ระบบ CertCentral คืออะไรCertCentral คือ แพลตฟอร์มที่ใช้สำหรับจัดการ Digital Certificate สำหรับองค์กร CertCentral คือแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Digital Certificate ของ DigiCert ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ท่านสามารถสั่งซื้อ ออกใบรับรอง จัดการ ติดตาม และต่ออายุ Digital Certificate ได้จากที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น TLS/SSL Certificate, Code Signing, Document Signing, S/MIME หรือ Certificate ประเภทอื่น ๆ ที่มีให้บริการภายใต้เครือ DigiCert CertCentral ดีอย่างไร CertCentral ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์องค์กรที่มีความต้องการในการสั่งซื้อและจัดการ Certificate โดยมีข้อดีหลัก ๆ ดังนี้ สามารถจัดการ Certificate ทั้งหมดในระบบเดียว องค์กรสามารถจัดการ Certificate ได้หลากหลาย ภายใต้แพลตฟอร์มเดียว โดยไม่ต้องกระจายการดูแลหลายระบบ แยกหลายทีม ลดความเสี่ยงจาก Certificate หมดอายุ CertCentral มีระบบแจ้งเตือนวันหมดอายุ (Expiration Notification) และรองรับการต่ออายุอัตโนมัติ ช่วยลดโอกาสเกิด Service Outage หรือ Incident ด้านความปลอดภัย ควบคุมสิทธิ์และกระบวนการอนุมัติได้ สามารถกำหนด Role ของผู้ใช้งาน, Workflow การอนุมัติคำขอ Certificate และแบ่งแยกหน่วยงาน (Business Unit) ได้อย่างชัดเจน ช่วยเสริมด้าน Governance และ Compliance รองรับ Automation และ Integration CertCentral รองรับการเชื่อมต่อผ่าน API และสามารถทำงานร่วมกับ DigiCert Trust Lifecycle Manager เพื่อบริหาร Certificate ทั้งองค์กรแบบอัตโนมัติมากขึ้น CertCentral ทำอะไรได้บ้าง จากเอกสาร Manage Certificates ของ DigiCert ฟังก์ชันหลักของ CertCentral ครอบคลุมงานต่อไปนี้สั่งซื้อและจัดการ TLS/SSL Certificatesรองรับ DV, OV, EV รวมถึงการจัดการ SAN, Reissue, Duplicate, และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องบริหาร Domain และ Organization Validationจัดการการยืนยันโดเมน (DCV) ด้วยหลายวิธี เช่น DNS, Email และ HTTP พร้อมกำหนดระยะเวลาการนำ Validation มาใช้ซ้ำได้ตามมาตรฐานได้จัดการ Certificate ประเภทอื่น ๆเช่น Code Signing, Document Signing, Client Certificate, S/MIME, Verified Mark Certificate (VMC) และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เพิ่มมาในอนาคตติดตาม รายงาน และตรวจสอบ Complianceมี Report สำหรับตรวจสอบสถานะ Certificate, การใช้งาน, ประวัติการออกใบรับรองรองรับการทำงานร่วมกับระบบอื่นCertCentral สามารถเชื่อมต่อกับระบบ DigiCert One - Trust Lifecycle Manager เพื่อทำ Discovery, Monitoring และ Lifecycle Management ของ Certificate จากหลาย CA ได้ในภาพรวมทั้งองค์กรอ้างอิง DigiCert CertCentral Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
โดยปกติแล้ว หากส่ง Email ผ่านระบบ Microsoft 365 (Exchange Online) จะมีการกำหนดขนาดไฟล์สูงสุดในการส่งอีเมล (Message Size) ไว้ ขนาดเริ่มต้นที่ 35MB. ซึ่งเป็นไปตามค่ามาตรฐานสากล ในการรับ-ส่งอีเมล เนื่องจาก หากมีการส่งอีเมลที่มีขนาดใหญ่เกินไป ระบบปลายทางอาจจะไม่สามารถยอมรับได้อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีผู้ใช้งานอาจจำเป็นหรือต้องการที่จะส่งไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่าค่ามาตรฐานดังกล่าว ข้อมูลที่ควรทราบก่อนดำเนินการ1. ค่าเริ่มต้น (Default) ของระบบอยู่ที่ 