์ในการลบข้อมูลถาวร หรือกู้ข้อมูล เนื่องจากผู้ที่จะลบถาวรได้ หรือกู้คืนข้อมูลได้ จะต้องเป็นสิทธิ์ Owner ของ Site ที่ต้องการเท่านั้นเพิ่มเติมด้านสิทธิ์ของ SharePointจะมีสิ่งที่สามารถทำได้ คือการกำหนด Policy ต่างๆ แยกกันไปตามของแต่ละ SharePoint Site ได้ด้วยจากผู้ดูแลระบบ เช่น - การตั้งค่าเรื่องพื้นที่ ที่ต้องการให้ใช้งานได้ไม่เกินปริมาณเท่าใด - การตั้งค่าเรื่องการแชร์ไฟล์ ซึ่งสามารถเลือกที่จะไม่ให้แชร์ไฟล์ออกไปยังภายนอกองค์กรได้ หรือไม่ได้ - การบังคับใช้ Policy ต่างๆ ด้านการเก็บข้อมูล (Retenton Policy) หรือ Policy ด้านความลับของเอกสาร (Sensitive Information) ได้เป็นราย SharePoint Site ช่องทางในการเข้าใช้งาน SharePoint Document libraryโดยเริ่มต้น หาก SharePoint Site ได้ถูกสร้างขึ้น ผู้ใช้งานที่สามารถเข้าใช้งาน SharePoint Site นั้นๆ ได้ จะต้องมีสิทธิ์ในการเข้าถึงได้ ไม่ว่าด้วยสิทธิ์อะไร ซึ่งโดยสิทธิ์ในการเข้าถึง SharePoint Site เริ่มต้นจะแบ่งออกเป็น Owner, Member และ Visitorสำหรับวิธีการเข้าถึง จะแบ่งออกตามแต่ทุกท่านสะดวก ดังนี้1. การเข้าถึงผ่านคำเชิญเป็นสมาชิกของ Microsoft 365 Group โดยปกติ หากท่านได้ถูกเชิญเป็นสมาชิกของ Group ท่านจะได้รับ Email ที่ถูกเชิญ และจะมีช่องทางในการเข้าถึงได้ ซึ่งจะนำทางไปที่ Group บน Outlook Web Appจากนั้น เลือกที่สัญลักษณ์ SharePoint ก็จะเป็นการเปิด SharePoint Site ขึ้นมา และไปยัง Document2. เข้าใช้งานผ่าน OneDrive หากท่านสะดวกในการเข้าใช้งานผ่าน OneDrive หรือใช้งานผ่าน OneDrive เป็นประจำอยู่แล้ว และต้องการเข้าใช้งานข้อมูลใน SharePoint จะมีช่องทางลัด หรือ Quick access แสดงอยู่ใน OneDriveจากช่องทางนี้ ผู้ใช้งานหลายๆ ท่านมักจะเข้าใจผิดว่า พื้นที่ส่วนนี้ยังเป็นพื้นที่ส่วนของ OneDrive อยู่ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ทาง Microsoft มีการเพิ่มช่องทางลัดในการเข้าถึงเอกสารใน SharePoint เพิ่มขึ้นมาให้ท่าน เพื่อเข้าใช้งานได้สะดวกมากขึ้นนั่นเองสำหรับช่องทางลัดที่แสดงขึ้นมา จะแสดงขึ้นมาเท่าที่ท่านเป็นสมาชิกอยู่เพียงเท่านั้น3. เข้าใช้งานผ่าน Teams บน Microsoft Teams ในกรณีที่ท่านสร้าง Microsoft 365 Group และเลือกสร้าง Teams ด้วย หรือ ท่านสร้าง Teams ผ่าน Microsoft Teams ท่านจะสามารถเข้าถึง SharePoint Document ได้จาก Tab File ผ่าน Team นั้นๆ ได้เช่นกันข้อควรทราบ หากท่านใช้งาน SharePoint รวมกับ MS Teams คือ1. ใน SharePoint Document ของท่าน จะถูกสร้างโฟลเดอร์ตามชื่อ Channel เสมอ และเมื่อเข้าใช้งานผ่าน Teams จะเป็นการเข้าใช้งานผ่านโฟลเดอร์นั้นๆ โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่นในภาพ จะถูกเข้าใช้งานไปที่โฟลเดอร์ General โดยเริ่มต้นเมื่อคลิกที่ Tab Files2. หากท่านต้องการเข้าไปยัง SharePoint Site โดยตรง สามารถเลือก "Open in SharePoint" ได้จาก Tab Files ได้เช่นกัน3. ในกรณีที่มีการสร้าง Channel ผ่าน Teams ดังกล่าวขึ้นมา - หากเป็น General Channel ทั่วไป จะถูกเก็บไว้ยัง