เรียน ลูกค้าผู้มีอุปการคุณ ขอแจ้งให้ทราบว่า DigiCert จะมีการปรับราคาผลิตภัณฑ์ Public Trust Certificates เฉลี่ยประมาณ 15% โดยมีผลตั้งแต่ วันที่ 10 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ครอบคลุมใบรับรองประเภทต่าง ๆ เช่น SSL/TLS Certificates (DV, OV, EV) Code Signing Certificates Document Signing Certificates S/MIME Certificates Verified Mark Certificates (VMC) และ Common Mark Certificates (CMC) EU Qualified Certificates และ PKI Overheid Certificates สาเหตุของการปรับราคา เนื่องจากอุตสาหกรรมด้าน Digital Trust และ WebPKI มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะแนวโน้มที่ อายุของ Certificate จะสั้นลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ให้บริการต้องเพิ่มขีดความสามารถของระบบและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการออกและตรวจสอบใบรับรองที่ถี่ขึ้น DigiCert จึงมีการลงทุนเพิ่มเติมในด้านต่าง ๆ เช่น การขยายโครงสร้างพื้นฐาน WebPKI เพื่อรองรับปริมาณการออก Certificate ที่เพิ่มขึ้น ระบบ Automation สำหรับการจัดการ TLS Certificate เพื่อลดขั้นตอนการทำงานแบบ Manual และลดความเสี่ยงจากระบบหยุดชะงัก การตรวจสอบ Domain Control Validation แบบอัตโนมัติผ่านการเชื่อมต่อกับระบบ DNSการปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบ OV และ EV เพื่อช่วยลดความล่าช้าในการออกใบรับรอง หากท่านต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับราคาครั้งนี้ หรือผลกระทบต่อการใช้งานของท่าน สามารถติดต่อทีมงานของเราได้ตลอดเวลา เราขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนบริการของเราเสมอมา หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ support@netway.co.th, Line: @netway หรือช่องทางการติดต่อเพิ่มเติมอื่นๆ ___________________________________________________________________________________________________________________________ เราดีใจที่คุณยังนึกถึงเรา 👧🧔 เราพร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ผ่านทุกช่องทางที่คุณสะดวก 📧 Email: support@netway.co.th 🖥 Web Chat: [[URL]] 📞 Tel: 02-055-1095 💙 Facebook Messenger: @netway.official 💚 Line ID: @netway หรือ https://bit.ly/line-netway
เราต้อง “เรียนเขียนโปรแกรม” อีกไหม…ในเมื่อสั่งให้ AI เขียนให้ได้แล้ว? AI ช่วย “พิมพ์โค้ด” ได้เร็วขึ้นจริง แต่การเป็นนักพัฒนาไม่ได้มีแค่การพิมพ์โค้ด—ยังมีการคิดเชิงระบบ ออกแบบ สื่อสาร ตรวจสอบความถูกต้อง ความปลอดภัย และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ ดังนั้น ยังควรเรียนเขียนโปรแกรม เพียงแต่ “วิธีเรียน” และ “สิ่งที่ต้องเก่ง” กำลังเปลี่ยนไป ทำไมคำถามนี้ถึงดังขึ้นเรื่อย ๆ ช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา AI เข้ามาอยู่ใน IDE แบบแนบเนียนมากขึ้น จาก autocomplete ที่เดาได้แค่ชื่อตัวแปร ไปสู่การสร้างฟังก์ชันทั้งก้อน, refactor หลายไฟล์, สร้าง unit test, อธิบายโค้ด และช่วย debug ได้ภายในไม่กี่วินาที