การใช้ประโยชน์จาก Microsoft Forms สำหรับการรวบรวมข้อมูล ปัจจุบันข้อมูลกลายเป็นหัวใจสำคัญของทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมหรือภาคส่วนใด ปัจจุบันความสามารถของธุรกิจในการรวบรวม วิเคราะห์ และนำข้อมูลไปใช้จริง ไม่เพียงแต่เป็นข้อได้เปรียบเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจ ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว มองเห็นโอกาสใหม่ๆ และปรับปรุงการดำเนินงาน เมื่อการตัดสินใจได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลที่ถูกต้องด้วยเครื่องมือและกระบวนการที่เหมาะสม องค์กรต่างๆ สามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อปรับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพได้ โซลูชัน Microsoft Forms มีฟีเจอร์ที่ครอบคลุมง่ายต่อการใช้งานและผสานรวมเข้ากับ Microsoft 365 ได้สะดวก Forms จึงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ปลอดภัย ประโยชน์ (Benefits) Forms มีฟังก์ชันในตัวมากมาย เน้นความเรียบง่ายในการใช้งาน ใช้งานง่าย (Easy to Use) : อินเทอร์เฟซแบบลากและวาง (Drag and Drop) ช่วยให้ผู้ใช้มือใหม่สร้างแบบฟอร์มที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว การผสานรวม Microsoft 365 (Microsoft 365 Integration) : การผสานรวมอย่างสมบูรณ์กับ Teams, SharePoint, Excel และ Power Automate ทำให้ Forms ให้ข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจ การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real-Time Data Analysis) : สามารถรวบรวมคำตอบแบบเรียลไทม์ จากนั้นแบบฟอร์มจะแสดงข้อมูลในรูปแบบแผนภูมิหรือกราฟได้โดยอัตโนมัติ ใช้งานบนมือถือได้ (Mobile-Friendly) : แบบฟอร์มได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ใช้ยุคใหม่ ตอบสนองและใช้งานได้บนมือถือ ผู้ใช้สามารถกรอกแบบฟอร์มบนอุปกรณ์ใดก็ได้ คุณสมบัติสำหรับผู้ใช้ในธุรกิจ (Business Users Features) Forms มีฟังก์ชันในตัวมากมาย แต่มีฟังก์ชันบางส่วนที่เพิ่มเข้ามาโดยคำนึงถึงผู้ใช้ทางธุรกิจ เช่น 1. เทมเพลตแบบฟอร์มที่ปรับแต่งได้ (Customizable Form Templates) มีเทมเพลตมากมายให้เลือกใช้เพื่อสร้างแบบสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า แบบฟอร์มลงทะเบียนกิจกรรม และแบบฟอร์มข้อเสนอแนะของพนักงานได้อย่างรวดเร็ว และสามารถปรับแต่งด้วยเมนู Style ได้ 2. ประเภทคำถาม (Question Types) เมื่อสร้างแบบฟอร์มมีคำถามหลายประเภทให้เลือก ประกอบด้วย Multiple choice Text (short and long answers) Rating scales Likert scales Date/time pickers File upload 3. ตัวเลือกการแชร์ (Sharing Options) แบบฟอร์มช่วยให้สามารถแชร์ข้อมูลกับสมาชิกภายในหรือผู้ใช้ภายนอกได้ โดยจะกำหนดวิธีการและเวลาที่จะสามารถแชร์ข้อมูลได้ โดยอิงตามข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังสามารถฝังลงในเว็บเพจหรืออีเมลได้อีกด้วย 4. การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) ข้อดีของการรวบรวมข้อมูลผ่านฟอร์มคือสามารถรวมกับ Excel ได้ง่าย ซึ่งสามารถวิเคราะห์และนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจด้านอื่นๆได้ การนำไปใช้ในงาน (Work