SharePoint Site เดียวกันทั้งหมด เพียงแค่เป็นการแยกโฟลเดอร์ในการใช้งานเพียงเท่านั้น - หากสร้าง Channel ในรูปแบบของ Private Channel หรือ Shared Channel ระบบจะสร้าง SharePoint Site ขึ้นมาให้ใหม่อัตโนมัติ โดยไม่เกี่ยวข้องกับ SharePoint Site หลัก เนื่องจากจะมีการกำหนด Member ในการเข้าถึงใหม่โดยเฉพาะดังนั้น จึงไม่จำเป็นเสมอไปว่า 1 Teams จะมีเพียง 1 SharePoint Site เนื่องจากมีการแบ่งเรื่องของ Channel ออกมาด้วยต่างหากนั่นเอง
5 Chrome Extensions ที่น่าสนใจสำหรับงานออนไลน์ ใน Google Chrome คือ Browser ที่เรียกใช้งานเว็บไซต์ โดยมีเครื่องมือ (Tool) หลายชนิด โดยสามารถติดตั้งได้ฟรี อย่าง Chrome Extensions ใน Chrome Web Store ที่เป็นส่วนเสริมตัวเลือกหนึ่ง เป็นแหล่งรวมเครื่องมือมากมายให้เลือกสรรตามการใช้งาน เหมาะกับผู้ใช้สำหรับการท่องเว็บไซต์ออนไลน์และการใช้งานด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น 1. Awesome Screen Recorder & Screenshot เป็นเครื่องมือที่น่าสนใจในการแคปเจอร์หน้าจอหรือหน้าเว็บไซต์ให้เป็นไฟล์ภาพและวิดิโอ ซึ่งใช้งานได้ทั้งภาพนิ่ง และบันทึกเรคคอร์ดภาพเคลื่อนไหว โดยมี 2 เมนูหลัก คือ 1.1 เมนู Capture สำหรับภาพนิ่ง เป็นเครื่องมือการแคปเจอร์ (Capture) หน้าจอเว็บไซต์ทั้งหน้าใดๆ ของหน้าจอ windows หรือหน้าเว็บไซต์ให้เป็นภาพนิ่ง สามารถเลือกภาพจากเครื่องคอมพิวเตอร์มาแก้ไขได้ มี 3 เมนูย่อย เมนู Visible Part แคปเจอร์หน้าจอที่เห็นในขณะนั้นซึ่งอาจจะไม่เต็มหน้าเว็บไซต์ เมนู Full Page แคปเจอร์หน้าเว็บไซต์ทั้งหน้า โดยไม่ต้องเลื่อนสกรอบาร์ (Scroll bar) เมนู Selected Area เลือกเฉพาะส่วนตามต้องการ นอกจากจะแคปเจอร์หน้าจอขณะเปิดใช้งานอยู่ ยังสามารถเลือกสลับหน้าต่าง Windows อื่นๆ ที่เปิดค้างไว้ได้ สามารถเลือกรูปจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ด้วยเมนู Annotate Local & Clipboard Image เพื่อดึงขึ้นมาแก้ไขเติมแต่งภาพได้ เช่น ใส่อักษร, กรอบ, เส้น, ลูกศร, Crop ภาพ, เบลอภาพ อีกทั้งบันทึกเป็นไฟล์สกุล .pdf, .jpg, .png และดาวน์โหลดลงมาได้ 1.2 เมนู Record สำหรับภาพเคลื่อนไหวหรือวิดิโอ เป็นการอัด/เรคคอร์ดหน้าจอขณะเคลื่อนไหวได้ เลือกความละเอียด HD ได้ สามารถอัพโหลดขึ้นคลาวด์ (Cloud) Google Drive, Youtube หรือดาวน์โหลดลงเครื่องของเราเป็นไฟล์วิดิโอ สกุล .webm, .mp4 ได้ 2. GoFullPage แคปเจอร์ (Capture) คือ การคัดลอกหน้าจอเว็บไซต์ให้เป็นไฟล์ภาพนิ่ง ในการทำงานออนไลน์บางครั้งเราจำเป็นต้องแคปเจอร์ (Capture) ข้อมูลของเราบนเว็บไซต์ทั้งหน้าเพื่อใช้งานบางอย่าง เช่น ภาพประกอบในรายงาน (Report), ภาพประกอบคู่มือการใช้งาน, ภาพประกอบการ Backup ข้อมูลหน้าเว็บ หรือนำไปใช้ในงานกราฟฟิกเป็นต้น GoFullPage เป็นเครื่องมือการแคปเจอร์ (Capture) หน้าจอเว็บไซต์ทั้งหน้าให้เป็นภาพนิ่ง ที่มีให้ในเอ็กเท็นชั่น (Extensions) ของเบราว์เซอร์โครม (Chrome Browser ) เป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่ายโดยไม่ต้องใช้เมาท์เลื่อนสกรอบาร์ (Scroll bar) สามารถแก้ ไขเติมแต่งภาพ (Shape) ใส่อักษร กรอบ, เส้น, ลูกศร และสามารถปรับรูปแบบ (Formatting) Crop ภาพ, ใส่กรอบ URL & Browser, วันที่/เวลาที่แคปเจอร์, เลือกตำแหน่งแสดง URL วันที่เวลาด้านบนหรือด้านล่างได้ อีกทั้งบันทึกเป็นไฟล์สกุล .pdf, .jpg, .png และดาวน์โหลดลงมาได้ 3. QR Code Generator เป็น Extensions สำหรับสร้างรูป QR Code โดยใช้วิธีการสแกนเพื่อลิ้งค์ไปยังหน้าเว็บไซต์ออนไลน์, หน้าดาวน์โหลดเอกสาร, หน้าสมัครงาน, แผนที่ในสถานที่ต่างๆ ที่ปักหมุดจาก Google Maps เช่น บริษัท, ร้านอาหาร, โรงแรม, สถานที่ท่องเที่ยว ที่ใช้โทรศัพท์หรืออุปกรณ์โมบายต่างๆ สแกนผ่านแอปที่อยู่ในเครื่องได้ง่ายโดยไม่ต้องเสียเวลาในการพิมพ์ เมื่อติดตั้งและใช้งาน QR Code Generator เพียงเปิดหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการ แล้วกดใช้งาน จะแสดงรูปภาพ QR Code สามารถดาวน์โหลดรูปภาพ QR Code นั้นๆ ลงมาเพื่อประยุกต์ใช้ต่อยอดในงานกราฟฟิกหรือสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ต่อไปได้ 4. Google Translate เป็น Extensions ที่ใช้สำหรับแปลหน้าเว็บไซต์ สามารถเลือกได้หลายภาษาและแปลภาษาที่ต้องการได้ทั้งหน้าเว็บไซต์ เช่น เปิดเว็บไซต์ภาษาอังกฤษ เมื่อติดตั้ง Extensions Translate เสร็จแล้วให้ตั้งค่าภาษาไทยไว้ก่อน การใช้งานเพียงแค่คลิกขวาแล้วเลือก "Translate to ไทย" จะสามารถแปลได้ทั้งหน้าเว็บไซต์ได้ทันที โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาคัดลอกข้อมูลมาวางบน https://translate.google.com/ อีกต่อไป 5. Responsive Viewer เป็น Extensions สำหรับใช้ทดสอบหน้าเว็บไซต์ Responsive แทนอุปกรณ์ต่างๆเบื้องต้น โดยแสดงผลหน้าจอได้หลายขนาดตามอุปกรณ์โมบายที่มีในปัจจุบัน เมื่อเปิดเว็บไซต์แล้วสามารถทดสอบ Responsive Viewer ได้ทันที การแสดงผลเริ่มต้นขณะใช้งาน เมื่อคลิกเมนูในเว็บไซต์หน้าใดก็ตาม ทุกๆหน้าจอจะเปลี่ยนไปพร้อมกัน ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบความผิดพลาดได้ง่ายและเร็วขี้น หากต้องการแสดงผลเฉพาะบางจอก็สามารถเปลี่ยนโดยคลิกปุุ่ม sync click ได้เช่นกัน วิธีการติดตั้ง Extensions เข้า Chrome Browser เปิดจาก URL นี้ https://chromewebstore.google.com/ แล้วพิมพ์ชื่อ Extensions ที่ต้องการ หรือ 1. เปิดเข้าใช้งาน เบราว์เซอร์โครม (Chrome Browser) 2. คลิกปุ่ม จุด 3 จุด (ขวามือ) --> Extensions --> Visit Chrome Web Store วิธีการลบ Extensions 1. เปิดเข้าใช้งาน เบราว์เซอร์โครม 2. คลิกปุ่ม จุด 3 จุด (ขวามือ) --> Extensions --> Manage Extensions --> เลือกชื่อ Extensions ที่เราต้องการลบ --> กดปุ่ม Remove หรือเข้าลิ้งค์ chrome://extensions/ ตัวอย่าง: วิธีการติดตั้ง GoFullPage นอกจาก Chrome Extensions ที่กล่าวมาข้างต้น ยังมี Extensions ให้เลือกสำหรับงานด้านต่างๆ อีกมากมาย สามารถค้นหาตามการใช้งานของท่านได้จาก https://chromewebstore.google.com/ Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/