เมื่อทำได้ขนาดนี้ คำถามจึงเป็นธรรมชาติ: ถ้า AI เขียนโค้ดได้…เราจำเป็นต้องเรียน syntax ไหม? ถ้า AI สร้างโปรเจกต์ให้ได้…เราต้องเข้าใจโครงสร้างระบบไหม? ถ้า AI ช่วยแก้บั๊กได้…เรายังต้องฝึกแก้ปัญหาเองไหม? คำตอบสั้น ๆ คือ “ยังต้องเรียน” แต่ไม่ใช่เพื่อ “แข่งพิมพ์” กับ AI เพราะสิ่งที่ทำให้ซอฟต์แวร์ใช้งานได้จริงในโลก production คือการตัดสินใจที่ซับซ้อนกว่าการ generate โค้ด เช่น ข้อกำหนด (requirements), trade-off, performance, security, privacy, compliance, maintainability, observability, cost และการทำงานร่วมกับทีม ดังนั้นการเรียนเขียนโปรแกรมในยุค AI จึงเปลี่ยนจาก “จำทุกอย่าง” ไปเป็น “เข้าใจหลักการ + ตรวจสอบ/คุมคุณภาพ + สื่อสารกับ AI ให้ดี” เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: “เขียนโปรแกรม” ≠ “พิมพ์โค้ด” พิมพ์โค้ด: แปลงความคิดให้เป็น syntax เขียนโปรแกรม: ออกแบบวิธีแก้ปัญหาให้ปลอดภัย ถูกต้อง ทดสอบได้ ดูแลต่อได้ และสอดคล้องกับบริบทของระบบ ข้อดี: ใช้ AI เขียนโปรแกรมแล้วได้อะไร?1) เร็วขึ้นกับงานซ้ำ ๆ และงาน boilerplateAI ช่วยสร้างโครง โค้ดซ้ำ ๆ (CRUD, API clients, mapping, config) ทำให้ทีมไปโฟกัสที่ logic และ design มากขึ้น 2) ช่วย “อธิบาย” และ “ทำความเข้าใจโค้ด” ได้ดีขึ้นเหมาะกับ onboarding โค้ดเก่า หรือเข้าใจส่วนที่เราไม่คุ้น—ช่วยสรุปภาพรวม ชี้จุดสำคัญ และเสนอแนวทางปรับปรุง 3) เพิ่มพลังให้คนที่ไม่ใช่สาย dev เต็มตัวเช่น Ops/DevOps/SRE ที่ต้องจับ IaC, script, pipeline—AI ช่วย draft ได้เร็วขึ้น แล้วมนุษย์ตรวจ/ปรับให้ตรงมาตรฐานองค์กร 4) ช่วยด้าน security บางส่วน (แต่ไม่ใช่ทั้งหมด)เครื่องมือหลายตัวเริ่มมีการสแกนหรือเตือนโค้ดเสี่ยง ช่วยลดข้อผิดพลาดพื้นฐานได้ แต่ยังต้องมีคนตรวจเสมอ ข้อเสีย: ทำไม “สั่ง AI ให้เขียน” ยังไม่พอ?1) โค้ดดูถูกต้อง แต่ผิดตรรกะ/ผิดบริบทง่ายAI อาจสร้างสิ่งที่ “น่าจะใช่” จาก pattern แต่ไม่ได้การันตีว่า “ใช่จริง” โดยเฉพาะเมื่อ requirement มีเงื่อนไขเยอะหรือมีข้อจำกัดเฉพาะระบบ 2) ถ้าเราไม่เข้าใจพื้นฐาน จะตรวจไม่ออกว่า AI พลาดตรงไหนการพึ่งพา AI มากไปอาจทำให้ทักษะอ่านโค้ดและการแก้ปัญหาลดลง และรับข้อเสนอที่ผิดได้ง่ายขึ้น 3) ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย: AI อาจแนะนำโค้ดที่ไม่ secureเช่น การจัดการ input ไม่รัดกุม, การ auth/authz ไม่ถูกต้อง, การใช้ library ไม่เหมาะสม หรือการเปิดช่องโหว่โดยไม่ตั้งใจ 4) ความเสี่ยงด้านข้อมูลและความลับ (Privacy/PII/Secrets)การ paste โค้ด/คอนฟิก/ล็อก/คีย์ เข้าไปใน AI แบบไม่คิด อาจทำให้ข้อมูลสำคัญหลุด ควรทำ redaction และมี policy การใช้งานที่ชัดเจน 5) ความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์/ไลเซนส์โค้ดที่ AI เสนออาจคล้ายโอเพ่นซอร์สบางส่วน ผู้ใช้ต้องตรวจสอบเรื่อง license และการให้เครดิตเมื่อจำเป็น ข้อควรระวัง: ใช้ AI เขียนโปรแกรมให้ “ปลอดภัยและคุมคุณภาพ” อย่าเชื่อทันที: ใช้แบบ “generate → verify → commit” อ่านให้เข้าใจ: ต้องอธิบายได้ว่าโค้ดทำอะไร ทำไมถึงทำ และผลกระทบคืออะไร ทดสอบเสมอ: รัน unit/integration