Scenarios) แบบฟอร์มสามารถให้ข้อมูลเชิงลึก สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหลายส่วนงาน เช่น ทรัพยากรบุคคล (Human Resources) : การสำรวจพนักงาน ข้อเสนอแนะในการปฐมนิเทศก่อนเริ่มทำงานหรือการบันทึกปัญหาเมื่อลาออกจากงาน การตลาด (Marketing) : การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า, ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกิจกรรม การฝึกอบรม (Training) : การประเมินการฝึกอบรม การประเมินความรู้ การลงทะเบียนหลักสูตร ข้อมูลไอทีและความช่วยเหลือ (IT and Help Tickets) : แผนกช่วยเหลือ, การตรวจสอบสินทรัพย์ การรวม Microsoft 365 (Microsoft 365 Integration) Forms ได้รับการพัฒนาให้ใช้งานร่วมกับ Microsoft 365 ได้อย่างสมบูรณ์ ช่วยให้สามารถแชร์ข้อมูลระหว่างผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Microsoft ได้ดังนี้ Excel ทุกครั้งที่สร้าง Microsoft Form ระบบจะสร้างเวิร์กบุ๊ก Excel ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นที่เก็บข้อมูลการตอบกลับหรือรับข้อมูลที่กรอกเข้ามา เพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อไป Power Automate สร้างเวิร์กโฟลว์ตามข้อมูล Microsoft Forms ได้ง่ายเมื่อใช้ Power Automate SharePoint and Teams การประยุกต์ใช้ในส่วนงานต่างๆ ฟอร์มสามารถฝังลงในแท็บ Microsoft Teams และหน้า SharePoint ได้โดยตรง ซึ่งช่วยให้สามารถทำงานร่วมกันและเข้าถึงได้อย่างเต็มที่ การใช้ประโยชน์จาก Microsoft Forms มีดังต่อไปนี้ พัฒนาวัตถุประสงค์ (Develop Objectives) : สิ่งสำคัญคือการกำหนดว่าต้องการรวบรวมข้อมูลใดและจะนำไปใช้อย่างไร คำถามแต่ละข้อควรมีจุดประสงค์ที่ชัดเจน อย่าใช้พื้นที่มากเกินไป ใช้แยกแยะ (Use Branching) : ช่วยให้สามารถลบคำถามที่ไม่จำเป็นออกไปได้จากคำตอบที่เคยรวบรวมมา ความเป็นส่วนตัว (Privacy) : ให้ผู้ใช้มีทางเลือกที่จะไม่อนุญาตให้จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของตน ดังนั้นแต่ละคำตอบจะไม่ถูกเปิดเผยผู้กรอกข้อมูล จำกัดการตอบคำถามแบบเขียนตามอิสระ (Limit Open-Ended Responses) : เมื่อคำตอบของผู้ใช้มีรูปแบบอิสระในการเขียนอธิบาย ทำให้ไม่ได้มาตรฐาน ยากต่อการนับจำนวนและวิเคราะห์ได้ นอกจากกนี้ Forms สามารถอยู่ภายในกรอบงานของ Microsoft 365 จึงมีมาตรฐานความปลอดภัย มีการเข้ารหัสสำหรับข้อมูลและระหว่างการส่ง บันทึกการตรวจสอบได้ Microsoft Forms ปลดล็อกศักยภาพของข้อมูลองค์กร ทำให้การรวบรวม วิเคราะห์ และดำเนินการตามข้อมูลเชิงลึกง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกระบวนการต้อนรับพนักงานใหม่ การรวบรวมความคิดเห็นจากพนักงาน หรือการติดตามความพึงพอใจของลูกค้า Forms ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ตัดสินใจได้รวดเร็วและมีข้อมูลมากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเหมาะสมกับธุรกิจต่างๆ หากใช้ประโยชน์จาก Forms ได้อย่างเต็มที่ Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/ อ้างอิง: thetechnologypress