35MB2. สามารถปรับให้ขนาดไฟล์ได้ตั่งแต่ 0KB สูงสุดที่ 153600 KB หรือประมาณ 150MB3. หากต้องการให้มีผลกับผู้ใช้งานปัจจุบัน จำเป็นต้องปรับเป็นรายบุคคล4. หากปรับค่าในระดับค่าเริ่มต้น (Default) จะมีผลเฉพาะผู้ใช้งานที่ถูกสร้างใหม่ หลังจากการตั้งค่าเท่านั้น5. สำหรับผู้ใช้งานปัจจุบัน หากต้องการปรับการตั้งค่าแบบครั้งเดียวและมีผลสำหรับทุกผู้ใช้งาน ยังไม่มี Interface รองรับ (จะต้องดำเนินการผ่าน PowerShell เท่านั้น)วิธีและขั้นตอนการตั้งค่า (รายบุคคล)1. เข้าไปที่ Exchange Admin Center > Recipients > Mailboxes2. เลือก Mailbox ที่ต้องการจะปรับการตั้งค่า3. ไปยังหัวข้อ Mailbox4. ในหัวข้อ Mail flow settings เลือกเมนู Manage message size restriction เพื่อแก้ไข5. กด Save เพื่อบันทึกการตั้งค่า รูปตัวอย่างNetway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
Microsoft Entra MFA / / Authenticator MFA หลักการและวิธีการทำงานใช้งานการเข้าสู่ระบบ Microsoft 365 ชั่วคราวใช้งานผ่านเงื่อนไข MFA และ Conditional Accessปลอดภัยกว่าการปิด และเลือกผู้ใช้งานที่ต้องการ การปรับระยะเวลาการหมดอายุของต่ำสุดอยู่ที่นาทีสูงสุดอยู่ที่ 3. Temporary Access Pass Microsoft Entra admin center > Entra ID > Authentication methods > Policies > Temporary Access Pass > Enable สรุปNetway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
เพิ่มการตรวจสอบ Domain Name System Security Extensions (DNSSEC) ในขั้นตอนการออก SSL/TLS Certificate.ล่าสุด ตามการประกาศและโหวตจาก CA/B Forum ใน Ballot SC-085v2: Require Validation of DNSSEC (when present) for CAA and DCV Lookupsมีมติให้ตรวจสอบ DNSSEC ในขั้นตอนการทำ Domain Control Validation (DCV) ก่อนเสมอ ก่อนที่จะตรวจสอบ CAA Record และทำการออกใบรับรองให้กับผู้ใช้งานอ่านเพิ่มเติม DNSSEC คืออะไร เพิ่มความปลอดภัยให้ Domain ด้วย DNSSEC🔐 การเปลี่ยนแปลงและข้อควรทราบ Domain ใดก็ตามที่ต้องการสั่งซื้อ SSL/TLS Certificate จะต้องถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้งว่ามีการเปิดฟีเจอร์ DNSSEC ไว้หรือไม่ หากเปิดแล้ว มีการตั้งค่าถูกต้องหรือไม่ ซึ่งถ้าตั้งค่าไม่ถูกต้อง ระบบจะไม่สามารถออก SSL/TLS Certificate ให้ท่านได้✅ ล่าสุดทาง DigiCert มีการประกาศให้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคมจะเริ่มดำเนินการตรวจสอบ DNSSEC ของโดเมนทุกครั้งที่มีการสั่งซื้อ และดำเนินการตามขั้นตอนตามลำดับอ้างอิง DigiCert Validating DNSSEC when Verifying Domain Control and Performing CAA Checks📄 ผลิตภัณฑ์ที่โดนผลกระทบPublic TLS certificates (DV, OV, and EV)X9 PKI for TLS certificateEU Qualified Website Authentication Certificate (QWAC)EU Qualified Website Authentication Certificate PSD2PKIoverheid Private Services Server certificateSecure Email (S/MIME) certificates⏳ ข้อควรทราบและสิ่งที่ควรดำเนินการสำหรับ Domain ที่สั่งซื้อ หากไม่ได้เปิด DNSSEC สามารถสั่งซื้อได้ตามปกติ และการตรวจสอบในส่วนนี้จะถูกข้ามไปสำหรับ Domain ใดก็ตาม หากไม่ได้เปิด DNSSEC จะถูกตรวจสอบ CAA Record เป็นลำดับขั้นถัดไป ไม่ได้ถูกยกเว้นแต่อย่างใดหากท่านไม่ได้เปิด DNSSEC และไม่มีการระบุค่า CAA Record การตรวจสอบส่วนนี้จะถูกข้ามไป ยังสามารถออก SSL/TLS Certificate ได้ตามปกติข้อแนะนำในการดำเนินการ เมื่อสั่งซื้อ SSL/TLS Certificateแนะนำให้ตรวจสอบสถานะของ Domain