tests และเพิ่ม test ให้ครอบคลุมกรณีสำคัญ สแกนก่อน merge: ใช้ lint, static analysis, dependency scan และ secret scan อย่าใส่ความลับลง prompt: หลีกเลี่ยง secrets/PII ใช้ข้อมูลตัวอย่างหรือ mock แทน กำหนดขอบเขตงานให้ชัด: ระบุภาษา/เวอร์ชัน/มาตรฐานโค้ด/ข้อห้าม เพื่อให้ AI ไม่ “หลุด scope” Human review ยังจำเป็น: โดยเฉพาะโค้ดที่กระทบ security, billing, data และ production แนะนำ Tools ยอดนิยมช่วยเขียนโปรแกรม 5 Tools (พร้อมเปรียบเทียบจุดเด่น)1) GitHub Copilot เด่น: คู่หูใน IDE, ช่วยเติมโค้ด/สร้างฟังก์ชัน/แชทในบริบทโปรเจกต์ เหมาะกับ: ทีมที่ใช้ GitHub ecosystem และอยากได้ AI ใน workflow การพัฒนา 2) Google Gemini Code Assist เด่น: ช่วยเขียน/สร้าง unit tests/ช่วย debug/อธิบายโค้ดใน IDE เหมาะกับ: ผู้ใช้ VS Code/JetBrains/Android Studio และทีมที่อยู่ในสาย Google Cloud 3) Amazon Q Developer (รวม CodeWhisperer) เด่น: AWS-native, มีแนวทางช่วยเรื่อง security scan และบริบทการใช้งาน AWS เหมาะกับ: ทีมที่ทำงานบน AWS หนัก ๆ และอยากได้ผู้ช่วยที่เข้าใจ AWS APIs 4) Tabnine เด่น: เน้นความเป็นส่วนตัว/การควบคุมข้อมูล เหมาะกับองค์กรที่ซีเรียสเรื่อง IP และ compliance เหมาะกับ: ทีมที่ต้องการควบคุมการใช้ AI และหลีกเลี่ยงการแชร์โค้ดออกนอกองค์กร 5) ChatGPT (หรือ LLM Chat Tools) เด่น: คุยเพื่อแตกปัญหา อธิบายแนวคิด ช่วยออกแบบ ช่วยรีวิว logic และสร้างตัวอย่างได้เร็ว เหมาะกับ: prototyping, brainstorming, ช่วยเขียน test case, ช่วยสรุป/อธิบายโค้ด สรุปเปรียบเทียบแบบสั้น: อยากได้ AI อยู่ใน IDE แบบเนียน ๆ: Copilot / Gemini Code Assist ทำงาน AWS เป็นหลัก: Amazon Q Developer กังวลเรื่องความลับ/การควบคุมข้อมูล: Tabnine อยากได้คู่คิดแบบสนทนาเพื่อออกแบบ/แก้ปัญหา: ChatGPT สรุป: แล้ว “ต้องเรียนเขียนโปรแกรม” ไหม? ต้องเรียน—แต่เรียนให้ถูกเป้าในยุค AI: พื้นฐานการคิดเชิงตรรกะ/โครงสร้างข้อมูล/การออกแบบ การอ่านโค้ดและรีวิวคุณภาพ เพื่อจับสิ่งที่ AI ทำพลาด Security mindset เพื่อหลีกเลี่ยงโค้ดเสี่ยงและช่องโหว่ ความรับผิดชอบต่อระบบจริง (SLA, cost, incident, compliance) วิธีเรียนแบบใหม่ที่แนะนำ เขียนเองให้ได้ก่อนในระดับพื้นฐาน → แล้วค่อยใช้ AI เร่งความเร็ว ใช้ AI เป็น “อาจารย์/คู่หู” ให้ถาม “ทำไม” มากกว่า “ขอคำตอบ” ทำ mini-project และฝึก review โค้ด AI ด้วย checklist (test + lint + security scan) อ้างอิง / เครดิตแหล่งข้อมูล Gemini Code Assist overview (Google for Developers) Amazon Q Developer and CodeWhisperer - AWS Toolkit for VS Code Amazon CodeWhisperer Documentation overview (AWS) Tabnine Code Privacy GitHub Copilot Trust Center FAQ GitHub Copilot policies (GitHub Docs) JetBrains: Should You Use AI to Learn to Code? Pluralsight: Should You Use AI to Learn to Code? NIST AI Risk Management Framework (AI RMF) SonarSource: OWASP LLM Top 10 and Code Generation StackHawk: OWASP LLM Security RisksNetway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