Microsoft 365 Business Premium: ความปลอดภัยที่ทุกองค์กรต้องใส่ใจ ทุกวันนี้ภัยไซเบอร์ไม่ได้เลือกเป้าหมายเฉพาะองค์กรใหญ่ แต่เป็นภัยต่อธุรกิจทุกขนาด ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟเล็กๆ สตาร์ทอัพ หรือบริษัทระดับประเทศ ล้วนมีข้อมูลสำคัญที่อาจตกเป็นเป้าหมายได้ทุกเมื่อ นอกจากภัยจากภายนอกแล้ว การทำงานที่เราเคยชิน แค่คลิกเดียว อีเมลเดียว หรือการแชร์ไฟล์ที่ไม่ระวัง อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อทั้งองค์กรได้ เพราะฉะนั้น “ความปลอดภัย” ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องใส่ใจและลงมือปกป้องตั้งแต่วันนี้ Microsoft 365 Business Premium จึงออกแบบมาสำหรับธุรกิจทุกประเภท ทุกขนาด มีเครื่องมือป้องกันภัยไซเบอร์ทั้งภายนอกและภายในที่ครบถ้วน ใช้งานง่าย และดูแลข้อมูลสำคัญได้อย่างมั่นใจ ฟีเจอร์ความปลอดภัยของ Microsoft 365 Business Premium ที่สำคัญและได้ใช้แน่นอน Defender for Business ป้องกันไวรัส มัลแวร์ และภัยคุกคามไซเบอร์แบบเรียลไทม์ ให้คุณมั่นใจว่าข้อมูลสำคัญจะปลอดภัยอยู่เสมอ Intune จัดการอุปกรณ์ของทีมงานได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าทีมจะทำงานจากที่ไหน สามารถตั้งนโยบายความปลอดภัย ล็อกเครื่อง หรือสั่งลบข้อมูลจากระยะไกลได้ทันที DLP (Data Loss Prevention) ป้องกันข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลลูกค้า เอกสารบัญชี หรือไฟล์ธุรกิจ ไม่ให้รั่วไหลออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต Conditional Access กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล ให้เฉพาะคนที่ควรเข้าถึงเท่านั้น ลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต Email & File Protection ลดโอกาสถูกโจมตีผ่านอีเมลและไฟล์แนบ ด้วยระบบตรวจสอบและป้องกันอัตโนมัติ ทุกฟีเจอร์นี้ช่วยให้คุณดูแลข้อมูลธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ และให้ทีมงานทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย Microsoft 365 Business Premium เหมาะกับทุกองค์กร ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ หรือกำลังขยายทีม ทุกองค์กรควรมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ไว้ใจได้ Microsoft 365 Business Premium คือคำตอบที่ลงตัวสำหรับรกิจทุกขนาด ข้อเสนอพิเศษ ลูกค้าใหม่ : รับ onboarding ฟรีจากทีมผู้เชี่ยวชาญ ลูกค้าที่ใช้แพ็คเกจ Business Basic หรือ Business Standard กับ เน็ตเวย์ฯ : รับสิทธิ์อัปเกรดในราคาพิเศษ สนใจติดต่อ พร้อมสำหรับอนาคต เมื่อองค์กรของคุณมีความปลอดภัยครบถ้วนแล้ว Microsoft 365 Business Premium ยังเป็นพื้นฐานต่อยอดการใช้งาน Microsoft 365 Copilot (AI) เพื่อช่วยให้ทีมทำงานได้เร็วขึ้น ฉลาดขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น ทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยที่คุณควบคุมได้ Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