ของท่านก่อนสั่งซื้อ SSL/TLS Certificate ว่ามีการเปิดฟีเจอร์ DNSSEC ไว้หรือไม่หากมีการเปิดการใช้งานฟีเจอร์ DNSSEC ไว้ ตรวจสอบว่ามีการตั้งค่าไว้ได้อย่างถูกต้องหรือไม่สามารถตรวจสอบสถานะของ DNSSEC ได้ที่ DigiCert DNSSEC Health tool: https://dnssec.health ❌ New Certificate Issuing Service (CIS) DNSSEC error codeรในกรณีที่ท่านมีการสั่งซื้อด้วยตนเอง อาจจะเจอ Error Code ในการสั่งซื้อ หรือ ต่ออายุ SSL/TLS Certificate ได้โดยตั้งแต่ 12 มีนาคม เป็นต้นไป ทาง DigiCer จะเริ่มใช้งาน Error Code ดังกล่าวเพิ่มเติมError code: caa_dnssec_error Error message structure: FQDN;DNSSEC_STATUS;DNSSEC_ERROR(if applicable), multiple FQDNs separated by ",". แน่นอนว่า หากคุณได้รับ Error เหล่านี้ในการใช้งาน จำเป็นจะต้องอัพเดท DNSSEC สำหรับ Domain ของคุณให้ถูกต้องTable 1. DNSSEC_STATUSDNSSEC_STATUS Description SECURE DNSSEC validation succeeded - answer is signed and valid. INSECUREDomain doesn't use DNSSEC.BOGUSDNSSEC validation failed - invalid signatures/chain.INDETERMINATEDNSSEC validation couldn't complete (timeout, network error). Table 2. DNSSEC_ERRORDNSSEC_ERROR Description DNSKEY_MISSINGDNSKEY record is missing.DNSSEC_BOGUSDNSSEC validation resulted in BOGUS status.NSEC_MISSINGNSEC/NSEC3 proof of non-existence is missing.RSIGS_MISSINGNo RRSIG records found covering the required RRsets.IO_EXCEPTIONTimeout or connection error received during DNSSEC validation OTHEROther DNSSEC error.Sample DNSSEC error response Link อ้างอิงบทความhttps://cabforum.org/2025/06/18/ballot-sc-085v2-require-validation-of-dnssec-when-present-for-caa-and-dcv-lookups/Ballot SC-085v2: Require Validation of DNSSEC (when present) for CAA and DCV Lookups | CA/Browser Forum ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะLine : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
การใช้งาน Multi‑Factor Authentication (MFA) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้บัญชี Microsoft 365 โดยเพิ่มขั้นตอนยืนยันตัวตนมากกว่าการใช้รหัสผ่านเพียงอย่างเดียว ผู้ใช้สามารถเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือแอป Authenticator เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนได้ตามขั้นตอนดังนี้1. ไปที่หน้า Security Info https://mysignins.microsoft.com/security-inf หรือใน OWA > รูปโปรไฟล์ > View account > Security Info 2.กด Add Sign-in method 3.เพิ่มวิธีการตามที่ต้องการได้เลย โดยจะแบ่งออกเป็น 5 วิธีดังนี้1) Microsoft Authenticator แอปบนมือถือที่ใช้รับ แจ้งเตือน และใช้สร้าง One-time code (6 หลัก) 2) Hardware Token (OATH Token / OTP Token) อุปกรณ์ Physical เช่น Token พวงกุญแจ แสดงรหัส One-time code ทุก 30 วินาที ผู้ใช้ต้องกรอกรหัสด้วยตนเอง 3) Alternate Phone (เบอร์สำรอง) Microsoft จะโทรหาเบอร์สำรอง ผู้ใช้กด # เพื่อยืนยันตัวตน เป็นวิธีสำรองหากมือถือหลักใช้งานไม่ได้ 4) Office Phone (เบอร์โทรสำนักงาน) ระบบโทรเข้าที่เบอร์สำนักงาน ผู้ใช้กด # เพื่อยืนยัน 5) Email (สำหรับ Recovery) ส่งรหัสรีเซ็ตรหัสผ่านไปยังอีเมลสำรอง ใช้กับการกู้คืนบัญชีเป็นหลัก ไม่ใช่วิธี MFA สำหรับล็อกอินทุกครั้งNetway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/