หมวดหมู่ (ทางลัด)1. ประกาศเรื่องการปรับลดระยะเวลาการออก SSL/TLS certificate2. ข้อสรุปแบบย่อ3. ข้อมูลโดยละเอียด จากที่ได้มีการประกาศออกไปก่อนหน้านี้เรื่องการปรับลดระยะเวลาของ SSL/TLS certificateที่จะลดระยะเวลาการออก SSL certificate จากเดิม 398 วัน ไปที่ 200 วัน 100 วัน และ 47 วัน ตามลำดับนั้นอ้างอิง Blog SSL/TLS certificate ถูกปรับระยะเวลาลดลงเหลือสูงสุด 47 วัน ข้อสรุปแบบย่อตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2569 (ค.ศ. 2026)การสั่งซื้อจะยังเป็นระยะสัญญา 1 ปี เช่นเดิม แต่ SSL/TLS certificate จะออกได้ครั้งละไม่เกิน 199 วัน ดังนั้น ในรอบการสั่งซื้อ 1 ครั้ง จะต้องออก SSL/TLS certificate ใหม่อีกรอบหนึ่ง (Reissue) ล่าสุด ทาง Sectigo ได้ประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับลดระยะเวลาของ SSL/TLS certificate เรียบร้อยแล้วโดยตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2026 Sectigo จะเริ่มบังคับใช้นโยบายใหม่ โดยกำหนดให้ใบรับรอง TLS/SSL Certificates มีอายุการใช้งานสูงสุด 199 วัน จากเดิมที่สามารถใช้งานได้นานถึง 398 วันการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะ Sectigo เท่านั้น แต่เป็นข้อกำหนดระดับอุตสาหกรรม ตามมาตรฐานของ CA/Browser Forum ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยของเว็บไซต์ทั่วโลก1. การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ (Key Changes)■ การปรับลดระยะเวลาของ SSL/TLS Certificate (Validity Reduction)ก่อนหน้านี้: ได้สูงสุดต่อครั้งที่ 398 วันหลังการอัพเดท: ได้สูงสุดต่อครั้งที่ 199 วัน■ ช่วงเวลาที่มีผล (Implementation Timeline)13 มีนาคม พ.ศ.2569 (ค.ศ.2026)หมายเหตุ ระยะเวลาดังกล่าวมีผลเฉพาะในขั้นตอนการออก SSL/TLS Certificate เป็นหลัก รวมถึงการออก Certificate ใหม่ภายใต้ระยะสัญญาเดิม (Reissue) ด้วยเช่นกัน2. การสั่งซื้อ SSL/TLS Certificate และการออกใบรับรอง (Certificate Purchase and Issuance)■ ระยะสัญญาการสั่งซื้อ 1 ปี (1-Year Plan)ระบบจะออก SSL/TLS Certificate ให้โดยทันทีตั้งแต่วันแรกที่สั่งซื้อ โดยมีระยะเวลา 199 วันลูกค้าจะสามารถ Reissue ได้อีกครั้ง ประมาณ 33 วัน ก่อน SSL/TLS Certificate ใบแรกหมดอายุการ Reissue สามารถทำได้ก่อน แต่ SSL/TLS certificate ก็หมดอายุที่ 199 วันเช่นเดิมการสั่งซื้อ SSL/TLS Certificate สูงสุดได้แค่เพียง 1 ปี ต่อรอบ เท่านั้น■ การยืนยันตัวตน (OV และสูงกว่า)เอกสารสำหรับยืนยันองค์กรใช้แค่เพียงครั้งเดียวในรอบการสั่งซื้อในสัญญา (สั่งซื้อ 1 ปี ใช้เพียงเดียว)การตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์และการยืนยันข้อตกลงจะดำเนินการเพียงครั้งเดียว3. การออกใบรับรองใหม่ภายใต้ระยะสัญญาเดิม และ การต่ออายุ (Reissue vs Renew) สำคัญ!!!