ประกาศปรับราคาขาย cPanel License ประจำปี 2026 เนื่องด้วย cPanel มีการปรับราคาประจำปี 2026 และมีการเปลี่ยนแปลงค่าบริการ Extended Lifecycle Support (ELS) เพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ ๆ ทางบริษัทขอแจ้งปรับราคาขายใหม่สำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม โดยราคานี้จะมีผลกับรอบการต่ออายุถัดไปของท่านหลังจากการประกาศ ราคาขาย cPanel License ปี 2026 และราคารวมค่าบริการ Extended Lifecycle Support (ELS) สำหรับเครื่องที่เป็น CentOS7, CloudLinux7 ประเภท ราคาขาย (บาท/ปี) ราคาขาย + ELS (บาท/ปี) cPanel Admin Cloud (Up to 5 accounts) 17,740 23,060 cPanel Pro Cloud (Up to 30 accounts) 28,970 37,660 cPanel Premier Cloud (Fixed 100 Accounts) 39,020 50,730 cPanel Premier Cloud (Fixed 150 Accounts) 53,500 65,210 cPanel Premier Metal (Fixed 100 Accounts) 39,020 50,730 cPanel Premier Metal (Fixed 150 Accounts) 53,500 65,210 ราคาขาย cPanel License ปี 2026 และราคารวมค่าบริการ Extended Lifecycle Support (ELS) (Internal) ประเภท ราคาขาย (บาท/ปี) ราคาขาย + ELS (บาท/ปี) cPanel Admin Cloud (5 accounts) 12,420 16,140 cPanel Pro Cloud (30 accounts) 18,920 24,600 cPanel Premier Cloud (100 Accounts) 29,270 38,050 cPanel Premier Cloud (150 Accounts) 35,180 43,960 cPanel Premier Metal (100 Accounts) 29,270 38,050 cPanel Premier Metal (150 Accounts) 35,180 43,960 หมายเหตุสำคัญ การปรับราคานี้จะมีผลกับรอบ Renew ถัดไปของลูกค้า การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น AI App Builder, SEO Extension, AI Support Agent, Comet Backup Integration ฯลฯ สำหรับลูกค้าที่ใช้ CentOS 7 หรือ CloudLinux 7 หากยังไม่ได้ upgrade ระบบปฏิบัติการ (OS) เป็นเวอร์ชันที่รองรับโดย cPanel ท่านจะต้องจ่ายค่าบริการ ELS (Extended Lifecycle Support) เพิ่มเติมตามราคาที่แจ้งไว้ข้างต้น ขอแนะนำให้รีบดำเนินการ upgrade OS เป็นเวอร์ชันที่รองรับ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มและความเสี่ยงด้านความปลอดภัย/การใช้งานในอนาคต หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อทีมงานของเรา ดูรายละเอียดประกาศจาก cPanel ได้ที่: How long will CentOS 7 and CloudLinux 7 be supported by cPanel? - End Of Life When will cPanel stop supporting CentOS 7? ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจใช้บริการของเราเสมอมา หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ตลอด 24 ชม. Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.th ขอแสดงความนับถือ Netway Communication
ความแตกต่างระหว่าง DigiCert Document Signing Certificates ทั้ง 3 แบบ ในยุคที่เอกสารอิเล็กทรอนิกส์กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการทำงาน การลงลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signature) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการยืนยัน “ตัวตน” และ “ความถูกต้องของข้อมูล” โดยหนึ่งในผู้นำด้านใบรับรองดิจิทัลระดับโลกคือ DigiCert ซึ่งมีบริการ Document Signing Certificate ออกแบบมาให้เหมาะกับผู้ใช้หลากหลายประเภท ปัจจุบัน DigiCert แบ่งใบรับรองสำหรับการลงนามเอกสารออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ Document Signing for Individual Document Signing for Employee Document Signing for Organization แต่ละแบบมีวัตถุประสงค์และรูปแบบการตรวจสอบต่างกันอย่างชัดเจน 1. DigiCert Document Signing for Individual เหมาะสำหรับ: บุคคลทั่วไป / ฟรีแลนซ์ / ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ลักษณะสำคัญ ใบรับรองออกให้กับ ตัวบุคคล โดยตรง ผ่านการตรวจสอบตัวตน (Individual Validation) เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือการยืนยันตัวตนแบบวิดีโอ สามารถใช้อีเมลที่เป็น โดเมนส่วนตัวหรือโดเมนบริษัท ได้ เช่น john.doe@gmail.com หรือ john.doe@company.com หมายเหตุ: หากใช้อีเมลบริษัท DigiCert จะตรวจสอบตัวบุคคลเท่านั้น ไม่ได้ตรวจสอบองค์กร การแสดงผลในใบรับรอง (Certificate Subject) CN (Common Name): ชื่อบุคคล O (Organization): ไม่ระบุ E (Email): อีเมลของผู้ขอ การแสดงผลเมื่อเซ็นเอกสาร Signed by John Doe เหมาะสำหรับการใช้งานส่วนตัว หรือกรณีที่บุคคลต้องการเซ็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นทางการในนามตนเอง 2. DigiCert Document Signing for Employee เหมาะสำหรับ: พนักงานหรือตัวแทนที่เซ็นในนามองค์กร ลักษณะสำคัญ ออกใบรับรองให้กับ พนักงานขององค์กร องค์กรจะต้องผ่านการตรวจสอบ (Organization Validation) และออก “จดหมายรับรอง” ยืนยันว่าผู้ขอเป็นพนักงานหรือตัวแทนที่มีสิทธิ์เซ็น DigiCert จะตรวจสอบทั้ง องค์กร และ บุคคลที่เซ็น การแสดงผลในใบรับรอง CN (Common Name): ชื่อบุคคล O (Organization): ชื่อบริษัท E (Email): อีเมลของพนักงาน การแสดงผลเมื่อเซ็นเอกสาร Signed by John Doe (ACME Corporation) เหมาะสำหรับเอกสารธุรกิจที่ต้องให้บุคคลภายในองค์กรลงนามอย่างถูกต้อง เช่น สัญญา, ใบเสนอราคา, หรือเอกสารที่ต้องระบุ “ผู้แทนของบริษัท” 3. DigiCert Document Signing for Organization เหมาะสำหรับ: การเซ็นหรือประทับตราในนามองค์กรโดยไม่ระบุบุคคลใด ลักษณะสำคัญ ออกใบรับรองให้กับ องค์กรโดยตรง ผ่านการตรวจสอบเฉพาะองค์กร (Organization Validation) ไม่มีชื่อบุคคลอยู่ในใบรับรอง (ใช้เป็น “ตราประทับดิจิทัล” หรือ Electronic Seal) การแสดงผลในใบรับรอง CN (Common Name): ชื่อองค์กร O (Organization): ชื่อองค์กรเดียวกัน E (Email): อีเมลองค์กร เช่น info@company.com การแสดงผลเมื่อเซ็นเอกสาร Signed by ACME Corporation เหมาะสำหรับการใช้เป็น “ตราประทับองค์กร” (Company eSeal) เช่น ใบกำกับภาษี ใบรับรอง หรือเอกสารที่องค์กรต้องการรับรองความถูกต้องของข้อมูล โดยไม่ต้องระบุผู้เซ็นแต่ละคน ตารางเปรียบเทียบสรุป รายการ Individual Employee Organization ผู้ถือใบรับรอง บุคคล บุคคลในนามองค์กร องค์กร การตรวจสอบ ตัวบุคคล (Individual Validation) องค์กร + บุคคล (Attestation) ตรวจสอบองค์กรเท่านั้น แสดงชื่อในใบรับรอง ชื่อบุคคล ชื่อบุคคล + ชื่อองค์กร ชื่อองค์กร การใช้งานหลัก เซ็นในนามส่วนตัว พนักงานเซ็นในนามบริษัท ประทับตราองค์กร (eSeal) การแสดงชื่อเมื่อเซ็น “John Doe” “John Doe (ACME Corp.)” “ACME Corporation” ประเภทลายเซ็น Digital Signature Digital Signature (with Organization) Electronic Seal อุปกรณ์เก็บกุญแจ USB Token / HSM USB Token / HSM USB Token / HSM เคล็ดลับการเลือกใช้งาน สถานการณ์ ควรเลือก ฟรีแลนซ์ หรือบุคคลทั่วไป ต้องการเซ็นในนามตนเอง Individual พนักงานหรือตัวแทนบริษัทที่ต้องลงนามในเอกสารขององค์กร Employee องค์กรต้องการตราประทับดิจิทัล