การ Reissue จะเป็นการออก SSL/TLS Certificate ใหม่ ภายใต้ระยะสัญญาเดิมที่ 1 ปี ที่สั่งซื้อไว้ตั้งแต่ต้นการ Renew จะเป็นการสั่งซื้อใหม่ หลังจากที่ SSL/TLS Certificate สัญญาเดิมหมดอายุลงตัวอย่าง:การออก SSL/TLS Certificate ใบแรก (199 วัน) → 33 วัน ก่อน SSL/TLS Certificate หมดอายุ → Reissue SSL/TLS Certificate (199 วัน) → สิ้นสุดระยะสัญญา 1-ปี Subscription → Renewal (สั่งซื้อและเป็นระยะสัญญาใหม่)4. ข้อควรทราบที่สำคัญการตรวจสอบความถูกต้องของการควบคุมโดเมน (DCV: Domain Control Validation) เป็นสิ่งจำเป็นทุกครั้งที่มีการออกใบรับรองหากนำ CSR เดิมมาใช้ซ้ำเพื่อออก SSL/TLS Certificate ใหม่ภายใน 199 วัน ไม่จำเป็นต้องทำ DCV หากต้องการใช้ CSR เดิม แนะนำให้ตรวจสอบประเภทของ Server เพิ่มเติมก่อนดำเนินการ ว่าสามารถทำได้หรือไม่ลูกค้าจะต้องติดตั้งใบรับรองใหม่บนเซิร์ฟเวอร์และระบบที่เกี่ยวข้องหลังจากการออกใบรับรองแต่ละครั้งการสั่งซื้อ 1 ปีนั้นจะผูกติดกับโดเมนที่กำหนดไว้ในขั้นตอนการสั่งซื้อครั้งแรก การเปลี่ยนแปลงโดเมนและการขอคืนเงินระหว่างสัญญาไม่สามารถทำได้5. FAQsQ: จะต้องติดตั้ง SSL/TLS Certificate ใหม่ทุกๆ 6 เดือนใช่หรือไม่ (Do we need to reinstall certificates every ~6 months?) A: ใช่ SSL/TLS Certificate จะต้องออกใหม่ และติดตั้งแทนใบเดิมภายใต้ระยะสัญญาใหม่ที่ 199 วันA: Yes. Certificates must be Reissued and replaced before the 199-day validity expires.Q: จะต้องทำการยืนยันตัวตนในทุกๆ ครั้งเลยใช่หรือไม่ (Is DCV required every time?)A: ใช่ ยกเว้น จะใช้ CSR เดิมก่อนวันหมดอายุ(หากต้องการใช้ CSR เดิม แนะนำให้ตรวจสอบประเภทของ Server เพิ่มเติมก่อนดำเนินการ ว่าสามารถทำได้หรือไม่) A: Yes. Exception: when reusing the same CSR within 199 days.Q: มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการใดๆ ในการออก SSL/TLS Certificate ใหม่ภายใต้ระยะสัญญาเดิมหรือไม่ (Are there additional fees for Reissue?)A: ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติมตลอดระยะสัญญาที่สั่งซื้อ A: No. All issuance costs are included in the 1-Year Subscription fee.Q: สามารถขอยกเลิกและคืนเงิน หากไม่ต้องการ SSL/TLS Certificate ในรอบที่ 2 ได้หรือไม่ (Can we get a refund if we do not use the 2nd certificate?)A: ไม่สามารถขอคืนเงินได้ เพราะการสั่งซื้อเป็นแบบรายปี A: No partial refunds are available.คำแนะนำสำหรับองค์กรหากองค์กรต้องการ SSL/TLS Certificate ที่มีอายุการใช้งานยาวกว่า 199 วัน ควรวางแผนสั่งซื้อและดำเนินการยืนยันข้อมูลล่วงหน้าก่อนถึงกำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการให้บริการเว็บไซต์ หรือบริการที่ใช้งาน SSL/TLS Certificate นั้นๆหากท่านมีข้อสงสัย หรือคำถามใดๆ สามารถติดต่อทางเราผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อสอบถามข้อมูลได้เลยนะคะทั้งนี้ ทางเรามีแผนที่จะนำระบบ Automation มาให้บริการ เพื่อรองรับเรื่องระยะเวลาของ SSL/TLS certificate ที่ลดลง ติดตามเราผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อรับข่าวสารที่เกี่ยวข้องได้เลยเช่นกันค่ะ___________________________________________________________________________________________________________________________________Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะLine : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
Microsoft ประกาศยุติแผน SharePoint Online และ OneDrive for Business (Plan 1 และ Plan2) Microsoft ได้ประกาศแผนการ ยุติการให้บริการ SharePoint Online และ OneDrive for Business แบบแยกเดี่ยว (Plan1 และ Plan 2) อย่างเป็นทางการ โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังต่อไปนี้รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงMicrosoft จะยุติการจำหน่ายและให้บริการแผน SharePoint Online Plan 1 และ Plan 2OneDrive for Business Plan 1 และ Plan 2การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับกลยุทธ์ เพื่อมุ่งเน้นการให้บริการผ่าน Microsoft 365 แบบชุด (Suite) ซึ่งมีความปลอดภัย รองรับการขยายตัว และผสานการทำงานได้ดียิ่งขึ้นกำหนดการสำคัญ สิ้นสุดการขาย: มิถุนายน 2026(ไม่สามารถสั่งซื้อใหม่ได้หลังวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ลูกค้าปัจจุบันยังสามารถต่ออายุได้ตามเงื่อนไข)สิ้นสุดการต่ออายุ (End of Life): มกราคม 2570สิ้นสุดการให้บริการ (End of Service ): ธันวาคม 2572หลังจากวันที่สิ้นสุดการให้บริการ ลูกค้าจะต้องย้ายไปใช้งาน Microsoft 365 Suite (เช่น Microsoft 365 Business, E3 หรือ E5)แพ็กเกจพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Capacity Packs)แนวทางการดำเนินการสำหรับลูกค้า เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่สะดุด บริษัทขอแนะนำให้ลูกค้า ตรวจสอบแผนที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน วางแผนการย้ายหรือปรับแพ็กเกจล่วงหน้า พิจารณาอัปเกรดไปยัง Microsoft 365 Suite ที่เหมาะสมกับการใช้งานขององค์กรทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษา แนะนำแพ็กเกจที่เหมาะสม และช่วยวางแผนการเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่นหากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อทีมงานของเราได้ทันทีขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจใช้บริการของเราเสมอมาNetway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/ขอแสดงความนับถือNetway Communication
อัปเดตข่าวสารจากเน็ตเวย์ฯ และบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยี Netway เข้าร่วมงาน DigiCert 2025 APJ Partner Growth Hub ที่กรุงเทพฯ อ่านต่อ DigiCert ปรับอายุ TLS/SSL Certificates เหลือสูงสุด 199 วัน (เริ่ม February 24, 2026) อ่านต่อ ทำไมธุรกิจควรเลิกใช้ Email ฟรี อ่านต่อ 5 Checklist สำหรับตรวจสอบระบบเว็บไซต์ อ่านต่อ วิธีการสร้างปฏิทินง่ายๆ ใน Excel อ่านต่อ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือคำติชมใดๆ สามารถติดต่อ Netway Communication ได้ 24 ชม. Tel: 02 055 1095 Email: support@netway.co.th Web chat: [[URL]]/ Facebook Messenger: @netway.official หรือ https://www.facebook.com/netway.official Add Line ID: @netway, https://bit.ly/line-netway #Microsoft365 #Microsoft365Business #Email #SSL #DigiCert #Excel