โดยไม่ระบุผู้เซ็น Organization สรุป ใบรับรองทั้ง 3 แบบของ DigiCert มีพื้นฐานความปลอดภัยเท่ากัน แต่แตกต่างกันที่ “ตัวตนของผู้ลงนาม” ใครเป็นผู้ถือสิทธิ์ในลายเซ็นนั้น หากต้องการ “ลายเซ็นส่วนบุคคล” ควรใช้ Individual หากต้องการ “ลายเซ็นของพนักงานในนามองค์กร” ควรใช้ Employee หากต้องการ “ตราประทับองค์กร” ควรใช้ Organization การเลือกประเภทที่เหมาะสมจะช่วยให้องค์กรหรือบุคคลสามารถใช้ลายเซ็นดิจิทัลได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน eIDAS และกฎหมายสากล พร้อมเพิ่มความน่าเชื่อถือของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในทุกขั้นตอน ติดต่อเรา Netway Communication ให้บริการด้าน Cloud, Hosting และ IT พื้นฐานสำหรับธุรกิจ เป็นตัวแทนแบรนด์ไอทีชั้นนำมากมาย ทั้ง Microsoft, Google, Digicert, ฯลฯ เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชม. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line : @netway (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://bit.ly/line-netwayFacebook : m.me/netway.offcialTel : 02-055-1095Email : support@netway.co.thWeb Chat : [[URL]]/
อ้างอิงประกาศจากทาง DigiCert การอัปเดตชื่อผลิตภัณฑ์ Document Signing ของ DigiCert: จากรุ่นเก่าเป็นรุ่นใหม่ และการปรับราคา DigiCert ได้ประกาศผ่านหน้า CertCentral Change Log ว่ามีการเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ ในกลุ่ม Secure Email และ Document Signing เพื่อเพิ่มความชัดเจนของการใช้งานและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ดังนี้: Document Signing – Organization (2000) เปลี่ยนเป็น Document Signing for Organization Document Signing – Organization (5000) เปลี่ยนเป็น Document Signing for Organization Document Signing – Individual (500) เปลี่ยนเป็น Document Signing for Individual Document Signing – Individual (2000) เปลี่ยนเป็น Document Signing for Individual เหตุผลและจุดประสงค์ของการเปลี่ยนชื่อ เพื่อ ความสอดคล้องและชัดเจน: ชื่อใหม่ระบุ “for Individual / for Employee / for Organization” ชัดเจนขึ้นว่า ใครคือผู้ใช้ / ใครเป็นเจ้าของลายเซ็น เพื่อ ลดความสับสน ระหว่างรุ่นเก่า (มีตัวเลข “500 / 2000 / 5000”) ซึ่งสื่อถึงข้อจำกัดของรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ที่โฟกัสที่กลุ่มผู้ใช้งาน ผลกระทบต่อผู้ใช้ / ลูกค้า สำหรับผู้ที่ใช้รุ่นเก่า เช่น “Document Signing – Individual (500)” หรือ “Individual (2000)” เมื่อระบบเปลี่ยนชื่อ ผู้ใช้จะยังคงสามารถใช้งานได้จนกว่าจะครบระยะสัญญาที่สั่งซื้อไว้ แต่สำหรับลูกค้าที่ต้องการต่ออายุหรือซื้อใหม่ จะถูกปรับเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ทุกกรณี การปรับราคา ผลิตภัณฑ์ (รุ่นใหม่) ราคาขายสำหรับ 1 ปี Document Signing for Individual 18,400 บาท/ปี Document Signing for Employee 28,500 บาท/ปี Document Signing for Organization 35,000 บาท/ปี สำหรับ DigiCert Document Signing สามารถซื้อได้สูงสุด 3 ปี หากลูกค้าต้องการซื้อมากกว่า 1 ปี สามารถติดต่อสอบถามหรือขอใบเสนอราคาได้ที่ sslteam@netway.co.th